โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สรุปข่าวประจำวันที่ 6 เมษายน 2569

AEC10NEWs

อัพเดต 6 เมษายน 2569 เวลา 14.17 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • AEC10NEWS

สรุปข่าวประจำวันจักรี ระดมกำลังแก้ฝุ่นภาคเหนือ : นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการกรมควบคุมมลพิษ ระดมรถตรวจวัดคุณภาพอากาศเคลื่อนที่ พร้อมอุปกรณ์และทีมนักวิชาการ ลงพื้นที่ภาคเหนืออย่างเร่งด่วน เพื่อติดตามสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 อย่างใกล้ชิด และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการมลพิษทางอากาศ ทั้งนี้ สถานการณ์ฝุ่นในภาคเหนือมีทั้งปัจจัยในประเทศและหมอกควันข้ามแดน ซึ่งได้มีการประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านแล้ว ขณะเดียวกัน ได้นำรถตรวจวัดที่ได้มาตรฐานสากล พร้อมระบบวิเคราะห์ทิศทางลมและแบบจำลองคณิตศาสตร์ มาใช้คาดการณ์แนวโน้มฝุ่นล่วงหน้า

สรุปข่าวประจำวัน

ห้ามส่งออกน้ำมันปาล์มดิบ :

คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ออกประกาศ เรื่อง การควบคุมการส่งออกน้ำมันปาล์มดิบไปนอกราชอาณาจักร ลงนามโดยนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะประธาน กกร. ได้กำหนดห้ามมิให้บุคคลใดส่งออกน้ำมันปาล์มดิบไปนอกราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ 7 เม.ย. 2569 เป็นต้นไป อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการยังสามารถดำเนินการส่งออกได้ หากได้รับหนังสืออนุญาตอย่างเป็นทางการจากเลขาธิการคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ โดยผู้ที่ต้องการส่งออกจะต้องยื่นคำขออนุญาตต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์

ไข่-เนื้อสัตว์ ราคาทรงตัว :

นายจิรวุฒิ สุวรรณอาจ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า อากาศร้อนส่งผลให้สัตว์กินอาหารลดลง ทำให้หมูและไก่เติบโตช้า ขณะที่ไก่ไข่ออกไข่ลดลงและมีขนาดเล็กลง ส่งผลให้ปริมาณสินค้าเข้าสู่ตลาดลดลง อีกทั้งเกษตรกรยังมีต้นทุนเพิ่มขึ้นจากการใช้น้ำและไฟฟ้าเพื่อระบายความร้อนในฟาร์ม อย่างไรก็ตาม ราคาสินค้าเริ่มมีแนวโน้มทรงตัว โดยราคาหมูหน้าฟาร์มที่ปรับขึ้นถือเป็นการฟื้นตัวหลังขาดทุนสะสม ขณะที่ราคาไก่มีแนวโน้มลดลงจากความต้องการตลาดที่ชะลอตัว และผลผลิตที่เริ่มเพิ่มขึ้น ส่วนไข่ไก่คาดว่าปริมาณจะกลับมามากขึ้นเมื่อเข้าสู่ฤดูฝน

คาดการณ์หุ้น :

สัปดาห์ที่ 6-10 เม.ย. 2569 KSecurities คาดแนวรับที่ 1,430 และ 1,410 จุด ขณะที่ แนวต้านอยู่ที่ 1,480 และ 1,500 จุด ตามลำดับ โดยปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขเงินเฟ้อเดือนมี.ค. ของไทย การแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง ทิศทางเงินทุนต่างชาติ ดัชนีราคา PCE/Core PCE เดือนก.พ. ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนมี.ค. และตัวเลขจีดีพีไตรมาส 4/2568 ของสหรัฐฯ บันทึกการประชุมเฟด ดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนก.พ. ของยูโรโซน ดัชนี PMI ภาคการบริการเดือนมี.ค. ของยูโรโซนและอังกฤษ ตลอดจนดัชนีราคาผู้บริโภคและดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนมี.ค. ของจีน

คาดการร์เงินบาท :

สัปดาห์ระหว่างวันที่ 6-10 เม.ย. 2569 KBank คาดกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 32.10-33.10 บาทต่อดอลลาร์ฯ สัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทกลับมาแข็งค่าปลายสัปดาห์ ทั้งนี้เงินบาทอ่อนค่าลงเข้าใกล้แนว 33.00 ในช่วงต้นสัปดาห์สวนทางเงินดอลลาร์ฯ ที่แข็งค่าตามราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับขึ้นท่ามกลางสัญญาณตึงเครียดมากขึ้นในตะวันออกกลาง อกจากนี้ เงินบาทยังมีปัจจัยลบจากสถานะขายสุทธิหุ้นและพันธบัตรไทยของต่างชาติด้วยเช่นกัน เงินบาทแข็งค่ากลับมาช่วงกลางสัปดาห์

ผุดน้ำมันครัวแลกน้ำมันรถ :

บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จัดทำโครงการนำร่อง ‘Fry to Fly - 2 ลิตร แลก 1 ลิตร’ ภายใต้แนวคิด ‘น้ำมันครัวแลกน้ำมันรถ’ เชิญชวนประชาชนนำน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้วจำนวน 2 ลิตร แลกเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับยานยนต์จำนวน 1 ลิตร โดยสามารถเติมได้ทันที ณ สถานีบริการน้ำมันบางจากที่ร่วมโครงการในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ตั้งแต่วันที่ 6-30 เม.ย.นี้ โครงการนี้มุ่งแบ่งเบาภาระผู้บริโภค โดยต่อยอดจากโครงการ Fry to Fly ที่รวบรวมน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้วไปผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) ให้เกิดประโยชน์ได้ใกล้ตัวมากขึ้น

สั่งขังทหารใช้ความรุนแรงเกินเหตุ :

พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยกรณีมีการกระทำที่เข้าข่ายใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุภายในหน่วยของกองทัพเรือนั้น กองทัพเรือมิได้นิ่งนอนใจ และได้สั่งการให้ต้นสังกัดดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยเร่งด่วนทันที พบว่า มีการกระทำที่ไม่เหมาะสมและเป็นการใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุจริง ซึ่งถือเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งและนโยบายของผู้บัญชาการทหารเรือ ที่ได้กำชับอย่างชัดเจนมาโดยตลอดว่า ห้ามมิให้มีการลงโทษหรือปฏิบัติต่อกำลังพลด้วยความรุนแรงโดยเด็ดขาด จึงได้ดำเนินการลงโทษทางวินัยกับผู้กระทำผิด โดยมีคำสั่ง ลงทัณฑ์ขังเป็นเวลา 7 วัน

ญี่ปุ่นเสริมแกร่งระบบติดตามรถในสนามบิน :

กระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง และการท่องเที่ยวญี่ปุ่นได้เริ่มกำหนดให้ยานพาหนะภาคพื้นดินทุกคันที่ได้รับอนุญาตให้ปฏิบัติงานบนรันเวย์ ณ สนามบินหลัก 8 แห่ง ต้องติดตั้งเครื่องตอบรับสัญญาณเรดาร์ (Transponder) เพื่อแจ้งตำแหน่งต่อหอบังคับการบินและป้องกันการเฉี่ยวชนกับอากาศยาน มาตรการดังกล่าวซึ่งเริ่มมีผลบังคับใช้เมื่อวันอังคาร (31 มี.ค.) มีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหาหลังเกิดเหตุการณ์รถก่อสร้างรุกล้ำพื้นที่รันเวย์ในบางสนามบินก่อนหน้านี้ กระทรวงฯ ได้จัดสรรเครื่องตอบรับสัญญาณราว 530 เครื่อง เพื่อติดตั้งในรถดับเพลิง รถลากจูงเครื่องบิน รถก่อสร้าง และรถตรวจการณ์ ณ สนามบินต่าง ๆ รวมถึงสนามบินฮาเนดะและนาริตะที่ให้บริการในโตเกียว เพื่อให้เจ้าหน้าที่ควบคุมการจราจรทางอากาศสามารถเฝ้าสังเกตการณ์ยานพาหนะทุกคันที่เข้าสู่พื้นที่รันเวย์ได้

ทรัมป์โวสหรัฐฯ :

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ยืนยันว่า กองกำลังสหรัฐฯ สามารถช่วยเหลือนักบินเครื่องบินขับไล่ F-15E รายที่สองที่สูญหายได้สำเร็จในช่วงเช้าตรู่วันอาทิตย์ (5 เม.ย.) ตามเวลาท้องถิ่น หลังจากเครื่องบินลำดังกล่าวถูกยิงตกระหว่างปฏิบัติหน้าที่เหนือน่านฟ้าในพื้นที่ห่างไกลของอิหร่าน ทรัมป์ระบุผ่านโพสต์บนทรูธโซเชียลว่า “เราช่วยเขาได้แล้ว! ถึงพี่น้องชาวอเมริกัน ตลอดหลายชั่วโมงที่ผ่านมา กองทัพสหรัฐฯ ได้บรรลุภารกิจค้นหาและช่วยเหลือครั้งที่กล้าหาญที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ เพื่อช่วยเหลือหนึ่งในเจ้าหน้าที่ที่น่ายกย่องนายหนึ่งของเรา ซึ่งผมมีความยินดีที่จะแจ้งให้ทราบว่า ขณะนี้เขาอยู่ในที่ปลอดภัยแล้ว” ทรัมป์กล่าวถึงปฏิบัติการช่วยชีวิตครั้งนี้ว่า “ตามคำสั่งของผม กองทัพสหรัฐฯ ได้ส่งเครื่องบินหลายสิบลำ พร้อมด้วยอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงที่สุดในโลก เพื่อไปรับตัวเขากลับมา”

UN เผยสงครามซูดานทำสถานพยาบาลถูกโจมตี :

องค์การอนามัยโลก (WHO) และองค์การยูนิเซฟ (UNICEF) เปิดเผยแถลงการณ์ร่วมว่า นับตั้งแต่ความขัดแย้งในซูดานเริ่มต้นขึ้นเมื่อเกือบ 3 ปีก่อน มีเหตุโจมตีสถานพยาบาลแล้วถึง 214 ครั้ง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 2,042 ราย และบาดเจ็บอีก 785 ราย แถลงการณ์ระบุว่า เฉพาะไตรมาสแรกของปีนี้เพียงช่วงเดียว มีผู้เสียชีวิตสูงถึง 184 ราย และบาดเจ็บ 295 ราย โดยทั้งสองหน่วยงานแสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อขนาดและความถี่ของการโจมตีที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้นในพื้นที่ขัดแย้ง ชิบเบิล ซาห์บานี ผู้แทน WHO ประจำซูดานกล่าวว่า “การโจมตีเหล่านี้ยิ่งทำให้การเข้าถึงบริการสาธารณสุขในช่วงเวลาที่มีความต้องการมากที่สุดมีความยากลำบากมากขึ้น” พร้อมเรียกร้องให้มีการคุ้มครองความปลอดภัยแก่ผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์

ส่องเทรนด์ "ดอกบัวฟีเวอร์" :

นาทีนี้ถ้าไถฟีดแล้วไม่เจอ "ดอกบัว" ถือว่ามาไม่ถึงปี 2026! เพราะตอนนี้กลายเป็นไอเทม Soft Power สุดปังที่เหล่าซุปตาร์ตัวแม่และวัยรุ่น Gen Z พากันหิ้วไปเช็กอินถ่ายรูปกันจนย่านปากคลองตลาดและสะพานพุทธแทบแตก จากเดิมที่ดอกบัวคือสัญลักษณ์ของการไหว้พระ แต่ตอนนี้ถูกตีความใหม่ให้กลายเป็น Digital Aesthetics ที่มีความละมุนผสมความคลาสสิก โดยเฉพาะช่วงเวลา Golden Hour หรือแสงเย็นริมแม่น้ำเจ้าพระยา บอกเลยว่าหยิบดอกบัวขึ้นมาโพสท่าไหนก็ดูแพงแบบสิบเต็มสิบ!

ศึกชิงแชมป์เอเชีย 2026 :

ทัพนักตบลูกขนไก่ไทยชุดใหญ่เดินทางสู่เมืองหนิงโป ประเทศจีน เตรียมสู้ศึกชิงแชมป์เอเชีย 2026 ด้าน "วิว-กุลวุฒิ" มือ 1 โลก ประกาศความพร้อมสภาพร่างกายฟิตเกินร้อย ย้ำไม่ประมาทคู่แข่งขอโฟกัสทีละรอบ ขณะที่ นายกสมาคมกีฬาแบดมินตัน มั่นใจศักยภาพนักกีฬาชุดนี้มีลุ้นสร้างความสุขให้แฟนกีฬาชาวไทยแน่นอน

รอบ 3 เร่งไม่ขึ้น :

สนาม Shadow Creek สำแดงเดช! การแข่งขันกอล์ฟหญิง "Aramco Championship" (พาร์ 72) ที่ลาสเวกัส เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายในรอบที่สาม ท่ามกลางสภาพสนามสุดหินที่ทำเอาบรรดาโปรระดับโลกเสียอาการไปตามๆ กัน ด้านผลงานสาวไทย "โปรเหมียว" ปภังกร ธวัชธนกิจ ตีได้ดีสุดรั้งอันดับ 17 ร่วม ขณะที่ตำแหน่งผู้นำยังเป็นของ ลอเรน คอฟลิน ที่ต้านทานความแรงของเนลลี่ คอร์ด้า เอาไว้ได้ก่อนดวลเดือดวันสุดท้าย

ผลงานทัพไทย :

นักกีฬายิงธนูพาราไทยโชว์ฟอร์มเยี่ยมคว้า 3 เงิน 2 ทองแดง ในศึก BANGKOK 2026 HYUNDAI WORLD ARCHERY PARA SERIES

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : สรุปข่าวประจำวันที่ 5 เมษายน 2569

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...