“ธนพร” ชี้ นิด้าโพลสะท้อนวิกฤตศรัทธา ปชช. ไม่เชื่อ “เอกนิติ” แก้ไขวิกฤตพลังงานได้
รัฐบาล “ภูมิใจไทย” จะบริหารประเทศได้กี่วัน? “ธนพร” ชี้ นิด้าโพลสะท้อนวิกฤตศรัทธา ปชช. ไม่เชื่อ “เอกนิติ” แก้ไขวิกฤตพลังงานได้ ความเชื่อมั่น 3 รัฐมนตรีน้ำเงินพลัสดิ่งเหว ฟันธง “อนุทิน” จับไอ้โม่งอมน้ำมันไม่ได้
วันที่ 5 เม.ย. 2569 รศ.ดร.ธนพร ศรียากูล ผู้อำนวยการสถาบันวิเคราะห์การเมืองและนโยบาย เปิดเผย The room 44 ถึงผลสำรวจนิด้าโพลที่สะท้อนถึงวิกฤตความเชื่อมั่นของประชาชนต่อรัฐมนตรี 3 คน ของพรรคภูมิใจไทย คือ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ, นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ต่อการแก้ปัญหาเรื่องน้ำมัน และเศรษฐกิจ
รศ.ดร.ธนพร กล่าวว่า ผลสำรวจ นิด้าโพล วันที่ 5 เมษา 69 น่าสนใจมากๆๆๆ 555 และมีผลทางการเมืองต่อพลังสีน้ำเงินจริงๆ เมื่อ 3 มือโปรสอบไม่ผ่านเรื่องความเชื่่อมั่นการทำงานในสถานการณ์น้ำมันกำลัง ไฟลุก! น่าสนใจที่สุด คือ เอกนิติ รมว.คลัง อาการหนักที่สุด!!! คะแนน ไม่มั่นใจเลย และไม่ค่อยมั่นใจ รวมกัน ทะลุ 77% (40.38+37.10)
เอกนิติ คือ ตัวแทนเทคโนแครตจากภาครัฐ ที่สร้างความฮือฮาและน่าเชื่อถือ ของรัดบาน ภูมิใจไทย เป็นจุดขายทางการเมืองที่ทำให้ หน้าตา พรรคน้ำเงินดูดีขึ้น และ มีส่วนผลักดันให้ชนะการเลือกตั้ง ท่วมท้น
แต่ทำไม เสียงที่เคยต้อนรับ เอกนิติ เมื่อ 6 เดือนก่อนวันนี้ กลายเป็น ขาดความมั่นใจ ขาดความเชื่อมั่น มากที่สุด น่าสนใจจริงๆและแน่นอน กระทบต่อนายกฯ อนุทิน และ พรรคภูมิใจไทยอย่างรุนแรงหนักหน่วง
ถ้าการจัดการวิกฤตครั้งนี้ รัดบาน ไม่มีผลงาน ไม่มีคำตอบไม่มีไอ้โม่งรายใหญ่ที่ถูกดำเนินคดี กี่ครูใหญ่ กี่ใครใหญ่ ก็เอาไม่อยู่
รศ.ดร.ธนพร ระบุอีกว่า นิด้าโพลรอบนี้มีความหมายทางการเมืองอย่างมีนัยยะสำคัญ เพราะเป็นการสอบถามความมั่นใจต่อ 3 ตัวตึงของพรรคภูมิใจไทย เป็นคนสำคัญที่ทำให้พรรคภูมิใจไทยเปลี่ยนภาพลักษณ์จากพรรคที่ถูกมองว่าเป็นพรรคบ้านใหญ่ เป็นพรรคที่เติบโตมาด้วยการเลือกตั้ง ซึ่งทำให้พรรคภูมิใจไทยดูมีหน้าตาว่าสามารถเป็นแกนนำในการบริหารประเทศได้ ซึ่งสังคมไทยก็เชื่อแบบนี้มาตลอด 6 เดือน แต่รอบนี้นิด้าโพลิได้แสดงให้เห็นว่า 3 ตัวตึงของพรรคภูมิใจไทย ประสบกับปัญหาประชาชนขาดความเชื่อมั่นอย่างหนักหน่วง
ถ้าเราดูคะแนน คุณสีหศักดิ์ ไม่มั่นใจเลยกับไม่ค่อยมั่นใจเนี่ย รวมกันได้ถึง 59% คุณศุภจี 61% แล้วก็ คุณเอกนิติ อาการหนักที่สุด คือ ไม่ค่อยมั่นใจกับไม่มั่นใจเลย รวมกันได้ถึง 77% คำถามก็คือว่า เกิดอะไรขึ้นกับ 3 คนนี้ คุณสีหศักดิ์ ในเรื่องวิกฤตการน้ำมัน ดูจะได้รับความไม่มั่นใจน้อยที่สุด ก็ถือว่าเป็นไปตามบทบาทของรัฐมนตรีต่างประเทศ อย่างน้อยก็ยังมีผลงานที่จับต้องได้ กรณีประสานงานให้เรือน้ำมันผ่านช่องแค่ฮอร์มุซ คุณศุภจี ยังไม่ปรากฏผลงานเด่นชัด ในเรื่องของการบริหารจัดการเรื่องราคาสินค้า แต่คำถามที่น่าสนใจที่สุด คือ คุณเอเด็กนิติ 77% นี่มันเพราะอะไร
ภูมิหลัง คุณเอกนิติ มีอายุทางการเมืองยืนยาวที่สุด มีโอกาสที่จะเดินต่อบนเส้นทางการเมืองมากกว่าอีก 2 คน น่าจะเป็นคนที่จะมารับช่วงต่องานการเมืองของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ ประเด็นที่คิดว่าทำให้สังคมไม่เชื่อมั่น น่าจะมีอยู่ 2-3 เรื่อง
1.สังคมคาดหวังกับ คุณเอกนิติ เป็นอย่างมาก เพราะว่า กรณีน้ำมัน คุณเอกนิติ เคยเป็นอธิบดีกรมสรรพสามิตร ซึ่งกรมสรรพสามิตรจะบอกว่าไม่รู้เรื่องน้ำมัน โครงสร้างราคาน้ำมัน โครงสร้างต้นทุนน้ำมัน รวมถึงกรณีน้ำมันเถื่อน น้ำมันเขียวถูกรับรอบออกไปขายนอกราชาจักร เป็นไปไม่ได้ ไม่มีทางเลยที่ คุณเอกนิติ จะไม่รู้รายละเอียดเรื่องน้ำมันทั้งหมด เรื่องโครงสร้างราคาน้ำมัน คุณเอกนิติ รู้ดีที่สุด แต่ปรากฏว่าช่วงเวลาวิกฤตน้ำมัน คุณเอกนิติ กลับไม่สามารถให้คำตอบกับสังคมได้ เช่นเรื่องของไอ้โม่ง
2.คุณเอกนิติ คือตัวแทนของเทคโนแครตภาคราชการที่เข้ามาทำงานการเมือง การที่ประชาชนไม่เชื่อมั่น แปลได้ว่า ประชาชนก็ไม่มั่นใจระบบราชการของประเทศ ซึ่งความไม่มั่นใจต่อระบบราชการ อันเป็นกำแพงเหล็กของพรรคภูมิใจไทยในทางการเมือง ยิ่งทำให้เห็นว่าประชาชนกำลังตั้งคำถามต่อความสามารถของ คุณเอกนิติ ว่าแท้จริงแล้วในฐานะเทคโนแครตภาคราชการเพียงคนเดียวของรัฐบาลนี้ จะยืนอยู่บนประโยชน์ของภาคราชการ ซึ่งมีข้อคอหาเกี่ยวกับผลประโยชน์ในการในธุรกิจพลังงาน หรือจะคำนึงถึงประโยชน์ของพี่น้องประชาชนมากกว่ากัน ซึ่งคำตอบที่ออกมา ตามนิด้าโพล คือ พี่น้องประชาชนเชื่อว่า คุณเอกนิติ จะรักษาผลประโยชน์ของราชการและกลุ่มทุน มากกว่าผลประโยชน์ของประชาชน มันจึงทำให้ส่งผลกระทบรุนแรงต่อภาพลักษณ์
ประชาชนไม่เชื่อว่ากลไกการเมืองของฝ่ายอนุรักษ์นิยมจะทำเพื่อผลประโยชน์ของประชาชน ภาพสะท้อนเรื่องคะแนนส่งผลสะเทือนไปสู่การเมืองของฝ่ายอนุรักษ์นิยมทั้งระบบ ความเชื่อมั่นที่หดหายไปอย่างหนักของ คุณเอกนิติ น่าสนใจว่า พรรคภูมิใจไทย รัฐบาลที่ได้รับชัยชนะอย่างท่วมท้น จะบริหารประเทศได้นานกี่วัน
สิ่งที่เราต้องติดตามต่อ คือรายละเอียดเรื่องการดูแลกลุ่มเปราะบางที่ได้แถลงไว้ก่อนหน้านี้ ดังนั้นอายุของรัฐบาลจึงขึ้นอยู่กับผลสำเร็จของเรื่องเหล่านี้ ที่สำคัญก็คือว่าถ้าสงครามในตะวันออกกลางยังไม่ยุติ แล้วเกิดภาวะหลังจากลอยตัวราคาน้ำมันแล้ว ถ้าในอีก 1 เดือนหรือ 2 เดือนข้างหน้า กลับมาสู่ภาวะไม่มีน้ำมันและราคาสูง ก็แน่นอนว่านับถอยหลังอายุรัฐบาลได้เลยเช่นเดียวกัน ไม่เกิน 30 วัน
ส่วนเรื่องของการกระชากหน้ากากไอ้โม่ง ขอให้กำลังใจ นายอนุทิน ให้กระชากให้ได้ แต่ผมทราบดีว่า ถ้า นายอนุทินกระชากไม่ได้ จะได้รับผลกระทบทางการเมืองหนักมาก ขณะเดียวกันระบบราชการซึ่งเคยแสวงหาประโยชน์จากเรื่องนี้ ก็จะอยู่กันอย่างรอยนวลต่อไป ฟันธงก่อนเลยว่าจะจับไอ้โม่ตัวใหญ่ไม่ได้แน่นอน