โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หนุ่มสักลาย ลักตัดสายไฟใต้สถานีรถไฟฟ้า พลาดท่าถูกไฟดูดเสียชีวิต

สยามนิวส์

เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว • Som
เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 6 เม.ย.2569 พ.ต.ท.กิตติ สุขวงษ์คำ สารวัตร(สอบสวน)สน.ดอนเมือง รับแจ้งพบศพชายถูกไฟชอร์ตเสียชีวิต

เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 6 เม.ย.2569 พ.ต.ท.กิตติ สุขวงษ์คำ สารวัตร(สอบสวน)สน.ดอนเมือง รับแจ้งพบศพชายถูกไฟชอร์ตเสียชีวิต บริเวณใต้สถานีรถไฟฟ้าสายสีแดงการเคหะ รุดตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมแพทย์รพ.ภูมิพลฯ กองพิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ที่เกิดเหตุอยู่ด้านข้างทางขึ้นสถานีรถไฟฟ้าการเคหะ พบศพชายไม่ทราบชื่อ เนื่องจากไม่พบเอกสารติดตัว สภาพสวมเสื้อแขนยาวสีดำ เสื้อถูกไฟไหม้ขาดทั้งตัวจนเห็นรอยสัก สวมกางเกงยีนส์ขายาวสีดำ รองเท้าหุ้มข้อสีแดง ใส่ถุงมือผ้าสีขาว ที่หว่างขาพบมีดสปาต้าขนาดยาวประมาณ 12 นิ้ว และยังพบคีมตัดเหล็กยาว 12 นิ้ว 1 อัน คีมตัดสายไฟมีรอยไหม้ที่ด้าม 1 อัน และเหล็กเส้นดัดแปลงเป็นที่ปีนเสาไฟฟ้า 2 อัน แต่ไม่พบเอกสารติดตัว ทั้งนี้ที่แขนขวาพบรอยสักระบุชื่ออยู่ด้วย

สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ช่วงตี 3 คนขับวินรถจักรยานยนต์เคหะทุ่งสองห้อง ที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุเห็นประกายไฟบริเวณเสาไฟฟ้าจุดเกิดเหตุ และได้ยินเสียงสิ่งของบางอย่างตกจากที่สูง แต่ไม่มีใครสนใจเพราะยังใช้ไฟได้ปกติประกอบกับจุดดังกล่าวไม่ค่อยมีคนไปเดินแสงไฟก็ไม่สว่าง กระทั่งช่วงเช้ามีคนเห็นผู้ตายนอนอยู่ที่พื้น จึงเรียกกู้ภัยมาตรวจสอบก่อนจะพบว่าเสียชีวิตแล้ว

อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่คาดว่าผู้ตายอาจจะพยายามขึ้นไปลักตัดสายไฟ เนื่องจากพบอุปกรณ์การตัด และยังมีอุปกรณ์ที่ดัดแปลงมาใช้ปีนเสาไฟฟ้าโดยเฉพาะ แล้วอาจจะพลาดท่าถูกไฟดูดขณะกำลังตัดสายไฟร่างร่วงลงมาเสียชีวิตด้านล่าง ทั้งนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบหาญาติ รวมถึงติดต่อไปยังชื่อที่สักบนแขนเพื่อมาสอบถามข้อมูลต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...