โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สกู๊ปต่างประเทศ : เจาะปฏิบัติการ "CSAR" ภารกิจสุดอันตราย! ชิงตัว "นักบิน F-15" ของสหรัฐฯ บนแผ่นดินอิหร่าน

สยามรัฐ

อัพเดต 05 เม.ย. เวลา 04.37 น. • เผยแพร่ 05 เม.ย. เวลา 02.55 น.

">

สมรภูมิบนฟากฟ้าเหนือเมืองคูเซสถาน เริ่มร้อนระอุขึ้นมาทันที เมื่อเครื่องบินขับไล่ F-15 ของกองทัพสหรัฐฯ ถูกยิงตกใจกลางดินแดนศัตรูอย่าง "อิหร่าน" นำมาสู่ปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยในสมรภูมิรบ (Combat Search and Rescue: CSAR) ที่เรียกได้ว่า "ยากลำบากและอันตรายที่สุด" ครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์สงครามสมัยใหม่ แม้จะมีรายงานเบื้องต้นว่านักบินคนแรกได้รับการช่วยเหลืออย่างปลอดภัยแล้ว แต่ชะตากรรมของลูกเรือคนที่สองยังคงแขวนอยู่บนเส้นด้าย ท่ามกลางวงล้อมของกองกำลังท้องถิ่นและความกดดันมหาศาลจากรัฐบาลเตหะราน

ปฏิบัติการ CSAR คือภารกิจช่วยเหลือนักบินหรือลูกเรือที่ประสบเหตุถูกยิงตกหรือเครื่องบินตกและต้องกระโดดร่มลงในพื้นที่ของข้าศึก หรือในแนวหลังข้าศึก ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะถูกจับหรือถูกสังหาร ดังนั้นกองทัพอากาศแต่ละประเทศจึงเตรียมหน่วยค้นหาและกู้ภัยในพื้นที่การรบเอาไว้ช่วยเหลือนักบินหรือลูกเรือที่ประสบเหตุในลักษณะนี้

ความแตกต่างระหว่างภารกิจกู้ภัยทั่วไปกับการทำ CSAR คือสภาพแวดล้อมในอิหร่านที่เป็นเหมือน "นรกบนดิน" เพราะนี่ไม่ใช่การกู้ภัยจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ แต่เป็นการแทรกซึมลึกเข้าไปในดินแดนที่เป็นปรปักษ์เพื่อแย่งชิงบุคลากรสำคัญกลับมาก่อนที่จะตกไปอยู่ในมือศัตรู

ข้อมูลจาก CBS News ระบุว่า ปฏิบัติการกู้ภัยในอิหร่านครั้งนี้เป็นงานที่ซับซ้อนและเร่งด่วนที่สุดเท่าที่กองทัพสหรัฐฯ เคยเผชิญมา โดยมีหน่วยรบพิเศษของกองทัพอากาศ (Pararescue) หรือที่รู้จักกันในนาม "PJ" เป็นหัวหอกหลักในการทำภารกิจ ซึ่งพวกเขาเหล่านี้ถูกขนานนามว่าเป็น "มีดพับอเนกประสงค์" ของกองทัพอากาศ ผ่านการฝึกฝนเคี่ยวกรำมานานกว่าสองปี ทั้งการรบแบบหน่วยรบพิเศษ การแพทย์สนามขั้นสูง และทักษะการเอาชีวิตรอดในสภาวะสุดขีด

อดีตผู้บัญชาการหน่วยพลร่มกู้ภัยเผยถึงความโหดหินของภารกิจนี้ว่า ต้องใช้เจ้าหน้าที่ระดับพระกาฬอย่างน้อย 24 นาย ลำเลียงด้วยเฮลิคอปเตอร์แบล็กฮอว์ก (Black Hawk) ภายใต้การคุ้มกันของเครื่องบินโจมตีและเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงที่บินวนอยู่เหนือพิกัดอันตราย สิ่งสำคัญอันดับแรกคือการติดต่อลูกเรือที่หายไปให้ได้ จากนั้นทีมกู้ภัยต้องพร้อมที่จะกระโดดร่มลงไปปฐมพยาบาล และพาตัวนักบินหลบหลีกการไล่ล่าของศัตรูไปยังจุดถอนตัว ซึ่งคำว่า "นาทีชีวิต" ยังดูจะเบาเกินไปสำหรับความจริงที่พวกเขาต้องเผชิญอยู่ในขณะนี้

ฝั่งอิหร่านเองก็รู้ดีว่าลูกเรือชาวอเมริกันคือ "รางวัลใหญ่" ที่สามารถใช้เป็นเครื่องมือต่อรองทางการเมืองที่ทรงพลังที่สุด

"ลอเรล แรปป์" ผู้อำนวยการโครงการสหรัฐฯ และอเมริกาเหนือของแชทแฮมเฮาส์ กล่าวในรายการ Today ทางวิทยุ BBC Radio 4 ว่า นี่คือเกมการเมืองระหว่างประเทศที่มีชีวิตคนเป็นเดิมพัน รัฐบาลอิหร่านจึงประกาศมอบรางวัลนำจับสำหรับใครก็ตามที่สามารถควบคุมตัวนักบินอเมริกันได้แบบยังมีชีวิตอยู่ ทำให้พื้นที่กู้ภัยกลายเป็นสนามแข่งขันที่กองทัพสหรัฐฯ ต้องแข่งกับเวลาและสายตาของชาวพื้นเมืองทั่วทั้งจังหวัดคูเซสถาน

"โจนาธาน แฮ็กเก็ตต์" อดีตผู้เชี่ยวชาญปฏิบัติการพิเศษของนาวิกโยธิน วิเคราะห์ผ่านรายการ World Tonight ของ BBC ว่า ทีมกู้ภัยกำลังใช้วิธีย้อนรอยจากจุดสุดท้ายที่ทราบพิกัด (Last Known Position) และขยายวงค้นหาตามความเป็นไปได้ในภูมิประเทศที่ยากลำบาก ซึ่งอาจรวมถึงการประสานงานกับสายลับหรือกลุ่มคนในพื้นที่ที่ติดต่อไว้ล่วงหน้าเพื่อสร้างแผนฉุกเฉินในการดึงตัวออกมา

ประวัติศาสตร์ CSAR นั้นมีมาอย่างยาวนานตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง แต่มาพัฒนาถึงขีดสุดในสงครามเวียดนาม โดยเฉพาะภารกิจ Bat 21 ที่โด่งดัง จนกลายเป็นรากฐานของคำมั่นสัญญาที่ว่า "เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง" ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเหลือหน่วยซีลในอัฟกานิสถานที่เป็นต้นเรื่องของภาพยนตร์ Lone Survivor หรือการกู้ชีพนักบินสเตลธ์ F-117 ในเซอร์เบีย

วินาทีนี้ หัวใจของหน่วยกู้ภัยสหรัฐฯ ทุกนายยึดมั่นในคำขวัญ "สิ่งที่เราทำ เพื่อให้ผู้อื่นมีชีวิตอยู่" (That Others May Live) ในขณะที่สายตาทั่วโลกกำลังจับจ้องไปที่ผืนทรายและขุนเขาในอิหร่าน ว่าภารกิจกู้ชีพนักบิน F-15 ครั้งนี้จะจบลงด้วยชัยชนะของมนุษยธรรม หรือจะกลายเป็นชนวนเหตุครั้งใหม่ที่เขย่าโลกทั้งใบให้สั่นสะเทือน

#ข่าวสงคราม #อิหร่าน #สหรัฐอเมริกา #F15 #CSAR #หน่วยรบพิเศษ #สงครามตะวันออกกลาง #กองทัพอากาศสหรัฐ #ภารกิจกู้ภัย #ข่าวต่างประเทศ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...