ลูกคนเล็ก : ความกดดันของลูกคนเล็กที่พ่อแม่อาจมองข้าม
ในภาพจำของคนส่วนมาก ลูกคนโต มักเป็นผู้แบกรับความหวังและความกดดันลำดับแรกของครอบครัว ในขณะที่ภาพลักษณ์ของลูกคนเล็ก ที่ดูเหมือนจะได้รับความเอ็นดูและการผ่อนปรนจากกฎระเบียบมากกว่า แต่ในความรู้สึกของลูกคนเล็ก การเลี้ยงดูที่ต่างกันในครอบครัว อาจไม่ใช่เรื่องที่ดีนักความกดดันของ ลูกคนเล็ก มักเกิดขึ้นจากปัจจัยที่ละเอียดอ่อน ไม่ว่าจะเป็นการเปรียบเทียบตัวเองกับมาตรฐานที่พี่คนโตเคยสร้างไว้ ความรู้สึกว่าตัวเองมีสิทธิ์มีเสียงในการตัดสินใจน้อยกว่าสมาชิกคนอื่นครอบครัว เพราะถูกมองว่าเป็นเด็กหรือน้องเล็กของบ้านอยู่เสมอ รวมถึงความกดดันที่ต้องสานต่อความหวังของคุณพ่อคุณแม่เหมือนพี่คนโต หรือทำให้ดีกว่าเมื่อพี่คนโตทำไม่สำเร็จหากปล่อยให้ ลูกคนเล็ก สะสมความเครียด กังวล และกดดันมากขึ้นเรื่อยๆ เกิดขึ้นและสะสมไปเรื่อยๆ โดยขาดการทำความเข้าใจและแนวทางแก้ไขที่ถูกต้อง อาจกลายเป็นบาดแผลทางใจที่ค่อยๆ ทำลายความมั่นใจ ลดทอนความรักความผูกพันในครอบครัว และทำความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องได้คุณพ่อคุณแม่จึงควรสร้างพื้นที่ปลอดภัยและความมั่นคงทางอารมณ์ให้ลูก คนเล็กได้ ด้วย 5 แนวทางดีๆ ดังต่อไปนี้1. ยอมรับความแตกต่างแทนการเปรียบเทียบ
บางครั้งคุณพ่อคุณแม่อาจเผลอเปรียบเทียบลูกคนเล็กกับพี่ๆ โดยไม่ได้ตั้งใจ เช่น บอกว่าน้องดื้อกว่าพี่คนอื่น หรือการบ่นว่าพี่ๆ ไม่เห็นมีใครเป็นแบบนี้ ถึงแม้จะเป็นการพูดเปรียบเทียบแบบไม่ได้ตั้งใจ แต่สำหรับลูกคนเล็กแล้วคำพูดเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้มีผลกับความรู้สึกลูกอย่างมาก อาจทำให้ลูกด้อยค่าตัวเอง และขาดความมั่นใจได้คุณพ่อคุณแม่ควรยอมรับและให้คุณค่ากับความแตกต่างเฉพาะตัวของลูกแต่ละคน เพื่อให้ลูกได้เป็นตัวเองได้อย่างมั่นใจ2. ให้พื้นที่ลูกคนเล็กได้ตัดสินใจด้วยตัวเองบ้าง
ลูกคนเล็กมักขาดโอกาสในการฝึกฝนทักษะการคิดและตัดสินใจด้วยตัวเอง เนื่องจากมีคนคอยแนะนำอยู่เสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกคนเล็กกลายเป็นเด็กขี้ลังเล ตัดสินใจอะไรเองไม่ค่อยได้ และป้องกันความรู้สึกไร้สิทธิ์ไร้เสียงภายในบ้าน คุณพ่อคุณแม่ควรเปิดโอกาสให้ลูกมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและเลือกสิ่งต่างๆ ด้วยตัวเองตามวัยที่เหมาะสม โดยเริ่มจากเรื่องง่ายๆ เช่น เลือกชุดด้วยตัวเอง เลือกเมนูอาหารที่อยากกิน หรือเลือกสถานที่พักผ่อนในวันหยุด จะช่วยสร้างความรู้สึกมีตัวตนและการได้รับการยอมรับจากคนในครอบครัวมากขึ้น3. ลดการเลี้ยงดูประคบประหงม
คนในครอบครัวมักมองว่าลูกคนเล็กเป็นเด็กที่ต้องการการปกป้องอยู่เสมอ แม้ลูกจะเติบโตขึ้นเพียงใดก็ตาม การปกป้องที่มากเกินไปหรือการพยายามขจัดอุปสรรคให้ลูกตลอดเวลา กลับยิ่งทำให้ลูกขาดความมั่นใจและรู้สึกว่าตัวเองอ่อนแอคุณพ่อคุณแม่ควรปล่อยให้ลูกคนเล็กได้เผชิญหน้ากับความท้าทายและความผิดพลาดด้วยตัวเองบ้าง โดยอาจมอบหมายงานให้ลูกรับผิดชอบตามช่วงวัยที่เหมาะสม เพื่อให้ลูกได้ลองผิดลองถูกและเรียนรู้การจัดการปัญหาด้วยตัวเอง4. ทำ One On One Time
คือช่วงเวลาที่คุณพ่อคุณแม่ใช้เวลาอยู่กับลูกแต่ละคนแบบหนึ่งต่อหนึ่ง เพื่อให้ลูกได้มีเวลาคุณภาพในการพูดคุย หรือทำกิจกรรมตามความต้องการของตัวเองกับพ่อแม่ได้อย่างเต็มที่ ทำให้ลูกได้รับรู้ถึงความสำคัญของตัวเองสำหรับครอบครัวที่มีลูกหลายคนแล้ว ช่วงเวลานี้จะทำให้ลูกรู้สึกว่าไม่ต้องพยายามทำตัวโดดเด่นเพื่อให้คุณพ่อคุณแม่สนใจ การได้ทำกิจกรรมที่ชอบ การพูดระบายความรู้สึก หรือการแบ่งปันความฝันเล็กๆ โดยมีคุณพ่อคุณแม่รับฟังอย่างเต็ม จะทำให้ลูกคนเล็กรู้จักตัวเองมากขึ้น ช่วยเยียวยาความรู้สึกเป็นเงาของพี่คนโตได้5. ส่งเสริมภาวะผู้นำผ่านกิจกรรมที่ลูกถนัด
ลูกคนเล็กมักถูกมองว่าเป็นผู้ตามเสมอ ซึ่งอาจสร้างแรงกดดันทำให้ลูกรู้สึกว่าต้องพยายามเป็นผู้นำบ้าง คุณพ่อคุณแม่สามารถช่วยบำบัดความรู้สึกนี้ด้วยการสร้างสถานการณ์ที่เปิดโอกาสให้ลูกคนเล็กได้เป็นผู้นำในสิ่งที่เขาถนัดหรือสนใจเป็นพิเศษ และควรปรับทัศนคติให้ลูกเข้าใจว่าการเป็นผู้ตามไม่ได้แปลว่าลูกด้อยกว่าหรือไร้ความสามารถ เพื่อให้ลูกเห็นคุณค่าและความสำคัญของทุกบทบาท และเรียนรู้ที่จะเป็นทั้งผู้นำและผู้ตามที่ดีอ้างอิงChicagoPsychservicesPeachfulParentHapyKids