โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เจาะมาตรการคุมเข้มพลังงาน พร้อมเปิดตัวแอปพลิเคชัน Fuel Now พรุ่งนี้ แจ้งสถานะปั๊มน้ำมัน 139 แห่งทั่วประเทศ

THE STANDARD

อัพเดต 23 มี.ค. เวลา 05.56 น. • เผยแพร่ 23 มี.ค. เวลา 05.56 น. • thestandard.co
เจาะมาตรการคุมเข้มพลังงาน พร้อมเปิดตัวแอปพลิเคชัน Fuel Now พรุ่งนี้ แจ้งสถานะปั๊มน้ำมัน 139 แห่งทั่วประเทศ

สถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อและทวีความรุนแรงขึ้น ได้กลายเป็นปัจจัยหลักที่ซ้ำเติมวิกฤตพลังงานโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ส่งผลให้ต้นทุนพลังงานพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากช่วงก่อนเกิดวิกฤตการณ์อย่างเห็นได้ชัด ล่าสุดภาครัฐจึงจำเป็นต้องเร่งปรับกลยุทธ์เพื่อรับมือกับผลกระทบที่ส่งตรงถึงปากท้องประชาชนในวงกว้าง

วันนี้ (23 มีนาคม) ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงถึงสถานการณ์พลังงาน โดย วัชรินทร์ บุญฤทธิ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยข้อมูลที่น่ากังวลว่า ราคาน้ำมันดิบดูไบได้พุ่งสูงถึง 158 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งหากเปรียบเทียบกับช่วงก่อนเกิดวิกฤตการณ์ พบว่าปรับตัวสูงขึ้นถึง 122% ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนพลังงานภายในประเทศไทย

อย่างไรก็ตาม เพื่อลดภาระค่าครองชีพ รัฐบาลยังคงใช้กลไก กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เข้าอุดหนุนเพื่อพยุงราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลไว้ไม่ให้เกิน 33 บาทต่อลิตร ซึ่งปัจจุบันราคายังอยู่ที่ 31.14 บาทต่อลิตร พร้อมสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนหันมาใช้แก๊สโซฮอล์ E20 โดยบริหารจัดการให้มีส่วนต่างราคาถูกกว่าแก๊สโซฮอล์ 95 ถึง 5 บาทต่อลิตร เพื่อเพิ่มสัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพในประเทศและลดการนำเข้าจากต่างประเทศ

จากการติดตามราคาขายปลีกน้ำมันในกลุ่มอาเซียน พบว่าประเทศไทยยังสามารถรักษาระดับราคาให้ต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้านได้หลายประเทศ เช่น มาเลเซียที่ราคาดีเซลพุ่งสูงไปถึง 38-39 บาทต่อลิตร รวมถึงฟิลิปปินส์และเวียดนามที่ปรับขึ้นราคาสูงกว่า 50-70% ทั้งนี้ สนพ. ขอความร่วมมือทุกภาคส่วนร่วมกันประหยัดพลังงานเพื่อความมั่นคงของระบบ ในขณะที่สถานะกองทุนน้ำมันฯ ปัจจุบันติดลบสะสมประมาณ 20,000 ล้านบาท โดยยังต้องใช้เงินอุดหนุนสูงถึงวันละ 2,000 ล้านบาท

ด้าน วุฒิทัต ตันติเวสส รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กล่าวเสริมถึงมาตรการแก้ปัญหาน้ำมันขาดแคลนในบางพื้นที่ว่า ได้มีการปรับลดสัดส่วนการสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงเหลือ 1% เพื่อผ่อนคลายสถานการณ์และเพิ่มสภาพคล่องในการกระจายน้ำมันเข้าสู่ระบบปั๊มน้ำมันให้รวดเร็วยิ่งขึ้น พร้อมออกคำสั่งห้ามสถานีบริการปฏิเสธการจำหน่ายน้ำมันแก่กลุ่มภารกิจฉุกเฉิน เช่น รถพยาบาล และกลุ่มเกษตรกร พร้อมกำชับให้ผู้ค้าน้ำมันรายงานข้อมูลการค้าและราคาเป็นรายวันเพื่อป้องกันการกักตุนสินค้า

นอกจากนี้ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกและลดความตื่นตระหนกของประชาชน กรมธุรกิจพลังงานเตรียมเปิดตัวแอปพลิเคชัน ‘Fuel Now’ ในวันพรุ่งนี้ (24 มีนาคม) ซึ่งจะแสดงสถานะสถานีบริการน้ำมัน 139 แห่งทั่วประเทศแบบเรียลไทม์ ว่ามีน้ำมันชนิดใดคงเหลืออยู่บ้างและยังเปิดให้บริการหรือไม่ เพื่อให้ประชาชนสามารถวางแผนการเดินทางและเข้าถึงบริการได้อย่างแม่นยำท่ามกลางสภาวะวิกฤต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...