โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

เกณฑ์ใหม่ ธปท. คุมเข้มธุรกรรมเงินสด สกัดฟอกเงิน-ภัยดิจิทัล กระทบใครบ้าง?

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยกระดับการเฝ้าระวังธุรกรรมเงินสด เพื่อปิดช่องโหว่การฟอกเงินและการก่ออาชญากรรม โดยเฉพาะในยุคที่ภัยทุจริตดิจิทัลและการเคลื่อนย้ายเงินผิดกฎหมายมีพฤติกรรมที่ซับซ้อนขึ้น จึงออกประกาศเรื่อง หลักเกณฑ์การบริหารจัดการความเสียงของธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเงินสดสำหรับสถาบันการเงิน ซึ่งลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569

สรุปสาระสำคัญ: หลักเกณฑ์การบริหารจัดการความเสี่ยงธุรกรรมเงินสด

1. ธุรกรรมที่เน้นเป็นพิเศษ

ประกาศนี้มุ่งเน้นไปที่ธุรกรรมที่ทำให้เกิดการ "เบิกถอนเงินสด" ออกจากระบบเป็นหลัก เนื่องจากติดตามเส้นทางได้ยากที่สุด:

  • การถอนเงินสดโดยตรง
  • การขอออกเช็คเงินสด (Cashier's Cheque)
  • การนำเช็คเงินสดมาขึ้นเงิน (ระบุผู้ถือ)

2. มาตรการ "ยืนยันตัวตน" (KYC/CDD)

สถาบันการเงินต้องจัดให้มีการแสดงตน "ทุกครั้ง" ที่ทำธุรกรรมเงินสด:

  • ที่สาขา: ต้องใช้บัตรประชาชน/พาสปอร์ต, เบอร์โทรศัพท์/อีเมล, และลายมือชื่อ (หากเป็นรายใหม่ต้องขอข้อมูลอาชีพ/ที่ทำงานด้วย)
  • ช่องทางอิเล็กทรอนิกส์: ต้องใช้การยืนยันตัวตนที่ปลอดภัย เช่น PIN, OTP, หรือ Biometrics (สแกนใบหน้า)

3. การยกระดับการตรวจสอบ (EDD) เมื่อยอดเงินสูง

เกณฑ์สำคัญที่ต้องระวังคือ ยอดรวม 5 ล้านบาทขึ้นไปภายใน 1 วัน:

  • ต้องถูกจัดเป็น "ความเสี่ยงสูง" ทันที
  • ต้องทำ EDD: ตรวจสอบข้อเท็จจริงขั้นเข้มข้น เช่น ขอเอกสารประกอบวัตถุประสงค์การใช้เงิน, ตรวจสอบแหล่งที่มา, หรือเช็กข้อมูลกิจการ/ผู้รับประโยชน์ที่แท้จริง
  • สิทธิ์ในการปฏิเสธ: หากลูกค้าไม่มีเหตุผลเพียงพอหรือไม่ให้ข้อมูล สถาบันการเงิน "ต้องไม่ทำธุรกรรมให้"

4. กระบวนการติดตามและรายงาน

  • การตรวจจับ: ต้องมีระบบ Monitoring ตรวจสอบพฤติกรรมที่ผิดปกติ (เช่น ความถี่ผิดปกติ หรือยอดเงินไม่สัมพันธ์กับรายได้)
  • การเชื่อมโยงภัยไซเบอร์: หากพบว่าเกี่ยวพันกับ "ภัยทุจริตดิจิทัล" ต้องปฏิบัติตามเกณฑ์ Digital Fraud Management ควบคู่ไปด้วย
  • การจัดส่งข้อมูล: ต้องส่งรายงานพฤติกรรมผิดปกติให้ ธปท. ตามรูปแบบที่กำหนด

5.ประเด็นที่ต้องจับตา

  • วันบังคับใช้: เริ่ม 1 เมษายน 2569 ซึ่งให้เวลาสถาบันการเงินเตรียมระบบประมาณ 1 ปีเศษ
  • ความสมดุล: ธปท. เน้นย้ำว่าต้องไม่สร้างภาระแก่ลูกค้าทั่วไปจนเกินควร และต้องดูแลลูกค้าที่ได้รับผลกระทบอย่างเป็นธรรม
  • อนาคต: แม้ตอนนี้จะเน้น "ขาถอน" แต่ ธปท. ระบุชัดว่าอาจขยายผลไปถึง "ขาฝาก" และ "การแลกธนบัตร" ในอนาคตหากความเสี่ยงเพิ่มสูงขึ้น
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...