โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“จีน” เรียกร้อง “อิหร่าน” ให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง หวั่นกระทบพลังงานโลก

การเงินธนาคาร

อัพเดต 06 พ.ค. เวลา 17.49 น. • เผยแพร่ 06 พ.ค. เวลา 10.49 น.

"จีน" เรียกร้อง "อิหร่าน" ให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง หวั่นกระทบพลังงานโลก ก่อนการประชุมสี จิ้นผิง-ทรัมป์ ในสัปดาห์หน้า

วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 เวลา 16.00 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า จีนส่งสัญญาณต้องการให้ช่องแคบฮอร์มุซกลับมาเปิดใช้งานโดยเร็ว ระหว่างการพบกันครั้งแรกในปีนี้ระหว่าง หวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน และ Abbas Araghchi รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ท่ามกลางความพยายามของปักกิ่งในการลดความตึงเครียดของวิกฤตพลังงานโลก ก่อนที่สี จิ้นผิง จะพบกับโดนัลด์ ทรัมป์ ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

หวัง อี้ กล่าวกับอารักชีที่กรุงปักกิ่งว่า ประชาคมโลกต่างมีความกังวลร่วมกันเกี่ยวกับการฟื้นฟูการเดินเรือที่ปกติและปลอดภัยผ่านช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายตอบสนองต่อเสียงเรียกร้องของนานาชาติให้เร็วที่สุด

การเยือนจีนครั้งนี้ถือเป็นการเดินทางครั้งแรกของอารักชี หลังสหรัฐและอิสราเอลโจมตีอิหร่าน จนนำไปสู่วิกฤตอุปทานน้ำมันครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์โลก

อย่างไรก็ตาม แถลงการณ์ของฝั่งอิหร่านไม่ได้กล่าวถึงช่องแคบฮอร์มุซโดยตรง ซึ่งกำลังกลายเป็นประเด็นสำคัญในการเจรจาระหว่างอิหร่านกับสหรัฐ โดยอารักชีระบุว่า อิหร่านพร้อมทั้งป้องกันตัวเองอย่างเต็มที และเดินหน้าการเจรจาทางการทูตควบคู่กันไป

เขากล่าวว่า อิหร่านแสดงความแข็งแกร่งในสนามป้องกันตนเอง และยังจริงจังต่อแนวทางการทูตอย่างต่อเนื่อง

การพบกันครั้งนี้สะท้อนว่า จีนและอิหร่านกำลังเพิ่มการประสานงานเชิงยุทธศาสตร์ ก่อนการประชุมสุดยอดระหว่างทรัมป์และสี จิ้นผิง ในวันที่ 14-15 พฤษภาคม ซึ่งคาดว่าสงครามอิหร่านจะเป็นหนึ่งในหัวข้อสำคัญ โดยนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้น ทั้งสองรัฐมนตรีต่างประเทศได้หารือทางโทรศัพท์กันอย่างน้อย 3 ครั้ง

อารักชีได้ชี้แจงความคืบหน้าการเจรจากับสหรัฐฯ ต่อฝ่ายจีน พร้อมชื่นชมจุดยืนที่มีหลักการของจีน ที่ออกมาประณามสหรัฐและอิสราเอลว่าละเมิดหลักการพื้นฐานของกฎบัตรสหประชาชาติ

ด้านหวัง อี้ ย้ำเรียกร้องให้ทุกฝ่ายหยุดยิง พร้อมระบุว่า การกลับไปสู่สงครามไม่ใช่ทางเลือกที่เหมาะสม และการเจรจายังคงมีความสำคัญอย่างยิ่ง

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังอิหร่านเพิ่มการโจมตีต่อ UAE ในสัปดาห์นี้ รวมถึงเกิดเหตุปะทะเกี่ยวกับเรือในช่องแคบฮอร์มุซ

ขณะเดียวกันจีนยังเดินหน้าประสานงานใกล้ชิดกับรัสเซีย โดยมีรายงานว่า Vladimir Putin อาจเดินทางเยือนจีนในเดือนพฤษภาคม ซึ่งจะเป็นการเดินทางต่างประเทศครั้งแรกของปีนี้

ก่อนหน้านี้ จีนและรัสเซียได้ใช้สิทธิวีโต้ในคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ต่อร่างมติที่สนับสนุนให้หลายประเทศร่วมมือกันเปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง จีนถือเป็นผู้สนับสนุนทางเศรษฐกิจและการทูตสำคัญของอิหร่าน โดยซื้อส่งออกน้ำมันส่วนใหญ่ของอิหร่าน และยังรักษาการสื่อสารใกล้ชิดกับอิหร่านตลอดช่วงสงคราม 9 สัปดาห์ที่ผ่านมา

การเยือนของอารักชีจึงถูกจับตามองจากสหรัฐ ซึ่งกำลังเพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน เพื่อบีบให้กลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซ

Marco Rubio รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวว่า เขาหวังว่าจีนจะส่งสารที่ชัดเจนต่ออิหร่านว่า การปิดช่องแคบกำลังทำให้อิหร่านถูกโดดเดี่ยวจากประชาคมโลก พร้อมย้ำว่า การเปิดเส้นทางดังกล่าวเป็นผลประโยชน์ของจีนเอง เพราะการปิดกั้นส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจจีนเช่นกัน

ก่อนหน้านี้ กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้คว่ำบาตรโรงกลั่นน้ำมันเอกชนของจีนหลายแห่ง ฐานแปรรูปน้ำมันดิบจากอิหร่าน รวมถึง Hengli Petrochemical หนึ่งในโรงกลั่นรายใหญ่ของจีน

ด้านจีนตอบโต้ด้วยการสั่งให้บริษัทในประเทศเพิกเฉยต่อมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐ ซึ่งยิ่งเพิ่มความตึงเครียดก่อนการประชุมทรัมป์-สี จิ้นผิง

แม้สี จิ้นผิง จะเคยเรียกร้องให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซมาก่อน แต่จีนยังไม่ได้ตอบสนองต่อคำขอของวอชิงตันให้ช่วยกดดันอิหร่านโดยตรง

นักวิเคราะห์ มองว่าการประชุมสุดยอดสัปดาห์หน้าจะเป็นโอกาสแรกที่ผู้นำจีนและสหรัฐจะหารือเรื่องสงครามอิหร่านแบบเผชิญหน้าโดยตรง และคำถามสำคัญคือ ปักกิ่งพร้อมใช้แรงกดดันต่อเตหะรานมากเพียงใด เพื่อยุติวิกฤตที่กำลังสั่นคลอนตลาดโลกและห่วงโซ่อุปทาน

แม้จีนพยายามวางตัวเป็นผู้ไกล่เกลี่ยที่เป็นกลาง แต่ก็ต้องรักษาสมดุลระหว่างความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์กับอิหร่าน และผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจมหาศาลในอ่าวเปอร์เซีย

ก่อนเดินทางเยือนจีน อารักชีได้เดินทางไปยังกรุงมอสโกเมื่อวันที่ 27 เมษายน เพื่อพบกับปูติน ขณะที่ Sergey Lavrov รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย ก็เป็นเจ้าหน้าที่ต่างชาติคนแรกที่หวัง อี้ ติดต่อหารือ หลังสงครามเริ่มต้นขึ้นในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์

อ้างอิง : www.bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...