โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

รายงานพิเศษ : TIDLOR หุ้นเด่นกลุ่มไฟแนนซ์ กำไรเติบโตต่อเนื่อง โบรกฯ มองมีUpside แนะ “ซื้อ”

Share2Trade

อัพเดต 06 พ.ค. เวลา 07.39 น. • เผยแพร่ 06 พ.ค. เวลา 07.39 น. • Share2Trade
TIDLOR รายงานพิเศษ_S2T (เว็บ) copy_0.jpg

TIDLOR ยังคงโดดเด่นในกลุ่มไฟแนนซ์ จากโมเดลธุรกิจที่ผสมผสานสินเชื่อและประกัน หนุนรายได้เติบโตอย่างมีเสถียรภาพ แม้เศรษฐกิจยังผันผวน

ในช่วงเวลาที่ธุรกิจสินเชื่อรายย่อยต้องเผชิญแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ และความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์ที่เริ่มกลับมาเป็นประเด็นอีกครั้ง บมจ.เงินติดล้อ (TIDLOR) กลับยังสามารถรักษาทิศทางการเติบโตของผลประกอบการได้ดี สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของโมเดลธุรกิจที่ไม่ได้พึ่งพารายได้จากดอกเบี้ยเพียงด้านเดียว

บทวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ฟิลลิป ประเมินว่า ในไตรมาส 1 ปี 2569 TIDLOR จะมีกำไรสุทธิอยู่ที่ประมาณ 1.2 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 2.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่หากเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าจะเห็นการฟื้นตัวอย่างชัดเจนถึง 22.9% การเติบโตดังกล่าวมีแรงหนุนหลักจากการขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อรายได้ดอกเบี้ย ขณะเดียวกันยังช่วยผลักดันรายได้ค่าธรรมเนียมให้เพิ่มขึ้นตามไปด้วย แม้ว่าบริษัทจะยังคงตั้งสำรองในระดับที่สูงขึ้นเพื่อรองรับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ

ขณะเดียวกันบริษัทหลักทรัพย์หยวนต้าก็มีมุมมองเชิงบวกมากขึ้น โดยคาดว่ากำไรสุทธิไตรมาสเดียวกันอาจขยับขึ้นไปถึง 1.385 พันล้านบาท เติบโต 13.7% เมื่อเทียบรายปี และ 18.2% เมื่อเทียบรายไตรมาส ปัจจัยสนับสนุนสำคัญมาจากการควบคุมค่าใช้จ่ายดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงแนวโน้มการตั้งสำรองที่เริ่มผ่อนคลายลง ประกอบกับรายได้ดอกเบี้ยที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้จะไม่ได้เร่งตัวแรง

ในด้านการขยายตัวของสินเชื่อ ภาพรวมยังคงเป็นไปในทิศทางบวก โดยคาดว่าพอร์ตสินเชื่อในไตรมาส 1/2569 จะเติบโตประมาณ 3% จากไตรมาสก่อนหน้า แรงขับเคลื่อนหลักยังคงมาจากสินเชื่อเงินกู้ยืม ขณะที่สินเชื่อเช่าซื้อยังมีแนวโน้มหดตัวต่อเนื่องตามภาวะตลาด อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่นักลงทุนต้องจับตาคือระดับหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ซึ่งมีโอกาสขยับขึ้นจากระดับ 1.54% ในไตรมาสก่อนหน้า อันเป็นผลจากความเปราะบางของเศรษฐกิจ

แม้ NPL จะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แต่จุดที่น่าสนใจคือระดับดังกล่าวยังถือว่าต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับผู้ประกอบการในกลุ่มเดียวกัน สะท้อนถึงความสามารถของ TIDLOR ในการบริหารความเสี่ยงด้านสินเชื่อ ทั้งในมิติของการคัดกรองลูกหนี้และการติดตามการชำระหนี้ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดแรงกระแทกจากวัฏจักรเศรษฐกิจ

อีกหนึ่งจุดแข็งที่ทำให้ TIDLOR แตกต่างจากผู้เล่นรายอื่นในอุตสาหกรรม คือโครงสร้างรายได้ที่มีความหลากหลาย โดยเฉพาะธุรกิจนายหน้าประกันที่เข้ามามีบทบาทสำคัญในการสร้างรายได้ค่าธรรมเนียม ธุรกิจดังกล่าวไม่เพียงช่วยเพิ่มแหล่งรายได้ที่มีอัตรากำไรสูง แต่ยังช่วยลดความผันผวนจากรายได้ดอกเบี้ย และเปิดโอกาสในการต่อยอดการขายผลิตภัณฑ์ให้กับฐานลูกค้าเดิม ส่งผลให้ TIDLOR มีลักษณะเป็นธุรกิจการเงินแบบผสมผสานที่มีความยืดหยุ่นสูง

ทิศทางดังกล่าวทำให้นักวิเคราะห์เริ่มมีมุมมองเชิงบวกต่อคุณภาพสินทรัพย์ของบริษัทมากขึ้น โดยเฉพาะในมุมของการควบคุมพฤติกรรมการชำระหนี้ของลูกค้า ส่งผลให้มีการปรับเพิ่มสมมติฐานอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) ระยะยาวขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 13.5% ซึ่งใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วง 2 ปีข้างหน้า พร้อมกันนี้ยังมีการปรับเพิ่มประมาณการกำไรในปี 2569–2570 เพื่อสะท้อนแนวโน้มการตั้งสำรองที่ลดลงจากเดิม

สำหรับแนวโน้มผลประกอบการทั้งปี 2569 บริษัทหลักทรัพย์ฟิลลิปคาดว่ากำไรสุทธิจะอยู่ที่ประมาณ 5.3 พันล้านบาท เติบโต 8.4% จากปีก่อน ขณะที่หยวนต้าประเมินกำไรไว้ที่ 5.176 พันล้านบาท หรือเติบโตราว 2% แม้ตัวเลขประมาณการจะแตกต่างกันบ้าง แต่ทั้งสองสำนักมีมุมมองสอดคล้องกัน โดยเชื่อว่า TIDLOR ยังสามารถรักษาการเติบโตของกำไรได้อย่างต่อเนื่องภายใต้สภาพแวดล้อมที่ท้าทาย

ในด้านมูลค่าเหมาะสม หุ้น TIDLOR ยังคงมีความน่าสนใจ โดยบล.ฟิลลิปให้ราคาเป้าหมายที่ 22.90 บาท ขณะที่บล.หยวนต้าให้ราคาเหมาะสมที่ 21 บาท ซึ่งเมื่อเทียบกับราคาปัจจุบันยังคงมีส่วนเพิ่ม (Upside) ในระดับที่น่าสนใจ อีกทั้งยังคาดว่าจะให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลราว 2.7% ต่อปี

เมื่อพิจารณาภาพรวมทั้งหมด จะเห็นได้ว่า TIDLOR เป็นหนึ่งในหุ้นกลุ่มไฟแนนซ์ที่มี “ความสมดุล” มากที่สุด ทั้งในแง่ของการเติบโต ความเสี่ยง และโครงสร้างรายได้ แม้จะต้องเผชิญกับแรงกดดันจากคุณภาพสินทรัพย์ในระยะสั้น แต่ด้วยความสามารถในการบริหารจัดการและโมเดลธุรกิจที่แตกต่าง ทำให้บริษัทยังคงมีศักยภาพในการเติบโตในระยะยาว และยังคงแนะนำ “ซื้อ”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...