โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"พิพัฒน์” ตรวจเยี่ยม รฟม. มอบนโยบายเร่งขับเคลื่อนโครงการรถไฟฟ้า มุ่งลดภาระค่าเดินทางและสร้างความปลอดภัยสูงสุดให้ประชาชน

สวพ.FM91

อัพเดต 06 พ.ค. เวลา 12.16 น. • เผยแพร่ 06 พ.ค. เวลา 12.12 น.

วันนี้(6 พ.ค.69)นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานและมอบนโยบายสำคัญแก่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) โดยเน้นย้ำภารกิจเร่งด่วนในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งมุ่งลดภาระค่าเดินทาง ควบคู่การสร้างความปลอดภัยสูงสุดให้แก่ประชาชนตามนโยบายรัฐบาล โดยมี นายมนตรี เดชาสกุลสม ประธานกรรมการ รฟม. นายกาจผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าการ รฟม. พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร รฟม. ร่วมให้การต้อนรับและบรรยายสรุปภารกิจสำคัญและผลการดำเนินงานของ รฟม. ในปีงบประมาณ 2569 ตลอดจนแผนงานโครงการสำคัญที่จะดำเนินการในอนาคต

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรี ได้มอบนโยบายให้กระทรวงคมนาคมเร่งพัฒนาระบบขนส่งให้ทันสมัย มีประสิทธิภาพ ครอบคลุมเชื่อมโยงระบบขนส่งทุกระบบของประเทศ เพื่อให้ประชาชนมีระบบคมนาคมที่ทันสมัย สะดวก ปลอดภัย ได้มาตรฐานและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน และสร้างโอกาสการเข้าถึงบริการของประชาชนทุกระดับ กระทรวงคมนาคมจึงขอเน้นย้ำให้ รฟม. ในฐานะหน่วยงานที่กำกับดูแลการดำเนินงานโครงการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงในหัวเมืองภูมิภาค ให้เร่งขับเคลื่อนการดำเนินงานที่สำคัญในมิติต่างๆ ดังนี้

1. การยกระดับคุณภาพชีวิตและลดภาระค่าครองชีพของประชาชน โดยให้ รฟม. กำกับดูแลการให้บริการเดินรถไฟฟ้ามหานครด้วยความเอาใส่ใจที่จะอำนวยความสะดวกในการเดินทางให้แก่ประชาชน มุ่งรักษามาตรฐานบริการที่มีความปลอดภัย ตรงต่อเวลา พร้อมทั้งเร่งขยายผลการดำเนินนโยบายรถไฟฟ้าเหมาจ่าย 40 บาท ตลอดวัน ควบคู่กับการขับเคลื่อนแนวคิดการแบ่งโซนค่าโดยสาร (Zone-based fare) เพื่อปรับวิธีการคิดอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนที่เป็นธรรมและทุกคนสามารถเข้าถึงได้อย่างยั่งยืน รวมถึงให้ รฟม. เร่งเจรจากับเอกชนผู้รับสัมปทานรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนสายต่างๆ เพื่อดำเนินการตามนโยบายการบริหารจัดการโครงการรถไฟฟ้าแบบองค์รวม (Single Ownership) พร้อมทั้งสนับสนุนการผลักดันพระราชบัญญัติการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พ.ศ. 2568 โดยบูรณาการดำเนินงานร่วมกับสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้บรรลุผลสำเร็จเป็นรูปธรรมโดยเร็ว เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนเดินทางได้อย่างต่อเนื่อง ลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางในชีวิตประจำวัน

2. การเร่งรัดโครงการก่อสร้างและเปิดให้บริการ โดยให้ รฟม. เร่งดำเนินการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าทุกสายในความรับผิดชอบให้เป็นไปตามแผนงานเพื่อเปิดให้บริการแก่ประชาชนโดยเร็ว โดยเฉพาะโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน - ราษฎร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษก) และโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์ - มีนบุรี (สุวินทวงศ์) พร้อมทั้งเน้นย้ำ รฟม. ให้ความสำคัญสูงสุดกับมาตรฐานความปลอดภัยทั้งในระหว่างการก่อสร้างและการให้บริการ โดยจะต้องเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ รวมถึงเร่งยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย โดยเข้มงวดกวดขันผู้รับจ้างให้ปฏิบัติตามมาตรฐานทางวิศวกรรมและความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด เช่น การตรวจสอบสภาพเครื่องจักรและอุปกรณ์ก่อสร้างให้มีความพร้อมต่อการใช้งาน การจัดให้มีไฟฟ้าส่องสว่าง ป้ายแจ้งเตือน และการจัดการจราจรที่ปลอดภัย เป็นต้น ตลอดจนมีระบบการตรวจสอบที่ได้มาตรฐานระดับสากล เพื่อเร่งสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจให้แก่ประชาชน

3. การวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานอย่างยั่งยืนในอนาคต ให้ รฟม. ร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม พัฒนาระบบ Feeder เชื่อมต่อ ล้อ-ราง-เรือ อย่างเป็นระบบ เพื่อให้ประชาชนเดินทางได้แบบไร้รอยต่อ พร้อมทั้งเร่งขับเคลื่อนโครงการระบบขนส่งมวลชนในภูมิภาคตามแผนงานที่กำหนดไว้ อย่างไรก็ดี ขอให้ รฟม. พิจารณาความเป็นไปได้ ความเหมาะสมและความคุ้มค่า ประโยชน์ที่เกิดต่อประชาชน รวมทั้งการเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและการสนับสนุนการลงทุนเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจของเมืองต่างๆ ตามแนวเส้นทางอย่างรอบด้าน

นอกจากนี้ ให้ รฟม. ศึกษาแนวทางการบริหารสินทรัพย์ เพื่อให้ รฟม. สามารถพึ่งพาตนเองทางการเงินได้มากขึ้นในระยะยาว รวมถึงพิจารณานำเทคโนโลยีสมัยใหม่ นวัตกรรมที่สร้างสรรค์ และปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาปรับใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการเดินรถและการให้บริการประชาชน “หัวใจสำคัญของนโยบายในครั้งนี้คือ การสร้างระบบคมนาคมที่สะดวก ปลอดภัย เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและมีราคาที่เป็นธรรมต่อประชาชน ซึ่งผมเชื่อมั่นว่าด้วยศักยภาพของ รฟม. จะสามารถขับเคลื่อนโครงการต่างๆ ให้สำเร็จเป็นรูปธรรม เพื่อให้ประชาชนได้ใช้บริการรถไฟฟ้าที่ทันสมัยและมีมาตรฐานระดับสากล อันจะเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศต่อไป” นายพิพัฒน์ กล่าวทิ้งท้าย
นายกาจผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าการ รฟม. กล่าวว่า รฟม. พร้อมนำนโยบายของกระทรวงคมนาคมมาวางแผนและกำหนดแนวทางการดำเนินงานขององค์กร เพื่อเร่งขับเคลื่อนภารกิจสำคัญที่ได้รับมอบหมายให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรมโดยเร็ว โดยในส่วนของการบริหารจัดการโครงการรถไฟฟ้าแบบองค์รวม (Single Ownership) รฟม. ได้มีการว่าจ้างที่ปรึกษาเพื่อดำเนินการศึกษาความเหมาะสมการดำเนินงานตามนโยบายฯ 2 กลุ่ม ประกอบด้วย ที่ปรึกษาทางเทคนิค เพื่อศึกษาการประมาณการรายได้และปริมาณผู้โดยสาร (Ridership Forecast) การประเมินด้านต้นทุน ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน และรายจ่ายลงทุนในการปฏิบัติการเดินรถไฟฟ้า และที่ปรึกษาทางการเงิน เพื่อศึกษาการปรับโครงสร้างการดำเนินกิจการรถไฟฟ้าแบบ Single Ownership ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการติดตามนโยบายและแนวคิดการแบ่งโซนค่าโดยสารโดยกรมการขนส่งทางราง (ขร.) เพื่อนำมาประกอบการทบทวนผลการศึกษาต่อไป

ทั้งนี้ รฟม. จะมุ่งลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชน ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพการให้บริการ และกำกับดูแลการก่อสร้างทุกโครงการด้วยมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนและผู้ใช้บริการเป็นสำคัญ ตลอดจนเพื่อสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างยั่งยืน สามารถติดตามข่าวสาร รฟม. ได้ที่เว็บไซต์ รฟม. www.mrta.co.th และเฟซบุ๊กแฟนเพจการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย Call Center รฟม. โทร. 0 2716 4044 “รฟม. องค์กรชั้นนําในการขับเคลื่อนระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเดินทาง และเพิ่มคุณภาพชีวิตของประชาชน”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...