“สหรัฐ” กดดันอิรัก-เลบานอนปลดอาวุธตัวแทนอิหร่าน หวั่นฉุดดีลสันติภาพตะวันออกกลาง
"สหรัฐ" กดดันอิรัก-เลบานอนปลดอาวุธตัวแทนอิหร่าน หวั่นฉุดดีลสันติภาพตะวันออกกลาง หลังหลุ่มฮิซบอลเลาะห์และกลุ่มติดอาวุธในอิรักยังเดินหน้าโจมตีผลประโยชน์สหรัฐและพันธมิตร
วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 เวลา 14.13 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ท่ามกลางสงครามอิหร่านที่ยืดเยื้อ สหรัฐกำลังเพิ่มแรงกดดันต่อพันธมิตรในอิรักและเลบานอนให้เร่งลดอิทธิพลของกองกำลังตัวแทนที่เชื่อมโยงกับอิหร่าน ซึ่งยังคงโจมตีเป้าหมายต่าง ๆ และถูกมองว่าเป็นภัยต่อข้อตกลงหยุดยิงที่เปราะบาง รวมถึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่อิหร่านใช้รักษาอำนาจในภูมิภาค
แหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องระบุว่า หลังสงครามดำเนินมานานกว่า 10 สัปดาห์ อิหร่านยังคงพึ่งพากลุ่มติดอาวุธในอิรักและฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน เพื่อขัดขวางความพยายามปลดอาวุธของสหรัฐ ส่งผลให้การลดบทบาทอิทธิพลของอิหร่านในตะวันออกกลางเผชิญอุปสรรคมากขึ้น
ปัจจุบัน เครือข่ายกองกำลังตัวแทนของอิหร่านถูกมองว่าเป็นหนึ่งในอุปสรรคสำคัญต่อการเจรจาสันติภาพ นอกเหนือจากประเด็นโครงการนิวเคลียร์อิหร่านและการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ
Lina Khatib นักวิชาการจาก Harvard Kennedy School กล่าวว่า เครือข่ายตัวแทนของอิหร่านอ่อนแอลงอย่างหนักจากปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอล นับตั้งแต่การโจมตีของกลุ่มฮามาสเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2566 ขณะที่รัฐบาลในเลบานอนและอิรักเริ่มมีท่าทีแข็งกร้าวมากขึ้นในการเผชิญหน้ากับอิทธิพลของอิหร่านที่ฝังรากลึกในประเทศ
พร้อมมองว่า ด้วยเหตุนี้ อิหร่านจึงพยายามรักษาอำนาจผ่านการสร้างความไม่มั่นคง โดยมีรายงานว่า Islamic Revolutionary Guard Corps หรือ IRGC โดยเฉพาะหน่วย Quds Force ได้สั่งการโดยตรงให้ฮิซบอลเลาะห์ และกองกำลังติดอาวุธในอิรัก เตรียมพร้อมสำหรับสงครามระยะยาวกับอิสราเอลและสหรัฐ
ฮิซบอลเลาะห์ดึงเลบานอนเข้าสู่สงครามหลังยิงขีปนาวุธโจมตีอิสราเอลไม่นานหลังสงครามเริ่มต้น ส่งผลให้อิสราเอลเปิดฉากบุกเลบานอน คร่าชีวิตผู้คนหลายพันราย และทำให้ชาวเลบานอนมากกว่าหนึ่งล้านคนต้องพลัดถิ่น ก่อนทั้งสองฝ่ายจะตกลงหยุดยิงเมื่อเดือนที่ผ่านมา
ขณะเดียวกัน กลุ่มตัวแทนของอิหร่านในอิรักได้เปิดฉากโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธมากกว่า 500 ครั้งต่อผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ในอิรัก รวมถึงประเทศพันธมิตรของวอชิงตันในอ่าวอาหรับ เช่น คูเวต และซาอุดีอาระเบีย
รายงานระบุว่า ขณะนี้กลุ่มพรรคชีอะห์ที่ปกครองอิรักกำลังจัดทำแผนใหม่เพื่อปลดอาวุธกองกำลังติดอาวุธที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านหลายกลุ่ม โดยนายกรัฐมนตรีคนใหม่ที่ถูกเสนอชื่อได้รับคำชื่นชมจากโดนัลด์ ทรัมป์ และได้รับเชิญเยือนกรุงวอชิงตันแล้ว
กลุ่ม Coordination Framework ซึ่งคาดว่าจะเสนอชื่อ Ali al-Zaidi ต่อรัฐสภาในสัปดาห์หน้า เตรียมเสนอแผนต่อสหรัฐที่จะให้บางกลุ่ม เช่น Asaib Ahl Al-Haq และ Kataib Imam Ali ส่งมอบอาวุธหนัก รวมถึงขีปนาวุธและโดรน ขณะที่จะเดินหน้าเจรจากับกลุ่มอื่นต่อไป
อย่างไรก็ตาม อิหร่านมองว่าเครือข่ายกองกำลังตัวแทนเหล่านี้เป็นเครื่องมืออำนาจสำคัญในภูมิภาค และจะไม่ยอมปล่อยอิทธิพลดังกล่าวง่าย ๆ หากไม่ได้รับข้อแลกเปลี่ยนสำคัญจากสหรัฐ เช่น การรับประกันว่าจะไม่โจมตีอิหร่าน และการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร
อิสราเอลและเลบานอนได้เปิดการหารือกัน 2 รอบที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ และทำเนียบขาวเมื่อเดือนที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญ เนื่องจากทั้งสองประเทศอยู่ในภาวะสงครามอย่างเป็นทางการมาตั้งแต่ปี 1948
Joseph Aoun ประธานาธิบดีเลบานอน กล่าวว่า แม้เขายังไม่พร้อมพบกับเนทันยาฮูโดยตรง แต่ยังสนับสนุนการเจรจาระดับเอกอัครราชทูตต่อไป พร้อมย้ำว่า “ไม่มีทางหันกลับจากเส้นทางการเจรจา เพราะเราไม่มีทางเลือกอื่น”
อย่างไรก็ตาม กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ออกมาข่มขู่ผู้นำเลบานอนอย่างเปิดเผย โดย Nawaf al-Mussawi เจ้าหน้าที่ระดับสูงของฮิซบอลเลาะห์เตือนว่า Aoun อาจจบลงเหมือน Anwar Sadat อดีตประธานาธิบดีอียิปต์ที่ถูกลอบสังหาร หากเดินหน้าสร้างสันติภาพกับอิสราเอล
ขณะที่ Hassan Fadlallah ส.ส. ของฮิซบอลเลาะห์ระบุว่า กลุ่มยังมีขบวนการต่อต้านที่เข้มแข็ง พร้อมขัดขวางเป้าหมายของการเจรจาเหล่านี้
ในกรุงเบรุต ยังมีการติดโปสเตอร์โจมตีประธานาธิบดี Aoun โดยใช้ภาพตัดต่อในชุดศาสนายิว พร้อมข้อความกล่าวหาว่าเขา “สมรู้ร่วมคิดกับการนองเลือดของประชาชน”
ขณะเดียวกัน ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ความตึงเครียดยังปะทุขึ้นอีก หลังเจ้าหน้าที่ความมั่นคงเลบานอนพยายามควบคุมขบวนศพนักรบฮิซบอลเลาะห์ที่เสียชีวิตในสงครามกับอิสราเอล ก่อนเหตุการณ์จะลุกลามกลายเป็นการประท้วงต่อต้านรัฐบาล
ในอิรัก สหรัฐกำลังเผชิญความท้าทายคล้ายกันในการผลักดันให้แบกแดดจัดตั้งรัฐบาลใหม่ที่ปลอดจากการก่อการร้าย ตามที่ทรัมป์ระบุในโซเชียลมีเดียหลังพูดคุยกับ Ali al-Zaidi อดีตนายธนาคารและนักธุรกิจที่ไม่เคยดำรงตำแหน่งทางการเมืองมาก่อน
แม้บางกลุ่ม เช่น Asaib Ahl Al-Haq จะแสดงท่าทีพร้อมยุบปีกติดอาวุธของตัวเอง แต่ Kataib Hezbollah ซึ่งครอบครองคลังอาวุธจำนวนมากและฐานทัพหลายแห่ง ยังคงเดินหน้าโจมตีในอิรักและประเทศอ่าวอาหรับ เพื่อสนับสนุนอิหร่านอย่างเปิดเผย พร้อมยืนยันจุดยืนอยู่เคียงข้างเตหะราน
รายงานยังระบุว่า Esmail Qaani ผู้บัญชาการ Quds Force เดินทางเยือนกรุงแบกแดดเมื่อเดือนที่ผ่านมา เพื่อพบผู้นำการเมืองชีอะห์และผู้บัญชาการกองกำลังตัวแทน โดยเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเป็นเอกภาพเพื่อต้านแรงกดดันจากทรัมป์ และเตือนว่าอย่ายอมประนีประนอมกับสหรัฐ
นักวิเคราะห์มองว่า หากสงครามยืดเยื้อ อิรักอาจกลายเป็นแนวรบสำคัญมากขึ้นสำหรับอิหร่านในการต่อสู้กับสหรัฐและพันธมิตร
Mustafa Fahs อดีตที่ปรึกษารัฐบาลอิรัก กล่าวว่า ระบอบอิหร่านจะต่อสู้อย่างดุเดือดเพื่อรักษาอิรักไว้ เพราะเตหะรานมองว่าอิรักคือทั้งส่วนขยายทางอุดมการณ์และปอดเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ
อ้างอิง : bloomberg.com