โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“สหรัฐ” กดดันอิรัก-เลบานอนปลดอาวุธตัวแทนอิหร่าน หวั่นฉุดดีลสันติภาพตะวันออกกลาง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 06 พ.ค. เวลา 15.08 น. • เผยแพร่ 06 พ.ค. เวลา 08.08 น.

"สหรัฐ" กดดันอิรัก-เลบานอนปลดอาวุธตัวแทนอิหร่าน หวั่นฉุดดีลสันติภาพตะวันออกกลาง หลังหลุ่มฮิซบอลเลาะห์และกลุ่มติดอาวุธในอิรักยังเดินหน้าโจมตีผลประโยชน์สหรัฐและพันธมิตร

วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 เวลา 14.13 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ท่ามกลางสงครามอิหร่านที่ยืดเยื้อ สหรัฐกำลังเพิ่มแรงกดดันต่อพันธมิตรในอิรักและเลบานอนให้เร่งลดอิทธิพลของกองกำลังตัวแทนที่เชื่อมโยงกับอิหร่าน ซึ่งยังคงโจมตีเป้าหมายต่าง ๆ และถูกมองว่าเป็นภัยต่อข้อตกลงหยุดยิงที่เปราะบาง รวมถึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่อิหร่านใช้รักษาอำนาจในภูมิภาค

แหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องระบุว่า หลังสงครามดำเนินมานานกว่า 10 สัปดาห์ อิหร่านยังคงพึ่งพากลุ่มติดอาวุธในอิรักและฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน เพื่อขัดขวางความพยายามปลดอาวุธของสหรัฐ ส่งผลให้การลดบทบาทอิทธิพลของอิหร่านในตะวันออกกลางเผชิญอุปสรรคมากขึ้น

ปัจจุบัน เครือข่ายกองกำลังตัวแทนของอิหร่านถูกมองว่าเป็นหนึ่งในอุปสรรคสำคัญต่อการเจรจาสันติภาพ นอกเหนือจากประเด็นโครงการนิวเคลียร์อิหร่านและการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ

Lina Khatib นักวิชาการจาก Harvard Kennedy School กล่าวว่า เครือข่ายตัวแทนของอิหร่านอ่อนแอลงอย่างหนักจากปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอล นับตั้งแต่การโจมตีของกลุ่มฮามาสเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2566 ขณะที่รัฐบาลในเลบานอนและอิรักเริ่มมีท่าทีแข็งกร้าวมากขึ้นในการเผชิญหน้ากับอิทธิพลของอิหร่านที่ฝังรากลึกในประเทศ

พร้อมมองว่า ด้วยเหตุนี้ อิหร่านจึงพยายามรักษาอำนาจผ่านการสร้างความไม่มั่นคง โดยมีรายงานว่า Islamic Revolutionary Guard Corps หรือ IRGC โดยเฉพาะหน่วย Quds Force ได้สั่งการโดยตรงให้ฮิซบอลเลาะห์ และกองกำลังติดอาวุธในอิรัก เตรียมพร้อมสำหรับสงครามระยะยาวกับอิสราเอลและสหรัฐ

ฮิซบอลเลาะห์ดึงเลบานอนเข้าสู่สงครามหลังยิงขีปนาวุธโจมตีอิสราเอลไม่นานหลังสงครามเริ่มต้น ส่งผลให้อิสราเอลเปิดฉากบุกเลบานอน คร่าชีวิตผู้คนหลายพันราย และทำให้ชาวเลบานอนมากกว่าหนึ่งล้านคนต้องพลัดถิ่น ก่อนทั้งสองฝ่ายจะตกลงหยุดยิงเมื่อเดือนที่ผ่านมา

ขณะเดียวกัน กลุ่มตัวแทนของอิหร่านในอิรักได้เปิดฉากโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธมากกว่า 500 ครั้งต่อผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ในอิรัก รวมถึงประเทศพันธมิตรของวอชิงตันในอ่าวอาหรับ เช่น คูเวต และซาอุดีอาระเบีย

รายงานระบุว่า ขณะนี้กลุ่มพรรคชีอะห์ที่ปกครองอิรักกำลังจัดทำแผนใหม่เพื่อปลดอาวุธกองกำลังติดอาวุธที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านหลายกลุ่ม โดยนายกรัฐมนตรีคนใหม่ที่ถูกเสนอชื่อได้รับคำชื่นชมจากโดนัลด์ ทรัมป์ และได้รับเชิญเยือนกรุงวอชิงตันแล้ว

กลุ่ม Coordination Framework ซึ่งคาดว่าจะเสนอชื่อ Ali al-Zaidi ต่อรัฐสภาในสัปดาห์หน้า เตรียมเสนอแผนต่อสหรัฐที่จะให้บางกลุ่ม เช่น Asaib Ahl Al-Haq และ Kataib Imam Ali ส่งมอบอาวุธหนัก รวมถึงขีปนาวุธและโดรน ขณะที่จะเดินหน้าเจรจากับกลุ่มอื่นต่อไป

อย่างไรก็ตาม อิหร่านมองว่าเครือข่ายกองกำลังตัวแทนเหล่านี้เป็นเครื่องมืออำนาจสำคัญในภูมิภาค และจะไม่ยอมปล่อยอิทธิพลดังกล่าวง่าย ๆ หากไม่ได้รับข้อแลกเปลี่ยนสำคัญจากสหรัฐ เช่น การรับประกันว่าจะไม่โจมตีอิหร่าน และการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร

อิสราเอลและเลบานอนได้เปิดการหารือกัน 2 รอบที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ และทำเนียบขาวเมื่อเดือนที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญ เนื่องจากทั้งสองประเทศอยู่ในภาวะสงครามอย่างเป็นทางการมาตั้งแต่ปี 1948

Joseph Aoun ประธานาธิบดีเลบานอน กล่าวว่า แม้เขายังไม่พร้อมพบกับเนทันยาฮูโดยตรง แต่ยังสนับสนุนการเจรจาระดับเอกอัครราชทูตต่อไป พร้อมย้ำว่า “ไม่มีทางหันกลับจากเส้นทางการเจรจา เพราะเราไม่มีทางเลือกอื่น”

อย่างไรก็ตาม กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ออกมาข่มขู่ผู้นำเลบานอนอย่างเปิดเผย โดย Nawaf al-Mussawi เจ้าหน้าที่ระดับสูงของฮิซบอลเลาะห์เตือนว่า Aoun อาจจบลงเหมือน Anwar Sadat อดีตประธานาธิบดีอียิปต์ที่ถูกลอบสังหาร หากเดินหน้าสร้างสันติภาพกับอิสราเอล

ขณะที่ Hassan Fadlallah ส.ส. ของฮิซบอลเลาะห์ระบุว่า กลุ่มยังมีขบวนการต่อต้านที่เข้มแข็ง พร้อมขัดขวางเป้าหมายของการเจรจาเหล่านี้

ในกรุงเบรุต ยังมีการติดโปสเตอร์โจมตีประธานาธิบดี Aoun โดยใช้ภาพตัดต่อในชุดศาสนายิว พร้อมข้อความกล่าวหาว่าเขา “สมรู้ร่วมคิดกับการนองเลือดของประชาชน”

ขณะเดียวกัน ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ความตึงเครียดยังปะทุขึ้นอีก หลังเจ้าหน้าที่ความมั่นคงเลบานอนพยายามควบคุมขบวนศพนักรบฮิซบอลเลาะห์ที่เสียชีวิตในสงครามกับอิสราเอล ก่อนเหตุการณ์จะลุกลามกลายเป็นการประท้วงต่อต้านรัฐบาล

ในอิรัก สหรัฐกำลังเผชิญความท้าทายคล้ายกันในการผลักดันให้แบกแดดจัดตั้งรัฐบาลใหม่ที่ปลอดจากการก่อการร้าย ตามที่ทรัมป์ระบุในโซเชียลมีเดียหลังพูดคุยกับ Ali al-Zaidi อดีตนายธนาคารและนักธุรกิจที่ไม่เคยดำรงตำแหน่งทางการเมืองมาก่อน

แม้บางกลุ่ม เช่น Asaib Ahl Al-Haq จะแสดงท่าทีพร้อมยุบปีกติดอาวุธของตัวเอง แต่ Kataib Hezbollah ซึ่งครอบครองคลังอาวุธจำนวนมากและฐานทัพหลายแห่ง ยังคงเดินหน้าโจมตีในอิรักและประเทศอ่าวอาหรับ เพื่อสนับสนุนอิหร่านอย่างเปิดเผย พร้อมยืนยันจุดยืนอยู่เคียงข้างเตหะราน

รายงานยังระบุว่า Esmail Qaani ผู้บัญชาการ Quds Force เดินทางเยือนกรุงแบกแดดเมื่อเดือนที่ผ่านมา เพื่อพบผู้นำการเมืองชีอะห์และผู้บัญชาการกองกำลังตัวแทน โดยเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเป็นเอกภาพเพื่อต้านแรงกดดันจากทรัมป์ และเตือนว่าอย่ายอมประนีประนอมกับสหรัฐ

นักวิเคราะห์มองว่า หากสงครามยืดเยื้อ อิรักอาจกลายเป็นแนวรบสำคัญมากขึ้นสำหรับอิหร่านในการต่อสู้กับสหรัฐและพันธมิตร

Mustafa Fahs อดีตที่ปรึกษารัฐบาลอิรัก กล่าวว่า ระบอบอิหร่านจะต่อสู้อย่างดุเดือดเพื่อรักษาอิรักไว้ เพราะเตหะรานมองว่าอิรักคือทั้งส่วนขยายทางอุดมการณ์และปอดเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ

อ้างอิง : bloomberg.com

เกาะติดสถานการณ์ สหรัฐฯ–อิสราเอล เปิดฉากโจมตีอิหร่าน เร่งสถานการณ์ตึงเครียดทั่วตะวันออกกลาง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...