โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ระบำบารอง วัฒนธรรมของชาวบาหลี ทวิลักษณ์แห่งชวา

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว
การแสดงระบำบารอง (ภาพจาก Wikimedia Commons)

ระบำบารอง บาหลี วัฒนธรรมอันเก่าแก่ที่อินโดนีเซีย

ก่อนที่ศาสนาฮินดูจะเข้ามามีอิทธิพลในดินแดน “บาหลี” คนท้องถิ่นนับถือผีบรรพบุรุษและวิญญาณในธรรมชาติอยู่ก่อนแล้ว อย่าง “บารอง” เจ้าป่าเจ้าเขาหรือสัตว์วิเศษที่เป็นตัวแทนของหมู่บ้าน และ “รังดา” เจ้าแม่แห่งกุศลและอกุศลที่พ่วงเอาความน่ากลัวของไสยศาสตร์เข้าไว้ด้วยกัน

ภายหลังเมื่อศาสนาฮินดูเผยแพร่เข้ามาในบาหลี ก็มีตำนานที่เล่าขานเกี่ยวกับความดี-ความชั่ว เป็นเรื่องราวที่เชื่อมโยงกับพระราชินีในประวัติศาสตร์ชวาตะวันออก นามว่า “อูดายานา” ประณามการใช้ไสยศาสตร์ของรังดาจนเกิดความอับอาย นางจึงปลุกวิญญาณร้ายจากป่าลึกบันดาลให้เกิดโรคระบาดไปทั่วเมือง ทำให้พระเจ้าแอร์ลังกา กษัตริย์บาหลี ต้องขอความช่วยเหลือจากเทพบารองเพื่อไปปราบรังดา จนนำไปสู่การต่อสู้ที่จบลงด้วยความพ่ายแพ้ของรังดา

เรื่องนี้แฝงคติธรรมไว้ว่า “ธรรมะและอธรรมจะดำรงอยู่คู่กันตลอดไป”

นอกจากนี้ ยังมี“Suka duka lara pati” แปลเป็นไทยคือ “ความสุข ความทุกข์ ความเจ็บป่วย ความตาย” เป็นคติธรรมที่กล่าวถึงวัฏจักรของชีวิตมนุษย์และการดำรงอยู่ของโลก เชื่อว่าพวกเขาเกิดมาพร้อมกับความสุขและความเศร้าตั้งแต่เกิดถึงตาย และมนุษย์ต้องการทั้งแสงสว่างและความมืดมิด ซึ่งคล้ายกับ“ปรัชญาสัมคยา” (Samkhya)ในศาสนาฮินดู ที่เชื่อเรื่องโครงสร้างจักรวาลและธรรมชาติของความจริงที่แยกกันโดยเด็ดขาด คือ สสารและจิตวิญญาณ

จากตำนานความเชื่อเหล่านี้นี่เองทำให้ก่อเกิดพิธีบูชาเทพเจ้า ขึ้นในเกาะบาหลีที่เรียกว่า “ระบำบางรอง”

การแสดงนี้ปรากฏครั้งแรกในหมู่บ้านบาตูบูลันบนเกาะบาหลี เชื่อว่ามีเทพเจ้าคอยปกปักษ์คุ้มครองความสุขและขจัดภัยพิบัติของชาวบ้านให้พ้นไป โดยลักษณะของการแสดงระบำบารองใช้นาฏศิลป์บาหลีที่อ่อนช้อยงดงาม เน้นคล่องตัว สื่ออารมณ์ผ่านสีหน้าและดวงตา ซึ่งสีหน้าท่าทางจะเปลี่ยนไปตามเรื่องราวของการแสดง

สำหรับวงดนตรีที่นิยมใช้ในการแสดง คือ บารุงอัน (Barungan) หรือที่ชาวบาหลีรู้จักกันในชื่อ “กาเมลัน” (Gamelan) เชื่อว่าเสียงเพลงที่บรรเลงจะส่งไปถึงเทพเจ้าบนสวรรค์ สะท้อนถึงการอยู่ใกล้ชิดกับเทพเจ้าและการใช้ชีวิตที่สอดคล้องกับธรรมชาติ

นอกจากนี้ ระบำบารองยังกลายเป็นการแสดงหลักในพิธีกาลุงอัน (Galungun) จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองให้กับบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว และเชื่อว่าพวกเขาจะกลับมาหาครอบครัว จึงมีการต้อนรับด้วยการแสดงดังกล่าว รวมถึงถวายอาหารและดอกไม้

ในปี 1920 เกาะบาหลีเริ่มกลายเป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญของอินโดนีเซีย ทำให้การแสดงระบำบารองถูกปรับปรุงไปใช้ในเชิงพาณิชย์และการท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น มีจัดแสดงครั้งแรกที่เมืองตันจุงและเดนปาซาร์ และยังจัดแสดงระบำนี้ที่ปราสาทบาตูบูลัน

หลังจากนั้นไม่นานเกิดเวทีแสดงขึ้นนอกหมู่บ้าน คือ เวทีสหเทวะและกำหนดในแสดงทุก 3 เดือนในวันเพ็ญและวันกาเจ็งกลีวอน (Kajeng Kliwon) วันมงคลของชาวฮินดูบาหลีที่จะชำระล้างจิตใจให้ผ่องใส เพื่อขอพรพระศิวะ ก่อนที่วัฒนธรรมนี้จะถูกปรับรูปแบบให้ไม่เกี่ยวข้องกับพิธีกรรมทางศาสนาในเวลาต่อมา

จากที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่ารูปแบบของระบำบารองเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา อย่างในปัจจุบันการแสดงและสถานที่ได้เปลี่ยนไปเพื่อให้สอดคล้องกับการท่องเที่ยวและแขกผู้มาเยือนมากขึ้น รวมไปถึงการสร้างสรรค์หน้ากากให้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นหน้ากากช้าง หน้ากากหมูป่า และหน้ากากเสือ เพื่อสร้างความตื่นเต้นแก่ผู้ชม

สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการปรับตัวของชาวบ้านเพื่อขับเคลื่อนวัฒนธรรมชุมชนไปสู่ระดับโลก และเพื่อรักษาวัฒนธรรมเก่าแก่ให้ดำรงสืบไป

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

ชุติกาญจน์ ขุมทรัพย์. การดำรงอยู่ของระบำบารอง (Barong Dance) ภายใต้นโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของประเทศอินโดนีเซีย. [ม.ป.ท.] : มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. คณะศิลปศาสตร์, 2564. สืบค้นเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2569. https://digital.library.tu.ac.th/tu_dc/frontend/Info/item/dc:303503.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 7 พฤษภาคม 2569

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ระบำบารอง วัฒนธรรมของชาวบาหลี ทวิลักษณ์แห่งชวา

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...