โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“อนุทิน” สวมบทพ่อค้าซิ่งรถพุ่มพวง! ผนึก 4 ประสานหั่นราคาสินค้าช่วย ปชช. คาดลดค่าครองชีพได้กว่า 280 ล้าน

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 12 พ.ค. เวลา 03.49 น. • เผยแพร่ 12 พ.ค. เวลา 03.49 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์

(12 พ.ค. 69) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ “ไทยช่วยไทย ลดภาระค่าครองชีพ พาณิชย์รถพุ่มพวง ลดราคาช่วยประชาชน” โดยมีนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เข้าร่วมเปิดงานด้วย

การเปิดโครงการไทยช่วยไทย เป็นการที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับการดูแลค่าครองชีพของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะประชาชนในชุมชนและพื้นที่ห่างไกลที่อาจมีข้อจำกัดในการเข้าถึงแหล่งจำหน่ายสินค้าราคาประหยัด โดยได้มอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายใน บูรณาการความร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยกรมการค้าภายในรับผิดชอบการบริหารโครงการ ประสานผู้ผลิต กำหนดรายการและราคาสินค้าจำเป็น ขณะที่กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการปกครอง สนับสนุนการคัดเลือกและประสานรถพุ่มพวงและร้านค้าชุมชนในพื้นที่ ส่วนกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด สนับสนุนเครือข่ายจุดจำหน่ายและจุดกระจายสินค้า เพื่อให้สินค้าราคาพิเศษเข้าถึงประชาชนได้อย่างทั่วถึง รวดเร็ว และครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

ทันทีที่นายกรัฐมนตรีเดินทางมาเปิดงาน นายอนุทินได้ขับรถพ่วงสามล้อที่ดัดแปลงมาเป็นรถพุ่มพวง พร้อมด้วยนางศุภจี รอบตึกสันติไมตรี ก่อนจะขับรถสามล้อไปยังหน้าตึกไทยคู่ฟ้า และสวมบทบาทเป็นพ่อค้ารถพุ่มพวงขายสินค้าอุปโภคบริโภคในราคาย่อมเยา

ภายหลังผู้สื่อข่าวถามว่าวันนี้มีอะไรมาขายบ้าง นายกรัฐมนตรีตอบว่ารถพุ่มพวงมีขายทุกอย่าง ทั้งแตงกวา แตงไทย ขนุน น้อยหน่า พุทรา มังคุด ก่อนที่นางศุภจีจะพูดเสริมว่า ขอให้ประชาชนคนไทยทุกคนช่วยกันซื้อ

นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า รถพุ่มพวงนี้จะตระเวนขับขายไปตามหมู่บ้าน ราคาต่ำกว่าราคาตลาดถึงร้อยละ 10 ขึ้นอยู่กับโปรโมชันของแต่ละผู้ประกอบการและสินค้า อย่างพวกเครื่องปรุง ซีอิ๊วขาว ซอสต่าง ๆ ที่แกะฉลากออกเพื่อลดราคาค่าการตลาด แต่คุณภาพข้างในคือซอสแบรนด์ปกติ แม้กระทั่งน้ำปลาก็รสชาติและคุณภาพเชื่อถือได้ ไม่มีการลดคุณภาพของส่วนผสม

นางศุภจีกล่าวเสริมต่อว่า นี่เป็นการต่อยอดจากที่กรมการปกครองได้นำสินค้าเหล่านี้ไปวางกระจายทั่วทุกอำเภอ และไปตามชุมชนต่าง ๆ ที่ห่างไกลด้วย

ขณะที่นายกรัฐมนตรีกล่าวเชิญชวนประชาชนคนไทยให้เข้าร่วมในโครงการไทยช่วยไทยว่า นี่เป็นของถูกกว่าราคาตลาดทั่วไปอยู่แล้ว หากประชาชนเห็นการออกร้านขายสินค้าของกระทรวงพาณิชย์ ให้รับรู้เลยว่านี่เป็นสินค้าที่หาซื้อได้ในราคาที่ถูกกว่าตลาดและห้างสรรพสินค้า เพราะได้รับการช่วยเหลือจากผู้ประกอบการต่าง ๆ สามารถเลือกซื้อได้ตามความต้องการ ซึ่งเป็นสินค้าราคาที่ต่ำลงแต่คุณภาพ มาตรฐาน รสชาติ และส่วนผสมทุกอย่างไม่เปลี่ยนแปลง

นางศุภจีกล่าวย้ำว่า ที่ราคาถูกกว่าตลาดเป็นความตั้งใจที่จะมอบราคาประหยัดส่งถึงคนไทย ซึ่งเป็นสินค้าที่ร่วมกับกรมการปกครองที่ได้ร่วมกันลงทะเบียนก่อนหน้านี้

ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะกล่าวเสริมว่า สินค้าเหล่านี้เริ่มแรกเราส่งให้ผู้ประกอบการนำไปขายเพื่อเอารายได้มาซื้อของเติมใส่ในรถพุ่มพวง โดยมีรัฐบาลคอยสนับสนุน และยังมีการช่วยเหลือเรื่องบัตรเติมน้ำมันด้วย

เมื่อถามว่าหากประชาชนอยากให้โครงการนี้มีต่อไปแม้สถานการณ์เศรษฐกิจจะดีขึ้น จะสามารถทำได้หรือไม่ นางศุภจีกล่าวว่าสามารถทำต่อไปได้ เพราะเรามีความตั้งใจจะนำสินค้าอุปโภคบริโภคของผู้ประกอบการรายเล็กเข้ามาร่วมในโครงการนี้ และตั้งใจจะทำต่อในระยะยาวอยู่แล้ว

ในช่วงท้ายนายกรัฐมนตรียังหยิบคะน้าและซอสปรุงรส เครื่องปรุงต่าง ๆ ขึ้นมา และบอกว่า "นี่ถ้ามีพริกสามารถหั่นและผัดได้เลย ส่วนบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปห่อนี้ก็สามารถนำมาทำเป็นเมนูผัดแห้งได้" ก่อนที่นายกรัฐมนตรีและนางศุภจีจะกลับมาที่ตึกสันติไมตรี เพื่อชมสินค้าในโครงการไทยช่วยไทยจากแบรนด์ต่าง ๆ

สำหรับโครงการ “ไทยช่วยไทย ลดภาระค่าครองชีพ พาณิชย์รถพุ่มพวง ลดราคาช่วยประชาชน” มีเป้าหมายดำเนินการต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 3 เดือน เพื่อให้สอดรับกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและลดภาระค่าครองชีพของรัฐบาลในช่วงเดียวกัน อาทิ โครงการคนละครึ่งพลัส โดยในระยะแรกจะดำเนินการระหว่างวันที่ 15 พฤษภาคม – 14 มิถุนายน 2569 รวมระยะเวลา 30 วัน นำสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็น 14 รายการ จากผู้ประกอบการ 12 ราย มาจำหน่ายในราคาพิเศษผ่านช่องทางใกล้ชุมชน ทั้งรถพุ่มพวง ร้านค้าชุมชน และจุดให้บริการของไปรษณีย์ไทย เพื่อช่วยให้ประชาชนซื้อสินค้าจำเป็นได้สะดวกขึ้น ลดภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือน และเพิ่มทางเลือกในการจับจ่ายสินค้าใกล้บ้าน

โดยรัฐบาลคาดว่าโครงการนี้จะช่วยลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชนได้ไม่น้อยกว่า 280 ล้านบาท และตั้งเป้าหมายให้เกิดประโยชน์ครอบคลุมประชาชนไม่น้อยกว่า 4 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ ตลอดระยะเวลาการดำเนินโครงการ 3 เดือน

สำหรับจุดจำหน่ายสินค้า ในเบื้องต้นจะมีรถพุ่มพวงทั่วประเทศรวม 3,800 คัน จุดจำหน่ายผ่านไปรษณีย์จังหวัดและไปรษณีย์อำเภอรวม 946 จุด และร้านค้าชุมชน 129 ร้าน ซึ่งจะเป็นเครือข่ายสำคัญในการนำสินค้าราคาพิเศษไปถึงมือประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่ชุมชน หมู่บ้าน และพื้นที่ที่ประชาชนเข้าถึงห้างค้าปลีกหรือแหล่งจำหน่ายขนาดใหญ่ได้ไม่สะดวก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...