“กรณ์” ซัดรัฐบาลปล่อยโรงกลั่นกำไรพุ่ง ชี้ไตรมาสเดียวฟันกว่า 1.9 หมื่นล้าน สะท้อนประชาชนแบกรับต้นทุนพลังงานแพงเกินจริง
“กรณ์” ปูด ไตรมาสเดียวบริษัทโรงกลั่น ฟันกำไร 1.9 หมื่นล้านบาท เหตุ รัฐบาลบริหารผิดพลาด ชี้ ชัด “ลาภลอยน้ำมัน” สะท้อน ปชช. แบกต้นทุนพลังงานแพง มอง เปิดโอกาสนายทุนตุนน้ำมันขึ้นราคาช่วงสงคราม ได้กำไร 2 ชั้น
วันที่ 13 พ.ค. 69 ที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ขยายผลเพิ่มเติมกรณีที่โพสต์ข้อความบนเฟสบุ๊คถึงบริษัทโรงกลั่นแห่งหนึ่งได้รายงานผลประกอบการไตรมาสแรกซึ่งมีกำไรสูง ถึง 19,481 ล้านบาท ว่า ประกาศผลประกอบการไตรมาสหนึ่งออกมาเมื่อวันก่อน ซึ่งเห็นได้ชัดที่เราพูดมาโดยตลอดว่ามีการกำไรในลักษณะลาภลอยเกิดขึ้น จากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่สูงขึ้นนั้นเป็นจริง และมีการถกเถียงกันมาตลอดว่าสุดท้ายแล้วจะกำไรหรือไม่ เราพูดตลอดว่ากำไรของสต๊อกน้ำมันคือการซื้อน้ำมันตุนเอาไว้ก่อนที่จะเกิดสงคราม
ซึ่งรัฐบาลเปิดโอกาสให้กับทางบริษัทน้ำมันสามารถขายให้กับประชาชนในราคาที่ปรับสูงขึ้นแล้วหลังจากเหตุการณ์สงคราม โดยมองว่าตรงนี้มันถือว่าเป็นข้อผิดพลาดที่สำคัญของรัฐบาล ส่วนประเด็นที่ สองคือเรื่องของค่าการกลั่นที่ปรับสูงขึ้นมาระดับ 16-17 บาทต่อลิตร ในบางช่วงจังหวะ แล้วก็มีการถกเถียงมาโดยตลอดว่าค่ากลั่นที่สูงขึ้นจะส่งผลต่อกำไรของโรงกลั่นหรือไม่
นายกรณ์ กล่าวว่า โดยวันนี้ชัดเจนแล้วว่าไตรมาสเดียวบริษัทโรงกลั่นแห่งหนึ่งกำไร 19,481 ล้านบาท ซึ่งสูงมากกว่าช่วงเวลาเดียวกันคือไตรมาสของปีที่แล้ว ส่วนกำไรใน 3 เดือนแรกของปีนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับกำไรทั้งปีของปีที่แล้วกำไร 3 เดือนแรก ของปีนี้กลับสูงกว่ากำไรทั้งปีของปีที่แล้วประมาณ 30 กว่าเปอร์เซ็นต์และตรงนี้มันสะท้อนชัดเจนว่าระดับกำไรสูงกว่าปกติสืบเนื่องมาจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น และกำไรจากสต๊อกน้ำมันที่มีเพิ่มขึ้น และกำไรตรงนี้สะท้อนในเหรียญอีกด้านคือความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในการที่จะต้องมีต้นทุนพลังงานที่สูง
ทั้งนี้นายกรณ์ ย้ำว่า รัฐบาลในการออก พ.ร.ก.ฉบับนี้และอ้างว่าสาเหตุสำคัญมาจากประเด็นปัญหาเศรษฐกิจที่เกิดจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น เราพูดมาตลอดว่านอกเหนือจากราคาน้ำมันติดในตลาดโลกที่สูงขึ้นแล้ว อีกสองสาเหตุที่ทำให้ต้นทุนพลังงานในประเทศไทยสูงมากเกินความจำเป็นหรือสูงมากกว่าที่ควรก็เพราะรัฐบาลไม่ได้ไปกำกับดูแลในเรื่องของวิธีการกำหนดราคาน้ำมันโดยผู้ประกอบการ แต่รัฐบาลมาตั้งคณะกรรมการคณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง(คตร.)และส่งนายเอกนิติไปเป็นประธานเพื่อศึกษาว่ามีแนวคิดอื่นหรือไม่ ในการที่จะกำหนดราคาน้ำมันที่เป็นธรรมกับพี่น้องประชาชนมากกว่าที่ใช้อยู่ในอดีต ตนย้ำว่าในวันนี้ก็ยังใช้สูตรเดิมยังคำนวณแบบเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลยและนี่เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ต้นทุนราคาน้ำมันมันสูงเกินควรโดยผู้ประกอบการและรัฐบาลลดการเก็บภาษีสรรพสามิต