โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

แจงเหตุปรับดีเซลสะท้อนต้นทุนจริง-เลี่ยงกักตุน ยันกองทุนน้ำมันยังช่วยพยุง

สยามรัฐ

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วันที่ 26 มีนาคม 2569 ในการแถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ ณ ศูนย์ ศบก. ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวถึงสถานการณ์พลังงานในประเทศว่า ปัจจุบันความขัดแย้งจากการสู้รบยังมีความไม่แน่นอน ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกผันผวนสูง ซึ่งหลังจากมีการปรับราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้น 6 บาท จนมาอยู่ที่ประมาณ 39 บาทต่อลิตรในวันนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนพบว่าราคายังอยู่ในระดับต่ำ

โดยมาเลเซียอยู่ที่ 45.50 บาท เวียดนาม 47 บาท กัมพูชา 57 บาท ลาว 64 บาท ฟิลิปปินส์ 66 บาท และสิงคโปร์สูงที่สุดที่ 100 บาท ขณะที่มีเพียงอินโดนีเซียและบรูไนเท่านั้นที่มีราคาต่ำกว่าไทย

โดยก่อนการปรับราคา กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงต้องแบกรับภาระอุดหนุนดีเซลถึงลิตรละ 19 บาท ทำให้มีกระแสเงินไหลออกประมาณ 1,700 ล้านบาทต่อวัน และสถานะกองทุนปัจจุบันติดลบรวมประมาณ 38,000 ล้านบาท การปรับราคาในครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อให้สะท้อนต้นทุนจริง ลดภาระกองทุน และป้องกันปัญหาการกักตุนหรือลักลอบนำน้ำมันออกไปขายในประเทศเพื่อนบ้านเนื่องจากส่วนต่างราคาที่สูงมาก ซึ่งรัฐบาลได้ประสานฝ่ายความมั่นคงให้ช่วยสอดส่องดูแลไม่ให้มีการเอาเปรียบประชาชน

สำหรับด้านการผลิตและการจัดหา ยืนยันว่าโรงกลั่นน้ำมันทุกแห่งเดินเครื่องเต็มกำลัง โดยผลิตดีเซลได้ 78 ล้านลิตรต่อวัน และมีการผ่อนผันให้นำน้ำมันสำรองออกมาช่วยเพิ่มอีก 10 ล้านลิตร ทำให้ยอดจ่ายน้ำมันจริงในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมาอยู่ที่ 85 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งสูงกว่าความต้องการใช้ปกติเฉลี่ยที่ 67 ล้านลิตรต่อวัน พร้อมทั้งได้ขอความร่วมมือผู้ค้าน้ำมันมาตรา 7 ให้จ่ายน้ำมันผ่านช่องทางจ็อบเบอร์ตามปกติเพื่อให้ปริมาณน้ำมันในระบบเข้าสู่สภาวะปกติ

ผู้สื่อข่าวถามว่า ปัจจัยใดบ้างที่จะส่งผลให้ราคาน้ำมันมีโอกาสปรับตัวสูงขึ้นอีก นายอรรถพลชี้แจงว่าต้องประเมินหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งสถานการณ์ตลาดโลก ความแตกต่างของราคากับเพื่อนบ้าน สถานการณ์กักตุน และสถานะของกองทุนน้ำมันฯ โดยหลักการบริหารในขณะนี้จะปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาดมากขึ้น ไม่ได้กำหนดเพดานตายตัว แต่กองทุนน้ำมันฯ จะยังคงใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการดูแลประกอบกัน ไม่ได้ถอนตัวออกไปทั้งหมด

"สรุปคือเรื่องการสู้รบยังไม่แน่นอน ส่งผลต่อความผันผวนของราคาน้ำมันซึ่งยังอยู่ในระดับสูง เมื่อเปรียบเทียบราคาเพื่อนบ้านในอาเซียน พบว่าส่วนใหญ่ยังสูงกว่าไทย ของเราอยู่ที่ 39 บาท ซึ่งกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงยังคงอุดหนุนอยู่ โดยเหตุผลที่ต้องปรับราคาเพื่อให้สะท้อนต้นทุนจริง ลดภาระกองทุน และป้องกันปัญหาการกักตุนหรือการลักลอบเนื่องจากส่วนต่างราคาที่ต่างกันมาก" นายอรรถพล กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามถึงข้อสงสัยของประชาชนกรณีการนำน้ำมันสำรองออกมาใช้ว่าเหตุใดราคาจึงยังปรับตัวสูงขึ้น นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน อธิบายว่า การนำน้ำมันสำรองออกมาใช้คือการผ่อนผันให้นำน้ำมันที่ต้องคงอยู่ในสต๊อกออกมาหมุนเวียนได้มากขึ้นเพื่อเพิ่มปริมาณน้ำมันในระบบ ส่วนกลไกราคานั้นเป็นคนละส่วนกัน เนื่องจากต้องอ้างอิงราคาตลาด (Market Price) เพราะผู้ผลิตต้องซื้อน้ำมันเข้ามาทดแทนในสต๊อกตามราคาตลาดปัจจุบันเช่นกัน

ที่ผ่านมารัฐบาลพยายามตรึงราคาไว้ที่ 33 บาทมาโดยตลอด แต่ด้วยวิกฤตที่รุนแรงทำให้กองทุนไม่สามารถพยุงต่อได้ทั้งหมด จากนี้ไปทิศทางราคาจะขึ้นอยู่กับสถานการณ์จริง หากมีการปรับลดภาษีสรรพสามิตลง ราคาน้ำมันก็จะปรับลดลงตามทันทีเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เป็นจริง

"การตัดสินใจปรับราคาเมื่อวานนี้เป็นเรื่องที่หนักใจ เพราะสถานการณ์รุนแรงกว่าที่คาดไว้จนกองทุนรับไม่ไหว ประกอบกับมีปัญหาการกักตุนเก็งกำไรจนน้ำมันที่จ่ายเข้าระบบมากกว่าปกติถึง 20% หรือประมาณ 86 ล้านลิตรนั้นหายไป (ถูกนำไปเก็บไว้ใช้) มาตรการด้านราคาจึงเป็นสิ่งจำเป็น ส่วนราคาในอนาคตจะถึง 50 บาทหรือไม่นั้นยังตอบไม่ได้ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ หากการสู้รบยุติลงหรือมีการลดภาษี ราคาก็จะปรับลดลงตามกลไกตลาด" นายประเสริฐ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...