โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธนาคารกลางทั่วโลกยืนยัน ลุยเก็บทองคำต่อในระยะยาว

THE STANDARD

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
ธนาคารกลางทั่วโลกยืนยัน ลุยเก็บทองคำต่อในระยะยาว

ในยุคที่เต็มไปด้วยความผันผวนและตัวแปรที่คาดเดาไม่ได้ ธนาคารกลางทั่วโลกกำลังส่งสัญญาณที่ชัดเจนร่วมกันอย่างหนึ่งว่า ทองคำไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่คือหัวใจหลักของยุทธศาสตร์ความมั่นคง

ข้อมูลล่าสุดในเดือนกุมภาพันธ์จาก ‘World Gold Council (WGC)’ สภาทองคำโลก รวมไปถึงผลสำรวจจาก ‘Central Banking Publications (CB)’ สถาบันวิจัยระดับโลกที่เชี่ยวชาญด้านธนาคารกลาง ที่จัดทำในช่วงเดือนมกราคม-มีนาคม ยืนยันตรงกันว่า การสะสมทองคำครั้งนี้เป็นการเดินหน้าระยะยาวที่ยากจะย้อนกลับ ด้วยเหตุผลดังนี้

1. ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ เหตุผลอันดับหนึ่งที่ไม่มีวันจบ

ผลสำรวจจาก CB ระบุชัดเจนว่า 70% ของธนาคารกลางทั่วโลก มองว่าความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์คือความเสี่ยงอันดับ 1 ซึ่งพุ่งสูงขึ้นเท่าตัวจากระดับ 35% เมื่อปี 2025 ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งที่ไม่แน่นอน เช่น สงครามอิหร่าน หรือข้อพิพาทเกาะกรีนแลนด์กับเดนมาร์ก เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาให้ทองคำกลายเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย ที่ไม่มีความเสี่ยงด้านคู่สัญญา (Counterparty Risk) ทำให้การเข้าซื้อธนาคารกลางทั่วโลกในเดือนกุมภาพันธ์ กลับขึ้นมาอยู่ที่ 27 ตัน ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของปี 2025 ที่ระดับ 26 ตัน ตามการรายงานของ WGC

2. การสั่นคลอนของอิทธิพลสกุลเงินดอลลาร์

แม้ธนาคารกลางราว 80% ยังมองว่าดอลลาร์สหรัฐเป็นสกุลเงินที่ปลอดภัยอันดับหนึ่ง แต่ความเชื่อมั่นในดอลลาร์กำลังถูกทดสอบอย่างหนัก ด้วยตัวเลขความกังวลที่พุ่งขึ้นจาก 3% เป็น 16% ในปีเดียว ที่มองว่าบทบาทของดอลลาร์จะส่งผลต่อการตัดสินใจบริหารทุนสำรอง โดยสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากค่าเงินดอลลาร์ที่เคยอ่อนค่าลงถึง 12% ในปี 2025 ทำให้ธนาคารกลางหลายแห่งเริ่มไม่สบายใจ ที่จะถือครองดอลลาร์เพียงอย่างเดียว ทองคำจึงถูกดึงเข้ามาทำหน้าที่โดยตรงท่ามกลางกระแส De-dollarization ซึ่งเป็นระดับโครงสร้างที่ต้องใช้เวลาปรับสมดุลนานหลายปี

3. การซื้ออย่างมีวินัยและต่อเนื่องระยะยาว (Long-term Commitment)

ข้อมูลจาก WGC ยืนยันว่าการสะสมทองคำไม่ใช่การเก็งกำไรระยะสั้น แต่เป็นแผนการระยะยาวโดยเห็นได้จาก ความต่อเนื่องจากหลายประเทศ เช่น จีนที่ซื้อติดต่อกัน 16 เดือน รวมทองคำสำรองล่าสุด 2,308 ตัน, สาธารณรัฐเช็กที่ซื้อติดต่อกัน 36 เดือน ทำสถิติซื้อต่อเนื่องยาวนานที่สุด และโดยเฉพาะโปแลนด์ ที่เป็นผู้นำในการซื้อทองคำในเดือนกุมภาพันธ์ถึง 20 ตัน รวมทองคำสำรองล่าสุด 570 ตัน พร้อมตั้งเป้าหมายสะสมเพิ่มต่อเนื่องจนถึง 700 ตัน

ประกอบกับผลสำรวจ CB ระบุถึงมุมมองในอนาคตว่า ธนาคารกลางทั่วโลกกว่า 50% ยังเล็งเห็นถึงปัจจัยเรื่องเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยจะยังคงอยู่ไปอีกอย่างน้อยอีก 5 ปี ส่วนความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์จะเป็นแรงกระตุ้นที่รุนแรงในระยะสั้น ขณะที่ธนาคารกลางเกือบ 40% ระบุว่ากำลังพิจารณาที่จะเพิ่มการถือครองทองคำในระบบทุนสำรองฯ

4. การขยายตัวของกลุ่มผู้ซื้อหน้าใหม่ (Global Trend)

เทรนด์การซื้อทองคำไม่ได้จำกัดอยู่แค่ประเทศมหาอำนาจอีกต่อไป แต่กำลังขยายตัวไปยัง กลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) โดยเฉพาะธนาคารกลางในทวีปแอฟริกา หันมาใช้ทองคำเป็นเครื่องมือกระจายความเสี่ยงเชิงกลยุทธ์ เช่น ยูแกนดา ที่เริ่มโครงการซื้อทองคำในเดือนมีนาคม พร้อมตั้งเป้าซื้ออย่างน้อย 100 กิโลกรัม ระหว่างเดือนมีนาคม-มิถุนายน เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้ทุนสำรองฯ และเคนยาที่ส่งสัญญาณถึงความตั้งใจในทิศทางเดียวกัน รวมถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น มาเลเซีย, กัมพูชา ด้วยเช่นกัน

ภาพ: Royal studio 1 / Shutterstock

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...