โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บลูออริจินเตรียมส่งดาวเทียมคู่บินโฉบระดับต่ำเหนือขั้วใต้ของดวงจันทร์ หวังกรุยทางสู่การตั้งถิ่นฐานในอวกาศ

SPACEMAN

อัพเดต 8 เมษายน 2569 เวลา 3.57 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • SPACEMAN มนุษย์อวกาศ

บริษัทบลูออริจิน (Blue Origin) เปิดเผยแผนการส่งดาวเทียมคู่ขนาดเล็กภายใต้ภารกิจโอเอซิส-1 (Oasis-1) เพื่อบินสำรวจและทำแผนที่แหล่งน้ำแข็งและทรัพยากรมีค่าบริเวณขั้วใต้ของดวงจันทร์ ข้อมูลเชิงลึกจากภารกิจนี้จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้การตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ในอวกาศแบบถาวรกลายเป็นความจริง โดยคาดว่าจะสามารถปล่อยยานขึ้นสู่อวกาศได้ภายในช่วงปลายปี พ.ศ. 2570 ถึงต้นปี พ.ศ. 2571

เป็นที่ทราบกันดีว่า พื้นที่เงามืดถาวรบริเวณขั้วใต้ของดวงจันทร์นั้นเป็นแหล่งกักเก็บน้ำแข็งที่สำคัญ แต่ปริมาณที่แท้จริงยังคงเป็นปริศนา ภารกิจโอเอซิส-1 ซึ่งถูกนำเสนอในการประชุมวิทยาศาสตร์ดวงจันทร์และดาวเคราะห์ประจำปี พ.ศ. 2569 จึงถูกออกแบบมาเพื่อยกระดับข้อมูลจากการประเมินคร่าว ๆ ไปสู่ข้อมูลที่มีความแม่นยำระดับที่สามารถใช้ในการทำเหมืองทรัพยากรได้ ภารกิจนี้ประกอบด้วยดาวเทียมขนาดเล็กสองดวงที่จะถูกปล่อยออกจากยานลงจอดแบบไร้คนขับรุ่นเอ็มเค 1 (MK1) ของบลูออริจิน ดาวเทียมแฝดนี้จะเข้าสู่วงโคจรขั้วดาวแบบรีมาก โดยมีจุดใกล้ศูนย์กลางมวลที่สุดในวงโคจรอยู่ห่างจากพื้นผิวดวงจันทร์เพียงสิบกิโลเมตรเท่านั้น ซึ่งการบินโฉบในระดับต่ำเช่นนี้เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการเก็บข้อมูลที่มีความละเอียดสูง

เพื่อรองรับการสำรวจเชิงลึก ดาวเทียมแต่ละดวงจะติดตั้งเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ประสิทธิภาพสูง 3 ชนิด อุปกรณ์ชิ้นแรกคือสเปกโทรมิเตอร์รังสีแกมมาและนิวตรอนแบบไฮบริด ซึ่งทำหน้าที่หลักในการค้นหาแหล่งน้ำ โดยเทคนิคนี้เป็นเพียงวิธีเดียวในปัจจุบันที่สามารถระบุปริมาณน้ำลึกลงไปใต้พื้นผิวได้ถึงหนึ่งเมตร การบินในระดับต่ำจะช่วยเพิ่มความละเอียดของข้อมูลได้มากถึง 9 เท่าเมื่อเทียบกับฐานข้อมูลที่มีอยู่ในปัจจุบัน

เครื่องมือชิ้นต่อมาคือ แมกนีโตมิเตอร์ที่จะทำหน้าที่จัดทำแผนที่ความผิดปกติของสนามแม่เหล็กบนเปลือกดวงจันทร์ ซึ่งข้อมูลนี้ไม่เพียงแต่มีประโยชน์ในทางวิทยาศาสตร์ แต่ยังช่วยประเมินตำแหน่งที่อาจมีแร่มีค่าในกลุ่มแพลทินัมซ่อนอยู่ นอกจากนี้ยังมีการใช้สเปกโทรมิเตอร์แบบพุชบรูมหลายช่วงสเปกตรัมเพื่อค้นหาฮีเลียม-3 ซึ่งเป็นไอโซโทปหายากที่วงการวิทยาศาสตร์คาดหวังว่าจะนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงในเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ฟิวชันในอนาคต

การปฏิบัติงานของภารกิจนี้แบ่งออกเป็นช่วงการทำแผนที่แบบครอบคลุมระยะเวลา 90 วัน ตามด้วยช่วงการลดระดับวงโคจรแบบควบคุมใน 10 วันสุดท้าย ในช่วงท้ายนี้ดาวเทียมจะค่อย ๆ ลดระดับลงจนพุ่งชนพื้นผิวดวงจันทร์ เครื่องมือวิทยาศาสตร์ทั้งหมดจะต้องทำงานอย่างหนักในช่วงเวลานี้เพื่อเก็บข้อมูลแหล่งน้ำด้วยความละเอียดขั้นสูงสุดก่อนที่ดาวเทียมจะถูกทำลาย

จุดเด่นอีกประการของภารกิจนี้คือรูปแบบโครงสร้างทางธุรกิจ บลูออริจินมีแผนที่จะให้สิทธิการใช้ประโยชน์จากแผนที่ทรัพยากรเหล่านี้แก่บริษัทเอกชนรายอื่นที่ต้องการข้อมูลไปใช้ลดความเสี่ยงในการออกแบบอุปกรณ์สำหรับการใช้ทรัพยากรในอวกาศ หรือการทำเหมืองบนดวงจันทร์ ส่วนข้อมูลที่ไม่มีผลประโยชน์เชิงพาณิชย์จะถูกเปิดเผยสู่สาธารณะผ่านข้อตกลงร่วมกับศูนย์นวัตกรรมทรัพยากรอวกาศแห่งยุโรป

ภารกิจโอเอซิส-1 นี้เป็นเพียงระยะเริ่มต้นของการสำรวจวงโคจรภายใต้แผนการใหญ่ของบริษัท ซึ่งในระยะต่อไปจะมีการส่งระบบยานพาหนะลงไปสำรวจบนพื้นผิว และจะเข้าสู่ขั้นตอนการทำเหมืองสกัดทรัพยากรในระยะที่ 3 เพื่อสร้างส่วนประกอบต่าง ๆ จากวัตถุดิบบนดวงจันทร์โดยตรง

แนวทางที่เป็นระบบนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างจริงจังในการผลักดันขอบเขตการสำรวจของมนุษยชาติออกไปในระบบสุริยะ ด้วยการสนับสนุนจากทรัพยากรมหาศาล ผู้เชี่ยวชาญประเมินว่าภารกิจโอเอซิส-1 จะสามารถเริ่มต้นการเดินทางได้ตามกำหนดการ ความสำเร็จของการส่งดาวเทียมคู่ไปปฏิบัติงานรอบดวงจันทร์ในครั้งนี้ อาจเป็นบทพิสูจน์สำคัญว่าความฝันในการตั้งถิ่นฐานบนดวงดาวจะสามารถกลายเป็นความจริงได้ในเร็ววัน

ข้อมูลอ้างอิง: Universe Today

  • Blue Origin Plans A Pair Of Low-Flying Prospectors Around The Lunar South Pole
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...