“ทรัมป์” ขู่ล้างบางอิหร่านในคืนเดียว ขีดเส้นตายเปิดฮอร์มุซ หากไร้ข้อสรุป อาจได้กลับไปยุคหิน
“ทรัมป์” เพิ่มแรงกดดันขั้นสูงสุด ขู่ล้างบางอิหร่านในคืนเดียว โจมตีโครงสร้างพื้นฐานอิหร่านทั้งระบบ ขีดเส้นตายเปิดฮอร์มุซ หากไร้ข้อสรุป อาจได้กลับไปยุคหิน
วันที่ 7 เมษายน 2569 เวลา 05.03 น. สำนักข่าว BBC รายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกมาขู่ว่าสหรัฐฯ สามารถทำลายอิหร่านได้ภายในคืนเดียวหากไม่ยอมบรรลุข้อตกลงก่อนเส้นตายที่เขากำหนด เพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก โดยเส้นตายสำหรับข้อตกลงที่ยอมรับได้ ซึ่งต้องรวมถึงการเปิดเสรีการไหลของพลังงานผ่านอ่าวเปอร์เซีย ถูกกำหนดไว้ที่เวลา 20.00 น. ตามเวลาตะวันออกสหรัฐฯ (01.00 น. GMT วันอังคาร)
ในการแถลงข่าวที่ทำเนียบขาวเมื่อวันจันทร์ ทรัมป์ระบุว่า เขาเชื่อว่าผู้นำอิหร่านที่มีเหตุผล กำลังเจรจาอย่างจริงใจ แต่ยอมรับว่าผลลัพธ์ยังไม่แน่นอน ขณะที่อิหร่านได้ปฏิเสธข้อเสนอหยุดยิงของสหรัฐฯ และเรียกร้องให้ยุติการสู้รบทันที พร้อมทั้งให้มีการฟื้นฟูประเทศหลังสงคราม และยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร
การแถลงข่าวดังกล่าวมีขึ้นร่วมกับพลเอกแดน เคน ประธานคณะเสนาธิการร่วม และ Pete Hegseth รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ โดยเกิดขึ้นไม่กี่วันหลังจากกองกำลังสหรัฐฯ สามารถช่วยเหลือลูกเรือเครื่องบินขับไล่ F-15 ที่ถูกยิงตกในพื้นที่ตอนใต้ของอิหร่านได้สำเร็จ แม้ทรัมป์จะยกย่องปฏิบัติการดังกล่าวว่า “กล้าหาญ” แต่เขายังคงย้ำคำขู่ว่าสหรัฐฯ อาจเปิดฉากโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและระบบคมนาคมของอิหร่าน หากช่องแคบฮอร์มุซไม่ถูกเปิดภายในกำหนด
ทรัมป์กล่าวว่า “ทั้งประเทศสามารถถูกทำลายได้ในคืนเดียว และคืนนั้นอาจเป็นคืนพรุ่งนี้” พร้อมเสริมว่า หากเส้นตายผ่านไป อิหร่านจะถูกทำให้ย้อนกลับไปสู่ยุคหินโดยระบุว่าจะไม่มีทั้งสะพานและโรงไฟฟ้าเหลืออยู่ อย่างไรก็ตาม แม้อิหร่านจะปฏิเสธข้อเรียกร้องก่อนหน้านี้ ทรัมป์ยังคงแสดงความหวังว่าอิหร่านกำลังเจรจาอย่างจริงใจ หลังจากผู้นำระดับสูงของอิหร่านหลายรายถูกสังหารจากการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอล
เจ้าหน้าที่ในภูมิภาคที่เกี่ยวข้องกับการเจรจาเปิดเผยว่า ความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญแทบเป็นไปไม่ได้ หากยังไม่มีการหยุดยิงก่อน โดยการเจรจายังเผชิญอุปสรรคจากปัญหาการสื่อสาร เนื่องจากอิหร่านอยู่ภายใต้ภาวะการสื่อสารถูกจำกัด ทำให้การส่งข้อความไปกลับใช้เวลานาน โดยเฉลี่ยราวหนึ่งวัน นอกจากนี้ ปากีสถาน ตุรกี และอียิปต์ ยังมีบทบาทในการเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ย
ทรัมป์ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับแผนการของสหรัฐฯ โดยกล่าวเพียงว่าเขามีแผนที่ดีที่สุด แต่จะไม่เปิดเผยต่อสื่อ ขณะเดียวกัน ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระหว่างประเทศเตือนว่า การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของอิหร่านอย่างจงใจและต่อเนื่อง อาจเข้าข่ายเป็นอาชญากรรมสงคราม โดยอดีตที่ปรึกษากฎหมายของสภาความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ ระบุว่า การทำลายโรงไฟฟ้าและการใช้มาตรการบีบบังคับต่อประชาชนเพื่อกดดันรัฐบาล เป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายอย่างชัดเจน
ก่อนหน้านี้ในวันเดียวกัน ทรัมป์กล่าวว่าเขาไม่กังวลต่อประเด็นดังกล่าว และยืนยันว่าประชาชนอิหร่านยินดีที่จะอดทนเพื่อให้ได้มาซึ่งเสรีภาพ แม้เขาจะระบุว่าการโค่นล้มรัฐบาลอิหร่านไม่ใช่เป้าหมายโดยตรงก็ตาม
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังวิพากษ์วิจารณ์พันธมิตรสำคัญของสหรัฐฯ รวมถึงสหราชอาณาจักร NATO และเกาหลีใต้ ว่าไม่ได้ให้ความช่วยเหลือสหรัฐฯ อย่างเพียงพอในช่วงความขัดแย้ง พร้อมระบุว่านี่เป็นรอยด่างที่จะติดอยู่กับนาโตตลอดไป และย้ำว่าสหรัฐฯ ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาสหราชอาณาจักร
ทั้งนี้ กองบัญชาการกลางของกองทัพสหรัฐฯ เปิดเผยว่า นับตั้งแต่เริ่มต้นสงคราม กองกำลังสหรัฐฯ ได้ดำเนินการโจมตีในอิหร่านไปแล้วมากกว่า 13,000 ครั้ง
อ้างอิง : bbc.com