โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘รมว.ยุติธรรม’ สั่งเช็กชื่อเรือเอี่ยว น้ำมัน 57 ล้านลิตร ล่องหนกลางทะเล

The Bangkok Insight

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว • The Bangkok Insight

"รมว.ยุติธรรม" สั่ง DSI เช็กชื่อเรือเอี่ยว น้ำมัน 57 ล้านลิตร ล่องหนกลางทะเล

พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เข้าปฏิบัติงานที่กระทรวงเป็นรอบที่สอง พร้อมหารือกับผู้บริหารแต่ละกรมถึงทิศทางการทำงาน โดยย้ำว่าภารกิจเร่งด่วนคือการดำเนินงานตามโครงการในพระราชดำริ และการแก้ไขปัญหาตามนโยบายรัฐบาล รวมถึงการปรับปรุงกฎหมายที่จำเป็น นอกจากนี้ยังเตรียมความพร้อมระบบการทำงานแบบ Work From Home ของเจ้าหน้าที่ในกระทรวงเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด

น้ำมัน 57 ล้านลิตร

รมว.ยุติธรรม เปิดเผยความคืบหน้ากรณีน้ำมันจำนวน 57 ล้านลิตรหายไปกลางทะเล โดยระบุชัดเจนว่ามีพฤติการณ์แบบ Ship-to-ship หรือการถ่ายโอนจากเรือสู่เรือ ซึ่งตนได้สั่งการให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) รวบรวมข้อมูลทั้งหมดให้เสร็จสิ้นภายในเวลา 12.00 น. ของวันนี้ (7 เม.ย.) เพื่อระบุจำนวนเรือและเที่ยวเดินเรือที่เกี่ยวข้องให้ชัดเจนว่าน้ำมันปริมาณมหาศาลนี้ถูกส่งต่อไปยังที่ใด

สำหรับการติดตามร่องรอยน้ำมันล่องหน กระทรวงยุติธรรมได้ร่วมมือกับศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) เพื่อตรวจสอบข้อมูลย้อนหลัง 90 วัน ซึ่งระบบของ ศรชล. สามารถมอนิเตอร์เส้นทางเดินเรือและพิกัดที่เรือจอดลอยลำอยู่ได้ทั้งหมด โดยเบื้องต้นพบว่ามีเรือจากหลายบริษัทเข้ามาเกี่ยวข้อง และกำลังตรวจสอบว่าเรือเหล่านั้นยังอยู่ในน่านน้ำไทยหรือเทียบท่าอยู่ที่ใด

เมื่อถามถึงข้อสงสัยที่ว่าเรือบางลำอาจจอดเสียหรือชะลอตัวกลางทะเลโดยไม่ได้เจตนากักตุน พล.ต.ท.รุทธพล ยืนยันว่าพร้อมให้ความเป็นธรรมแก่เจ้าของเรือทุกราย แต่ต้องพิสูจน์ให้ชัดเจนว่าการจอดเสียนั้นสัมพันธ์กับปริมาณน้ำมันหลายแสนลิตรที่หายไปหรือไม่ ส่วนกระแสข่าวที่ว่ายอดน้ำมันหายอาจสูงถึง 70 ล้านลิตรนั้น ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง

ในส่วนของบริษัท พี.ซี.สยามปิโตรเลียม จำกัด ที่ออกมายืนยันว่าน้ำมันคงคลัง 2 ล้านลิตรมีไว้เพื่อจำหน่ายให้พันธมิตร ไม่ได้มีไว้เก็งกำไรนั้น รมว.ยุติธรรม ระบุว่าบริษัทมีหน้าที่ต้องนำหลักฐานมาชี้แจงต่อพนักงานสอบสวน ซึ่งทาง DSI ยินดีรับฟังข้อมูลและให้ความเป็นธรรมตามพยานหลักฐานที่ปรากฏอย่างแน่นอน

จากการตรวจสอบโรงกลั่นน้ำมัน 6 แห่งในประเทศ เบื้องต้นยังไม่พบความผิดปกติ เนื่องจากโรงกลั่นมีระบบระบายน้ำมันต่อเนื่อง แต่ปัญหาเริ่มตรวจพบเมื่อน้ำมันถูกส่งต่อไปยังคลังน้ำมันในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งพบความพิรุธเรื่องการกักตุนน้ำมันเพื่อเก็งกำไรในช่วงที่รัฐบาลปรับลดอัตราชดเชยราคากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง

พล.ต.ท.รุทธพล ย้ำว่าการตรวจสอบจะไม่หยุดอยู่เพียงแค่พื้นที่ภาคใต้เท่านั้น แม้ว่ากรณีที่สุราษฎร์ธานีจะเป็นจุดเริ่มต้น แต่ข้อมูลจากหน่วยงานภาคีระบุว่ามีบริษัทคลังน้ำมันในภาคอื่นๆ ที่มีพฤติกรรมน่าสงสัยเช่นกัน ซึ่งเร็วๆ นี้จะมีการเปิดปฏิบัติการปูพรมตรวจสอบคลังน้ำมันต้องสงสัยเพิ่มเติมเพื่อความเท่าเทียมและเป็นธรรม

รมว.ยุติธรรม ปฏิเสธข่าวลือที่ว่าคดีกักตุนน้ำมันในภาคใต้มีความเกี่ยวข้องกับการเมือง โดยชี้แจงว่าก่อนหน้านี้มีการจับกุมขบวนการในลักษณะเดียวกันมาแล้วหลายพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดอ่างทอง นครสวรรค์ ตาก รวมถึงขบวนการลักลอบขนน้ำมันเถื่อนแถบภาคเหนือ ซึ่งกรณีที่กำลังพูดถึงนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของปัญหาที่ต้องกวาดล้างให้สิ้นซาก

ในวันพฤหัสบดีที่ 9 เม.ย. นี้ เวลา 14.00 น. กระทรวงยุติธรรมจะนำรายละเอียดทั้งหมดเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการคดีพิเศษ (บอร์ด กคพ.) เพื่อขอรับเป็นคดีพิเศษ โดยจะรวบรวมทุกมิติทั้งเรื่องน้ำมันล่องหนและการกักตุนทั่วประเทศ ภายใต้ฐานความผิดเบื้องต้นตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 และกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

สำหรับข้อสังเกตเรื่องการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐหรือขบวนการในลักษณะอั้งยี่ พล.ต.ท.รุทธพล ระบุว่าต้องรอการสรุปข้อมูลที่ชัดเจนอีกครั้ง เนื่องจากข้อมูลถูกรวบรวมมาจากหลายหน่วยงาน โดยอธิบดีดีเอสไอกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อหาข้อสรุปให้ทันตามกำหนดเวลาที่ตนได้ตั้งไว้

ล่าสุด มีรายงานว่า พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีดีเอสไอ ได้เรียกประชุมพนักงานสอบสวนที่ห้องวอร์รูมเพื่อสรุปจำนวนเที่ยวเรือและรายชื่อเรือที่เกี่ยวข้องกับการถ่ายโอนน้ำมันกลางทะเลสุราษฎร์ธานี เพื่อส่งข้อมูลให้ถึงมือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมตามกำหนดเส้นตายในเวลาเที่ยงวันนี้ เพื่อนำข้อมูลไปประกอบการพิจารณาครั้งสำคัญต่อไป

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...