“กรณ์” ซัดวิกฤตพลังงานกระทบคนไทยทั้งประเทศ ชี้บริหารล้มเหลวทำราคาพุ่ง-น้ำมันขาด
ที่อาคารรัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยมีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุม พร้อมเปิดโอกาสให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเสนอญัตติให้พิจารณาเป็นเรื่องด่วน ท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศไทย
ด้านนายกรณ์ จาติกวณิช ได้เสนอให้สภาฯ พิจารณามาตรการและแนวทางในการรับมือผลกระทบจากวิกฤตพลังงานที่กำลังสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนในวงกว้าง
พร้อมอภิปรายว่า ญัตติด่วนครั้งนี้มีความแตกต่างจากญัตติทั่วไป เนื่องจากเป็นปัญหาที่กระทบต่อประชาชนทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นประชาชนทั่วไปที่ต้องใช้น้ำมันและไฟฟ้าในชีวิตประจำวัน เกษตรกรที่ต้องใช้ปุ๋ยและพลังงานในการผลิต รวมถึงผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น
นายกรณ์ เปิดเผยว่า แม้สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดวิกฤตพลังงานทั่วโลก แต่ระดับความเดือดร้อนของประชาชนไทยถือว่ารุนแรงกว่าหลายประเทศ สะท้อนถึงปัญหาการบริหารจัดการภายในประเทศที่ยังไม่มีประสิทธิภาพ พร้อมชี้ว่า วิกฤตที่เกิดขึ้นไม่ควรถูกอธิบายว่าเป็นผลจากปัจจัยภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลจากความล้มเหลวในการบริหารของรัฐบาลด้วย
นายกรณ์ ย้ำว่า การอภิปรายครั้งนี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่ต้องการสะท้อนปัญหา เสนอข้อมูล และให้ข้อเสนอแนะต่อรัฐบาล เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม โดยเน้น 2 ประเด็นหลัก ได้แก่ ปัญหาน้ำมัน และปัญหาไฟฟ้า
ในประเด็นน้ำมัน นายกรณ์ ระบุว่า ปัจจุบันประชาชนกำลังเผชิญทั้งปัญหาการขาดแคลนและราคาที่สูงขึ้น โดยมีรายงานว่าประชาชนจำนวนมากต้องตื่นตั้งแต่ช่วงเช้ามืดเพื่อไปต่อคิวซื้อน้ำมันในปริมาณจำกัด สะท้อนถึงวิกฤตด้านการกระจายสินค้า ขณะที่ประเทศไทยมีศักยภาพด้านพลังงานเพียงพอ ทั้งปริมาณน้ำมันสำรอง โรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่หลายแห่ง และสถานีบริการน้ำมันจำนวนมาก จึงตั้งคำถามถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะขาดแคลน โดยชี้ว่า ปัญหาหลักมาจากการบริหารจัดการ 4 ประเด็นสำคัญ ได้แก่
1. การกระจายน้ำมันจากโรงกลั่นไปยังสถานีบริการไม่เพียงพอ และขาดระบบติดตามที่ชัดเจน
2. โครงสร้างราคาน้ำมันที่มีหลายระบบ ส่งผลให้เกิดการไหลของอุปสงค์ผิดปกติ เช่น การเบียดซื้อในตลาดราคาต่ำ
3. การบริหารจัดการที่ไม่สามารถควบคุมพฤติกรรมการซื้อในแต่ละตลาดได้
4. ปัญหาสภาพคล่องของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งมีภาระหนี้จำนวนมาก และยังไม่ได้รับการอนุมัติให้กู้เงินเพื่อชำระหนี้ ส่งผลต่อการจัดหาน้ำมันเข้าสู่ระบบ
นอกจากนี้ นายกรณ์ ตั้งข้อสังเกตถึงแนวทางของรัฐบาลที่อาจปล่อยลอยตัวราคาน้ำมัน ซึ่งอาจทำให้ราคาหน้าปั๊มปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมเสนอให้รัฐบาลพิจารณาปรับโครงสร้างราคาน้ำมัน โดยเฉพาะการทบทวนสูตรการคำนวณค่าการกลั่น รวมถึงการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน และจัดเก็บผลประโยชน์ส่วนเกินจากผู้ประกอบการในช่วงวิกฤต เพื่อนำมาบรรเทาภาระของประชาชน
ส่วนในประเด็นไฟฟ้า นายกรณ์ ระบุว่า ค่าไฟฟ้ามีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จากต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่สูงขึ้น โดยเฉพาะการนำเข้าก๊าซ LNG ที่มีราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นตามสถานการณ์โลก ซึ่งจะส่งผลต่อค่าไฟฟ้าในงวดถัดไป
นายกรณ์ เห็นว่า รัฐบาลยังสามารถดำเนินการในเชิงโครงสร้างได้ เช่น การเปิดเสรีการผลิตไฟฟ้า ส่งเสริมพลังงานหมุนเวียน และเปิดโอกาสให้ภาคประชาชนและภาคธุรกิจสามารถผลิตและซื้อขายไฟฟ้าได้โดยตรง ขณะเดียวกัน ควรเร่งทบทวนโครงสร้างการรับซื้อไฟฟ้าที่อาจเอื้อประโยชน์ต่อภาคเอกชนมากเกินไป โดยเฉพาะในช่วงที่ต้นทุนพลังงานสูงขึ้น
ทั้งนี้ นายกรณ์ เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง เปิดเผยข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา และสื่อสารกับประชาชนอย่างโปร่งใส พร้อมระบุว่า ในทุกวิกฤต ประชาชนคาดหวังให้รัฐบาลแสดงศักยภาพในการบริหารจัดการ ไม่ใช่ใช้สถานการณ์เป็นข้ออ้าง พร้อมขอให้ผู้บริหารในแต่ละกระทรวงออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงด้วยตนเอง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและลดความตื่นตระหนกของประชาชน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
“กรณ์” เผย สถานการณ์น้ำมันภาคใต้ยังไม่คลี่คลาย คิวยาว-แจกบัตรคิว
“กรวีร์” ชี้ “โควตาน้ำมันหมด” รัฐบาลต้องเร่งแก้ “การจัดการ-ความเชื่อมั่น”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “กรณ์” ซัดวิกฤตพลังงานกระทบคนไทยทั้งประเทศ ชี้บริหารล้มเหลวทำราคาพุ่ง-น้ำมันขาด
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.pptvhd36.com