โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

LIXIL บรรลุเป้าหมายสำคัญตามกลยุทธ์สร้างผลกระทบเชิงบวก ยกระดับการเข้าถึงสุขาภิบาลและ สุขอนามัยที่ดีให้แก่ประชาชนทั่วโลกกว่า 103 ล้านคน

TODAY

อัพเดต 26 มี.ค. เวลา 03.04 น. • เผยแพร่ 26 มี.ค. เวลา 03.04 น. • TODAY

ลิกซิล คอร์ปอเรชัน หรือ “LIXIL” (ชื่อย่อหลักทรัพย์ TSE: 5938) ผู้บุกเบิกผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมการใช้น้ำและที่อยู่อาศัย ประกาศความสำเร็จหลังบรรลุเป้าหมายสำคัญในการยกระดับสุขาภิบาลและสุขอนามัยให้กับประชาชนจำนวน 103 ล้านคนทั่วโลก¹

ความสำเร็จครั้งนี้นับเป็นเป้าหมายสำคัญภายใต้แกนหลักด้านสุขาภิบาลและสุขอนามัยระดับโลกตามกลยุทธ์ สร้างผลกระทบเชิงบวก ที่บริษัทได้ตั้งไว้ตั้งแต่ปี 2559 และสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ LIXIL ในการเร่งขยายโอกาสการเข้าถึงบริการด้านสุขาภิบาลและสุขอนามัยอย่างต่อเนื่องทั่วโลก

อย่างไรก็ตาม การเข้าถึงสุขาภิบาลและสุขอนามัยที่ปลอดภัยยังคงเป็นหนึ่งในความท้าทายเร่งด่วนของโลก ปัจจุบันประชากรราว 3.4 พันล้านคน² ยังไม่สามารถเข้าถึงบริการสุขาภิบาลที่มีการจัดการอย่างปลอดภัย ในจำนวนนี้ 354 ล้านคน³ ยังคงขับถ่ายในที่โล่งแจ้ง และอีกประมาณ 1.7 พันล้านคน4 ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกด้านสุขอนามัยขั้นพื้นฐานภายในบ้าน ผลกระทบดังกล่าวรุนแรงเกินกว่าจะมองข้าม โดยในแต่ละวันมีเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี มากกว่า 1,000 คน เสียชีวิตจากโรคที่มีสาเหตุมาจากน้ำดื่มที่ไม่ปลอดภัย สุขาภิบาลที่ไม่ได้มาตรฐาน และสุขอนามัยที่ไม่เพียงพอ

ความล้มเหลวเชิงโครงสร้างเหล่านี้ก่อให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจคิดเป็นมูลค่าหลายแสนล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี จากประสิทธิภาพการทำงานที่ลดลงและค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขที่เพิ่มสูงขึ้น ขณะเดียวกัน ประเด็นนี้ยังสะท้อนโอกาสสำคัญด้านการลงทุน เนื่องจากทุก ๆ 1 ดอลลาร์ที่ลงทุนในด้านสุขาภิบาลจะสามารถสร้างผลตอบแทนทางเศรษฐกิจได้สูงถึง 5 เท่า

ความสำเร็จของ LIXIL เกิดจากการส่งมอบผลิตภัณฑ์สุขภัณฑ์และอุปกรณ์ล้างมือ SATO มากกว่า 10 ล้านชิ้น ครอบคลุม 59 ประเทศและดินแดน ผ่านรูปแบบธุรกิจเพื่อสังคมที่มุ่งตอบโจทย์ชุมชนซึ่งยังเข้าไม่ถึงบริการขั้นพื้นฐาน ด้วยโซลูชันด้านสุขาภิบาลและสุขอนามัยที่มีราคาย่อมเยา ควบคู่กับนวัตกรรมที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง

ด้วยแนวทางดังกล่าว ผลิตภัณฑ์ SATO ของ LIXIL จึงประสบความสำเร็จในการพัฒนาตลาดสุขาภิบาลในภูมิภาคแอฟริกาและเอเชียอย่างเป็นรูปธรรม โดยสามารถเข้าถึงประชากรจำนวนมากในแอฟริกาตอนใต้ของทะเลทรายซาฮารา เอเชียใต้ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม่เพียงในระดับครัวเรือน แต่ยังขยายผลสู่ระดับชุมชน ครอบคลุมพื้นที่สำคัญนอกเหนือภาคครัวเรือน อาทิเช่น โรงเรียน สถานพยาบาล และล่าสุดในบริบทด้านมนุษยธรรม อาทิ ค่ายผู้ลี้ภัย

“การเข้าถึงผู้คนกว่า 103 ล้านคนไม่ใช่จุดหมายปลายทาง แต่เป็นข้อพิสูจน์ชัดเจนว่าภาคเอกชนสามารถมีบทบาทสำคัญในการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนในระดับโลกได้” คินยะ เซโตะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ LIXIL กล่าว “แม้ LIXIL จะเป็นที่รู้จักจากนวัตกรรมระดับพรีเมียม แต่เราภาคภูมิใจไม่แพ้กันกับโซลูชัน SATO ที่ออกแบบมาให้ทุกคนเข้าถึงได้ในราคาย่อมเยา การพัฒนาธุรกิจเพื่อสังคมทำให้เราสามารถรับมือกับความท้าทายด้านสุขาภิบาลและสุขอนามัยได้ในวงกว้าง ซึ่งไม่เพียงช่วยยกระดับสุขภาพของผู้คนเท่านั้น แต่ยังสร้างความมั่นคงและความอุ่นใจให้กับครอบครัว เพื่อให้พวกเขามีโอกาสสร้างอาชีพและพัฒนาคุณภาพชีวิตได้อย่างยั่งยืน”

เส้นทางของเราคือการเรียนรู้และการสร้างความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง เราขอขอบคุณครอบครัวและพันธมิตรทุกภาคส่วนที่เปิดใจนำโซลูชันของเราไปเป็นส่วนหนึ่งของบ้านและชุมชนของตนเอง การได้เห็นกับตาว่า “ห้องน้ำที่เรียบง่ายและปลอดภัย” สามารถฟื้นคืนศักดิ์ศรีและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนได้อย่างแท้จริง ยิ่งตอกย้ำความมุ่งมั่นของเราในการทำหน้าที่เป็นพลังขับเคลื่อน เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งและปลดล็อกศักยภาพของทุกชุมชนที่เราเข้าไปมีส่วนร่วม”

[ พลังแห่งความร่วมมือ ]

ด้วยความร่วมมือจากพันธมิตรที่หลากหลาย ทั้งภาครัฐ องค์กรระหว่างประเทศ องค์กรพัฒนาเอกชน และภาคเอกชน LIXIL มุ่งสร้างตลาดสุขาภิบาลที่มีความยืดหยุ่นและยั่งยืน ทั้งในระดับประเทศและชุมชนชนบท หนึ่งในก้าวสำคัญของความสำเร็จนี้คือความร่วมมือ “Make a Splash!” กับ UNICEF ซึ่งถือเป็นความร่วมมือระดับโลกด้านน้ำ สุขาภิบาล และสุขอนามัย (WASH) ครั้งแรกของ UNICEF และยังเป็นความร่วมมือครั้งแรกกับบริษัทสัญชาติญี่ปุ่นอีกด้วย

ความร่วมมือนี้ผสานความเชี่ยวชาญของ LIXIL ด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการบริหารห่วงโซ่อุปทาน เข้ากับจุดแข็งของ UNICEF ในการดำเนินโครงการสุขาภิบาลและการส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผ่านการให้ความรู้ในชุมชน การร่วมมือครั้งนี้ช่วยผลักดันระบบนิเวศที่เข้มแข็งและพึ่งพาตนเอง ซึ่งประกอบด้วยผู้ประกอบการท้องถิ่น ช่างก่อสร้าง บุคลากรสาธารณสุข ผู้ผลิต และผู้ค้าปลีกในชุมชน เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงสุขาภิบาลและสุขอนามัยอย่างทั่วถึง

[ ก้าวต่อไปสู่ปี 2573 ]

“การเข้าถึงผู้คนกว่า 100 ล้านคนถือเป็นหมุดหมายสำคัญ ไม่เพียงในแง่ของผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อชีวิตผู้คนและชุมชน แต่ยังเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญขององค์กรด้วย” อีริน แมคคัสเกอร์ ผู้นำโครงการ SATO กล่าว “เราจำเป็นต้องเร่งรัดการดำเนินงานอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายระดับโลกในการทำให้ทุกคนสามารถเข้าถึงสุขาภิบาลและสุขอนามัยที่ปลอดภัยได้ภายในปี 2573 เราเชื่อว่าสุขาภิบาลคือรากฐานสำคัญของการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาในอีกหลายด้าน

เป้าหมายปี 2573 ที่ LIXIL เตรียมประกาศ จะยิ่งตอกย้ำความมุ่งมั่นของเราในการผลักดันนวัตกรรมจากภาคเอกชน และการพัฒนาโมเดลที่ขับเคลื่อนด้วยกลไกตลาด เพื่อทำให้ “บ้านที่น่าอยู่ขึ้น” เป็นความจริงสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็ตาม”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...