โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รัฐบาล ไม่ทิ้งทหารกล้า ทุ่ม 452 ล้านเยียวยาสู้รบชายแดนไทย-เขมร

INN News

อัพเดต 13 พ.ค. เวลา 15.13 น. • เผยแพร่ 13 พ.ค. เวลา 10.00 น. • INN News

หลังเสียงปืนสงบลงตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา สิ่งที่ยังคงหลงเหลืออยู่ ไม่ได้มีเพียงร่องรอยของความสูญเสียในสนามรบ แต่ยังรวมถึงความเจ็บปวดของครอบครัวทหารกล้า ที่ต้องใช้ชีวิตต่อไปท่ามกลางภาระและความไม่แน่นอน โดยกว่า 1 เดือนที่ผ่าน ครอบครัวของทหารผู้เสียชีวิตจากเหตุปะทะบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ซึ่งถือเป็นการสู้รบระลอกที่ 2 ออกมาสะท้อนปัญหาว่า ยังไม่ได้รับเงินเยียวยา หรือการสร้างบ้านหลังใหม่ตามที่เคยได้รับคำมั่นสัญญา หลายครอบครัวกำลังเผชิญสภาพความเป็นอยู่ที่ยากลำบาก บางบ้านมีทั้งผู้สูงอายุและผู้พิการ ที่ไม่สามารถทำงานหาเลี้ยงชีพได้ ทำให้สังคมตั้งคำถามถึงการดูแล “วีรบุรุษผู้เสียสละ” หลังภารกิจปกป้องแผ่นดิน

ล่าสุด ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 จากงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น กว่า 452 ล้านบาท เพื่อเยียวยากำลังพลที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ซึ่งมีกำลังพลได้รับผลกระทบรวมทั้งสิ้น 91 นาย แบ่งเป็น ผู้เสียชีวิต 29 นาย ผู้ทุพพลภาพ 12 นาย ผู้บาดเจ็บสาหัส 39 นาย และผู้บาดเจ็บมาก 11 นาย

สำหรับหลักเกณฑ์การเยียวยา ผู้เสียชีวิตและผู้ทุพพลภาพ จะได้รับเงินช่วยเหลือรายละ 10 ล้านบาท ขณะที่ผู้บาดเจ็บสาหัสได้รับรายละ 1 ล้านบาท และผู้บาดเจ็บมากได้รับรายละ 500,000 บาท

ขณะเดียวกัน รัฐบาลยังได้กำหนดนิยามและเงื่อนไขอย่างชัดเจน เพื่อใช้พิจารณาสิทธิการช่วยเหลือ โดยกรณี “เสียชีวิต” ต้องเป็นผลโดยตรง หรือเป็นผลสืบเนื่องจากเหตุปะทะ ส่วน “ทุพพลภาพ” หมายถึงการสูญเสียอวัยวะสำคัญ หรือสูญเสียสมรรถภาพทางร่างกาย เช่น แขน ขา หรือการมองเห็น

ด้านผู้บาดเจ็บสาหัส จะต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลเกิน 20 วัน ส่วนผู้บาดเจ็บมาก ต้องรักษาตัวตั้งแต่ 2 วัน แต่ไม่เกิน 20 วัน

นอกจากมาตรการด้านเงินเยียวยา คณะรัฐมนตรียังเห็นชอบให้ครอบครัวของกำลังพลและเจ้าหน้าที่รัฐที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ ยังคงได้รับสิทธิรักษาพยาบาลอย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวทาง “สิทธิบัตรทองฮีโร่” หรือ UC Heroes

โดยครอบครัวของทหารที่เสียชีวิต จะได้รับสิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาลในลักษณะเดียวกับข้าราชการ และจะได้รับสิทธิต่อเนื่อง จนกว่าจะมีสิทธิรักษาพยาบาลอื่นตามกฎหมาย ส่วนบุตรของผู้เสียชีวิต จะได้รับสิทธิจนบรรลุนิติภาวะ ตามเงื่อนไขที่กำหนด

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ระบุว่า มาตรการทั้งหมดสะท้อนถึงความห่วงใยของรัฐบาล ที่ต้องการดูแลกำลังพลและครอบครัวผู้เสียสละอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมยืนยันว่า จะไม่ทอดทิ้งผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติ

อย่างไรก็ตาม แม้รัฐบาลจะเดินหน้ามาตรการเยียวยาครั้งใหญ่ แต่เสียงสะท้อนจากครอบครัวทหารผู้สูญเสีย ยังคงเป็นบททดสอบสำคัญว่า การช่วยเหลือจะเกิดขึ้นได้รวดเร็ว ครบถ้วน และเข้าถึงผู้ได้รับผลกระทบจริงหรือไม่ เพราะสำหรับหลายครอบครัว “เงินเยียวยา” อาจไม่สามารถทดแทนชีวิตที่สูญเสียได้ แต่การดูแลอย่างต่อเนื่องและสมศักดิ์ศรี คือสิ่งที่พวกเขารอคอยจากรัฐมากที่สุด

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...