Thai PBS Verify หารือความร่วมมือตรวจสอบข่าวระดับภูมิภาค ใน Focus Group ของ MASTEL
บ่อยครั้ง ผู้ไม่หวังดีจงใจปล่อย “ข่าวลวง” เพื่อสร้างความหวาดกลัว ปลุกปั่นยุยง หรือทำลายชื่อเสียงของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ดังที่เราชาวไทยได้เห็นกันในช่วงวิกฤตภัยพิบัติ สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา และการเลือกตั้ง 69 ช่วงรอบปีที่ผ่านมา สื่อมวลชนและหน่วยงานด้านการตรวจสอบข้อเท็จจริงจึงมีบทบาทอย่างยิ่งในการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในสังคม แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ทุกวันนี้ ข่าวปลอมเผยแพร่ส่งต่อบนโลกอินเทอร์เน็ตได้ “เร็วกว่า” การคัดกรองข่าว
[caption id="attachment_10070" align="aligncenter" width="1440"]
วงสนทนาเฉพาะกลุ่มโดย MASTEL และ BBC Media Action เมื่อวันที่ 12 มี.ค. 69 (ภาพ: Facebook Masyarakat Telematika Indonesia)[/caption]
บริบทเช่นนี้เองที่ทำให้ The Indonesian Telematics Society (MASTEL) หรือสมาคมด้านโทรคมนาคมและสารสนเทศอินโดนีเซีย และมูลนิธิ BBC Media Action ประจำอินโดนีเซียและแปซิฟิก จัดวงสนทนาเฉพาะกลุ่ม (Focus Group Discussion) ทางออนไลน์ ในหัวข้อ “Strengthening Information Integrity to Address Disinformation in Southeast Asia" (การเสริมสร้างความมั่นคงด้านข้อมูลเพื่อรับมือข้อมูลบิดเบือนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้) เมื่อวันที่ 12 มี.ค. 69 เพื่อให้องค์กรด้านสื่อและข่าว – ทั้งภาคเอกชนและรัฐ – ในอาเซียนได้แบ่งปันประสบการณ์ และหารือถึงแนวทางการสร้างความร่วมมือด้านการตรวจสอบข่าวในระดับภูมิภาค
[caption id="attachment_10067" align="aligncenter" width="1920"]
พิธีกร ผู้จัดงาน และผู้ร่วมร่วมวงสนทนาจากองค์กรสื่อในอาเซียน ทางออนไลน์[/caption]
ตัวแทนสื่อจากประเทศอาเซียนต่าง ๆ เห็นว่า แพลตฟอร์มสังคมออนไลน์ ปัญญาประดิษฐ์ และอัลกอริทึม มีส่วนทำให้ข่าวปลอมเข้าถึงผู้คนได้ง่ายและเร็วขึ้น อีกทั้งปัญหาแหล่งเงินทุนและกำลังคน รวมถึงการปิดกั้นสื่อในบางประเทศ ก็ส่งผลกระทบต่อการทำงานของผู้สื่อข่าวและนักตรวจสอบข้อเท็จจริง (fact-checkers) ดังนั้น สื่อในอาเซียนจึงต้องแลกเปลี่ยนความรู้ กำหนดนโยบาย รวมถึงสร้างเครือข่ายการตรวจสอบข่าวร่วมกันทั้งภูมิภาค เพื่อปกป้องข้อเท็จจริงและประโยชน์สาธารณะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
[caption id="attachment_10072" align="aligncenter" width="1024"]
คุณกนกพร ประสิทธิ์ผล ผู้อำนวยการสำนักสื่อดิจิทัล ไทยพีบีเอส (แฟ้มภาพ)[/caption]
ผู้เข้าร่วมวงสนทนาได้เสนอแนวคิดต่าง ๆ เกี่ยวกับการสร้างเครือข่ายตรวจสอบข่าว และการเพิ่มความมั่นคงของระบบนิเวศทางข้อมูลในอาเซียน อาทิ การอบรมเชิงวิชาชีพ กลยุทธ์และนโยบายสื่อ ห้องข่าวระดับภูมิภาคที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ช่วยคัดกรองข่าว และแหล่งข้อมูลแบบเปิด นอกจากนี้ ประเทศอาเซียนต่าง ๆ ควรรวมตัวกัน เพื่อสร้างอำนาจต่อรองให้บริษัทสื่อสังคมออนไลน์รายใหญ่คัดกรองเนื้อหาบนแพลตฟอร์มของตัวเอง
[caption id="attachment_10068" align="aligncenter" width="1920"]
คุณกนกพร ประสิทธิ์ผล ขณะแสดงวิสัยทัศน์ในวงสนทนาเฉพาะเรื่อง[/caption]
Thai PBS Verify ได้เข้าร่วมและแบ่งปันประสบการณ์และความคิดเห็นในวงสนทนานี้ด้วยเช่นกัน คุณกนกพร ประสิทธิ์ผล ผู้อำนวยการสำนักสื่อดิจิทัล ไทยพีบีเอส ได้กล่าวว่า Thai PBS Verify ซึ่งเริ่มดำเนินงานมาตั้งแต่เดือน ต.ค. 67 ถือเป็นการรับมือภัยข้อมูลข่าวสารอย่างเป็นรูปธรรมที่สุดอย่างหนึ่งของไทยพีบีเอส คุณกนกพรยังยกตัวอย่างการจัดกิจกรรมส่งเสริมความรู้เท่าทันสื่อในหมู่เยาวชน การสร้างพันธมิตรกับหน่วยงานต่าง ๆ และการจัดทำมาตรฐานการตรวจสอบข้อเท็จจริง จากนั้น คุณกนกพรได้แสดงวิสัยทัศน์ในการผลักดันเครือข่ายการตรวจสอบข่าว เช่น การจัดแคมเปญ หรืองานประกาศรางวัลระดับอาเซียน เพื่อกระตุ้นให้สื่อและประชาชนเล็งเห็นความสำคัญของการคัดกรองข้อมูลข่าวสาร รวมถึงผลักดันให้นักตรวจสอบข่าวสร้างสรรค์ผลงานใหม่ ๆ อย่างสม่ำเสมอ
สำหรับประเด็นการสร้างเนื้อหาตรวจสอบข่าวนั้น คุณพีรชัย พสุทันท์ ตัวแทนจาก Thai PBS Verify เสริมว่า ปัจจุบัน Thai PBS Verify ไม่ได้ผลิตเพียงบทความหรือการรายงานตรวจสอบข่าวเท่านั้น แต่ยังต่อยอดในรูปแบบวิดีโอขนาดสั้นแนวตั้ง ทำให้เข้าถึงผู้ชมได้มากขึ้น ทั้งนี้ เขาเน้นย้ำว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือ การดำเนินงานตรวจสอบข่าว โดยยึดหลักความถูกต้อง ความเป็นกลาง และมาตรฐานเชิงบรรณาธิการ
วงสนทนาเฉพาะกลุ่ม “Strengthening Information Integrity to Address Disinformation in Southeast Asia” จึงนับเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความร่วมมือด้านการตรวจสอบข่าวในอาเซียน ส่วนไทยพีบีเอสและ Thai PBS Verify นั้นพร้อมปกป้อง ‘ข้อเท็จจริง’ และการพัฒนาทุกระดับที่จะเกิดขึ้นในอนาคต