โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สงครามกดดันแบงก์ชาติ"ออสเตรเลีย"ขึ้นดอกเบี้ย

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 18 มี.ค. เวลา 04.09 น.
แบงก์ชาติออสเตรเลียปรับขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่อง เหตุสงครามปลุกความเสี่ยงเงินเฟ้อ

ธนาคารกลางออสเตรเลียปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.25 อยู่ที่ร้อยละ 4.1 นับเป็นการปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งที่ 2 ติดต่อกันหลังจากขยับขึ้นในการประชุมเดือนกุมภาพันธ์ และนับเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนเมษายนปีที่แล้ว

การปรับขึ้นดอกเบี้ยในระดับดังกล่าวสอดคล้องกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ และเกิดขึ้นท่ามกลางเงินเฟ้อที่สูงกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ที่ร้อยละ 3 ขณะที่สงครามในตะวันออกกลางมีความเสี่ยงจะทำให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้น

ธนาคารกลางออสเตรเลียระบุในแถลงการณ์ว่า ถึงแม้อัตราเงินเฟ้อจะลดลงอย่างมากจากระดับสูงสุดในปี 2565 แต่ก็เพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงครึ่งหลังของปี 2568

ปัจจุบัน สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงมีความไม่แน่นอนสูง รวมทั้งมีความเป็นไปได้ที่จะทำให้อัตราเงินเฟ้อในประเทศและทั่วโลกขยับขึ้น โดยอัตราเงินเฟ้อในประเทศมีแนวโน้มสูงกว่าเป้าหมายไปอีกระยะหนึ่ง และมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น จึงจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

อย่างไรก็ตาม การลงมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนั้นมีเสียงสนับสนุนแบบฉิวเฉียด โดยมีมติเห็นชอบ 5 เสียง และไม่เห็นชอบ 4 เสียง

“พอล บล็อกแซม” หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ฝ่ายสินค้าโภคภัณฑ์ประจำออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ของ HSBC กล่าวกับ CNBC ว่า ปัจจัยภายในประเทศเป็นเหตุผลหลักในการตัดสินใจปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งนี้ เพราะช่องว่างการผลิตที่เป็นบวก เงินเฟ้อที่สูง และอัตราว่างงานที่ต่ำ แต่สงครามสหรัฐฯ-อิหร่านจะทำให้เงินเฟ้อยังคงสูงต่อเนื่อง ธนาคารกลางจึงไม่มีช่องที่จะรอดูสถานการณ์

ความเคลื่อนไหวล่าสุดสะท้อนความกังวลของ “แอนดรูว์ เฮาเซอร์” รองผู้ว่าการธนาคารกลาง ที่กล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า เงินเฟ้อยังคงเป็นปัญหา เพราะอยู่ในระดับที่สูงเกินไป

ทั้งนี้ ธนาคารกลางออสเตรเลียคาดว่า อัตราเงินเฟ้อจะอยู่ในกรอบที่ร้อยละ 2-3 ภายในสิ้นปีนี้ หรือในปีหน้า ก่อนจะอยู่ในระดับกลางของกรอบเป้าหมายดังกล่าวภายในปี 2571

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...