หากเกิดซูเปอร์เอลนีโญปีนี้ อากาศหน้าร้อนปี 2027 อาจกลายเป็นหนึ่งในปีที่ร้อนสุดในประวัติศาสตร์โลก
นักวิทยาศาสตร์และสื่อหลายสำนักต่างออกมาพูดถึงความเป็นไปได้ที่อาจจะเกิดปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนีโญ (Super El Niño) ในช่วงปลายปีนี้ ซึ่งอาจส่งผลให้ให้ภูมิอากาศทั่วโลกแปรปรวนอย่างมาก
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา องค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติของอเมริกา (NOAA) ได้ประกาศ ‘El Niño Watch’ ซึ่งหมายความว่าสภาพแวดล้อมในขณะนี้เอื้อต่อการเกิดเอลนีโญภายในหกเดือนข้างหน้า
นักอุตุนิยมวิทยาของ NOAA คาดการณ์ว่า เอลนีโญจะเริ่มก่อตัวในช่วงเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคม และอาจดำเนินต่อไปอย่างน้อยจนถึงสิ้นปี โดยมีโอกาส 1 ใน 3 ที่จะพัฒนาเป็นเอลนีโญระดับรุนแรง หรือซูเปอร์เอลนีโญในช่วงฤดูหนาว
เหตุการณ์ประเภทนี้เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วผลกระทบมักจะรุนแรง ยาวนาน และกระจายเป็นวงกว้างกว่าเอลนีโญทั่วไป หากซูเปอร์เอลนีโญเกิดขึ้นจริงในปีนี้ยังมีความเป็นไปได้ว่าอาจผลักดันให้อุณหภูมิโลก ทำสถิติสูงสุดใหม่ โดยเฉพาะในปี 2027 และแน่นอนว่าจะเกิดปะการังฟอกขาวมากขึ้น รวมทั้งผลกระทบต่อระบบนิเวศอื่นๆ ตามมา
ปรากฏการณ์เอลนีโญยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภัยแล้งในหลายภูมิภาคของโลก อย่างบางส่วนของแอฟริกา อินเดีย อินโดนีเซีย ออสเตรเลีย และแคริบเบียน ขณะเดียวกัน ฝนตกหนักและน้ำท่วมอาจเกิดขึ้นในบางพื้นที่อย่างเปรู เอกวาดอร์ และฮาวาย
แม้จะยังไม่มีการยืนยันว่าเหตุการณ์ระดับ ‘ซูเปอร์’ จะเกิดขึ้นจริง แต่สัญญาณบางอย่างกำลังทำให้นักวิทยาศาสตร์เริ่มเฝ้าระวังอย่างจริงจัง
ช่วงสองสามปีที่ผ่านมา โลกอยู่ในภาวะลานีญา (La Niña) เป็นส่วนใหญ่ ทำให้บางภูมิภาคมีฝนมากกว่าปกติ และช่วยกดอุณหภูมิโลกลงเล็กน้อย แต่ข้อมูลล่าสุดจากการติดตามอุณหภูมิมหาสมุทรพบว่ากระแสน้ำเย็นกำลังอ่อนกำลังลง คลื่นความร้อนใต้มหาสมุทรกำลังเคลื่อนตัวในแปซิฟิกเขตร้อน ซึ่งเป็นสัญญาณที่มักเกิดก่อน การเปลี่ยนเข้าสู่เอลนีโญ
สิ่งที่ทำให้นักวิทยาศาสตร์กังวลมากขึ้นในรอบนี้คือ โลกกำลังอยู่ในช่วงที่ อุณหภูมิพื้นฐานสูงอยู่แล้วจากภาวะโลกเดือด มหาสมุทรทั่วโลกในปีที่ผ่านมา มีอุณหภูมิสูงเป็นประวัติการณ์ และเกิดคลื่นความร้อนทางทะเลในหลายพื้นที่
หากเอลนีโญเกิดขึ้นในภาวะโลกที่ร้อนอยู่แล้ว อาจทำหน้าที่เป็นเหมือนตัวเร่ง (accelerator) ที่ผลักอุณหภูมิโลกให้สูงขึ้นไปอีก นักวิทยาศาสตร์บางคนจึงเตือนว่า ปี 2027 อาจกลายเป็นหนึ่งในปีที่ร้อนที่สุดในประวัติศาสตร์โลก
อ้างอิงข้อมูลจาก
https://edition.cnn.com/2026/03/10/weather/el-nino-wild-weather-global-heat-record
https://www.npr.org/2026/03/12/nx-s1-5745008/el-nino-summer-2026-forecast-hot