โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หากเกิดซูเปอร์เอลนีโญปีนี้ อากาศหน้าร้อนปี 2027 อาจกลายเป็นหนึ่งในปีที่ร้อนสุดในประวัติศาสตร์โลก

VoiceTV

อัพเดต 19 มี.ค. เวลา 04.23 น. • เผยแพร่ 18 มี.ค. เวลา 07.10 น. • กองบรรณาธิการวอยซ์ออนไลน์

นักวิทยาศาสตร์และสื่อหลายสำนักต่างออกมาพูดถึงความเป็นไปได้ที่อาจจะเกิดปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนีโญ (Super El Niño) ในช่วงปลายปีนี้ ซึ่งอาจส่งผลให้ให้ภูมิอากาศทั่วโลกแปรปรวนอย่างมาก

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา องค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติของอเมริกา (NOAA) ได้ประกาศ ‘El Niño Watch’ ซึ่งหมายความว่าสภาพแวดล้อมในขณะนี้เอื้อต่อการเกิดเอลนีโญภายในหกเดือนข้างหน้า

นักอุตุนิยมวิทยาของ NOAA คาดการณ์ว่า เอลนีโญจะเริ่มก่อตัวในช่วงเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคม และอาจดำเนินต่อไปอย่างน้อยจนถึงสิ้นปี โดยมีโอกาส 1 ใน 3 ที่จะพัฒนาเป็นเอลนีโญระดับรุนแรง หรือซูเปอร์เอลนีโญในช่วงฤดูหนาว

เหตุการณ์ประเภทนี้เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วผลกระทบมักจะรุนแรง ยาวนาน และกระจายเป็นวงกว้างกว่าเอลนีโญทั่วไป หากซูเปอร์เอลนีโญเกิดขึ้นจริงในปีนี้ยังมีความเป็นไปได้ว่าอาจผลักดันให้อุณหภูมิโลก ทำสถิติสูงสุดใหม่ โดยเฉพาะในปี 2027 และแน่นอนว่าจะเกิดปะการังฟอกขาวมากขึ้น รวมทั้งผลกระทบต่อระบบนิเวศอื่นๆ ตามมา

ปรากฏการณ์เอลนีโญยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภัยแล้งในหลายภูมิภาคของโลก อย่างบางส่วนของแอฟริกา อินเดีย อินโดนีเซีย ออสเตรเลีย และแคริบเบียน ขณะเดียวกัน ฝนตกหนักและน้ำท่วมอาจเกิดขึ้นในบางพื้นที่อย่างเปรู เอกวาดอร์ และฮาวาย

แม้จะยังไม่มีการยืนยันว่าเหตุการณ์ระดับ ‘ซูเปอร์’ จะเกิดขึ้นจริง แต่สัญญาณบางอย่างกำลังทำให้นักวิทยาศาสตร์เริ่มเฝ้าระวังอย่างจริงจัง

ช่วงสองสามปีที่ผ่านมา โลกอยู่ในภาวะลานีญา (La Niña) เป็นส่วนใหญ่ ทำให้บางภูมิภาคมีฝนมากกว่าปกติ และช่วยกดอุณหภูมิโลกลงเล็กน้อย แต่ข้อมูลล่าสุดจากการติดตามอุณหภูมิมหาสมุทรพบว่ากระแสน้ำเย็นกำลังอ่อนกำลังลง คลื่นความร้อนใต้มหาสมุทรกำลังเคลื่อนตัวในแปซิฟิกเขตร้อน ซึ่งเป็นสัญญาณที่มักเกิดก่อน การเปลี่ยนเข้าสู่เอลนีโญ

สิ่งที่ทำให้นักวิทยาศาสตร์กังวลมากขึ้นในรอบนี้คือ โลกกำลังอยู่ในช่วงที่ อุณหภูมิพื้นฐานสูงอยู่แล้วจากภาวะโลกเดือด มหาสมุทรทั่วโลกในปีที่ผ่านมา มีอุณหภูมิสูงเป็นประวัติการณ์ และเกิดคลื่นความร้อนทางทะเลในหลายพื้นที่

หากเอลนีโญเกิดขึ้นในภาวะโลกที่ร้อนอยู่แล้ว อาจทำหน้าที่เป็นเหมือนตัวเร่ง (accelerator) ที่ผลักอุณหภูมิโลกให้สูงขึ้นไปอีก นักวิทยาศาสตร์บางคนจึงเตือนว่า ปี 2027 อาจกลายเป็นหนึ่งในปีที่ร้อนที่สุดในประวัติศาสตร์โลก

อ้างอิงข้อมูลจาก

https://edition.cnn.com/2026/03/10/weather/el-nino-wild-weather-global-heat-record

https://www.npr.org/2026/03/12/nx-s1-5745008/el-nino-summer-2026-forecast-hot

https://www.severe-weather.eu/long-range-2/super-el-nino-2026-forecast-la-nina-collapse-global-weather-shift-united-states-canada-europe-fa/

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...