PwC ชี้ AI เน้นผู้นำตลาด โฟกัสองค์กรใหญ่
หุ้นวิชั่น
อัพเดต 24 เม.ย. เวลา 12.09 น. • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้นหุ้นวิชั่น - PwC ชี้ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจจาก AI กว่า 75% กระจุกตัวใน 20% ขององค์กรชั้นนำ โดยกลุ่มผู้นำด้าน AI มีโอกาสมากกว่าสองถึงสามเท่าในการใช้ AI เพื่อขับเคลื่อนการเติบโต ยกระดับและปรับรูปแบบธุรกิจ ขณะเดียวกันยังมีแนวโน้มมากกว่าสองเท่าในการออกแบบกระบวนการทำงานใหม่ให้ผสาน AI ตั้งแต่ต้น รวมถึงมีโอกาสสูงกว่าเกือบ 3 เท่าในการเพิ่มการตัดสินใจแบบอัตโนมัติ พร้อมให้ความสำคัญกับการกำกับดูแล AI มากกว่าองค์กรทั่วไป
นายพิสิฐ ทางธนกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท PwC ประเทศไทย เปิดเผยว่า ผลการศึกษาใหม่ ‘AI Performance study’ พบ มีเพียงไม่กี่บริษัทที่กำลังก้าวหน้าอย่างชัดเจนในการแปลงเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (artificial intelligence: AI) ให้เป็นผลตอบแทนทางการเงินที่จับต้องได้
รายงานฉบับนี้สำรวจความคิดเห็นของผู้บริหารระดับสูงจำนวน 1,217 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้บริหารของบริษัทขนาดใหญ่ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ครอบคลุม 25 อุตสาหกรรมทั่วโลก เพื่อประเมินทั้งรายได้และการเพิ่มประสิทธิภาพที่เกิดขึ้นจากการใช้ AI รวมถึงแนวทางการนำเทคโนโลยีดังกล่าวไปใช้งานจริง
ผลการศึกษาพบว่า มูลค่าทางเศรษฐกิจจาก AI เกือบสามในสี่ (74%) ถูกครอบครองโดยองค์กรเพียงหนึ่งในห้า (20%) สะท้อนให้เห็นช่องว่างที่ชัดเจนและกว้างขึ้นระหว่างกลุ่มบริษัทผู้นำด้าน AI และธุรกิจส่วนใหญ่ที่ยังวนอยู่กับขั้นตอนการทดลอง (pilot) ใช้ AI
PwC ระบุว่า ความต่างของกลุ่มบริษัทผู้นำด้าน AI ไม่ได้อยู่ที่การใช้เครื่องมือ AI มากกว่าเท่านั้น แต่คือการใช้ AI เป็นตัวเร่งการเติบโตและพลิกโฉมธุรกิจ โดยมองหาโอกาสการสร้างรายได้ใหม่จากการบรรจบกันของอุตสาหกรรม (industry convergence) พร้อมวางรากฐานด้านข้อมูล ธรรมาภิบาล และความน่าเชื่อถือ ให้รองรับการขยายผลในวงกว้าง
นาย โจ แอทกินสัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้าน AI ระดับโลกของ PwC กล่าวว่า “หลายองค์กรเร่งทำโครงการนำร่องด้าน AI แต่มีเพียงส่วนน้อยที่สามารถเปลี่ยนการทดลองให้เป็นผลตอบแทนทางการเงินที่วัดผลได้สิ่งที่ทำให้บริษัทที่เป็นผู้นำแตกต่างคือการใช้ AI เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตไม่ใช่แค่ลดต้นทุน และยังวางรากฐานให้ AI ขยายผลได้จริงและเชื่อถือได้” ผู้นำด้าน AI ขนะเกมด้วยการเติบโต ไม่ใช่แค่ประสิทธิภาพ
รายงานระบุว่า องค์กรที่สร้างผลลัพธ์จาก AI ได้โดดเด่นที่สุดมองเทคโนโลยีดังกล่าวเป็น ‘เครื่องยนต์แห่งการพลิกโฉม’ โดยใช้เพื่อปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจและขยายโอกาสในการเติบโตนอกอุตสาหกรรมเดิม
โดยบริษัทกลุ่มผู้นำด้าน AI รายงานว่า :
*มีแนวโน้มมากกว่าคู่แข่ง 2.6 เท่าในการระบุว่า AI ช่วยขยายขีดความสามารถในการปรับรูปแบบธุรกิจ
*มีแนวโน้มมากกว่าบริษัทอื่นสองถึงสามเท่าในการใช้ AI เพื่อระบุและคว้าโอกาสการเติบโตจากการบรรจบกันของอุตสาหกรรม เช่น การร่วมมือกับพันธมิตรนอกภาคอุตสาหกรรมหลักของตน
ทั้งนี้ PwC ระบุว่า โอกาสการเติบโตจากการบรรจบกันของอุตสาหกรรมเป็นปัจจัยเดียวที่ส่งผลต่อผลการดำเนินงานทางการเงินจาก AI สูงที่สุด โดยมีน้ำหนักมากกว่าการมุ่งเพิ่มประสิทธิภาพเพียงอย่างเดียว
*เน้นความไว้วางใจ-ระบบอัตโนมัติทำงานอย่างสอดผสานเพื่อสร้างผลลัพธ์
รายงานยังชี้ว่า วิธีที่กลุ่มผู้นำบริษัทนำ AI มาใช้ภายในองค์กรของตนนั้นแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ โดยบริษัทที่มีผลลัพธ์ทางการเงินจาก AI ได้ดีที่สุดมีแนวโน้มมากกว่าเกือบสองเท่าในการนำ AI มาใช้ในรูปแบบขั้นสูง ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินงานหลายอย่างภายใต้กรอบการกำกับ (guardrails) (1.8 เท่า) หรือการทำงานแบบสามารถตัดสินใจและปรับปรุงประสิทธิภาพได้เอง (autonomous, self-optimising) (1.9 เท่า)
นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทผู้นำด้าน AI ยังเร่งเพิ่มสัดส่วนการตัดสินใจที่เกิดขึ้นได้แบบอัตโนมัติ ไม่ต้องอาศัยการแทรกแซงจากมนุษย์ ในอัตราเกือบสามเท่า (2.8 เท่า) เมื่อเทียบกับบริษัทอื่น
PwC ระบุว่า ระบบอัตโนมัติของกลุ่มผู้นำเกิดจากการให้ความสำคัญกับ ‘ความไว้วางใจที่ขยายผลได้’ (trust at scale) โดยผู้นำด้าน AI มีแนวโน้มมากกว่าบริษัทอื่นที่จะมีกรอบการใช้งาน AI อย่างรับผิดชอบ (Responsible AI framework) (มากกว่า 1.7 เท่า) และคณะกรรมการกำกับดูแล AI แบบบรูณาการข้ามสายงาน (cross-functional AI governance board) (1.5 เท่า) ส่งผลให้พนักงานในองค์กรเหล่านี้มีแนวโน้มมากกว่าสองเท่าที่จะไว้วางใจในผลลัพธ์ที่ AI สร้างขึ้น
*เตือนช่องว่าง ‘ผู้นำ-ผู้ตาม’ เสี่ยงกว้างขึ้น
ทั้งนี้ หากองค์กรส่วนใหญ่ยังไม่ปรับเปลี่ยนแนวทางการใช้ AI อย่างจริงจัง ช่องว่างผลลัพธ์ระหว่างผู้นำด้าน AI กับกลุ่มที่ตามหลังคาดว่ามีแนวโน้มจะยิ่งกว้างขึ้น เนื่องจากบริษัทผู้นำด้าน AI เรียนรู้ได้เร็วกว่าขยายผลกรณีใช้งานที่พิสูจน์แล้วได้ไวกว่า และนำระบบการตัดสินใจแบบอัตโนมัติมาใช้ในระดับองค์กรได้อย่างปลอดภัยในวงกว้างมากกว่า
“องค์กรในภูมิภาคเอเชียกำลังเลิกทดลอง และเดินหน้าใช้ AI ในระดับองค์กรเพื่อสร้างผลลัพธ์ที่วัดได้จริงทั้งรายได้และประสิทธิภาพมากขึ้น โดยสำหรับประเทศไทย เราเห็นองค์กรไทยหลายแห่งกำลังเร่งลงทุนข้อมูล เทคโนโลยี และแพลตฟอร์ม AI พร้อมยกระดับธรรมาภิบาลและตัวชี้วัดที่ชัดเจน เพื่อให้การลงทุนขยายผลได้จริงและสร้างคุณค่าธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม ยิ่งไปกว่านั้น ผลสำรวจตอกย้ำว่า AI ต้องเป็นกลยุทธ์เพื่อการเติบโตไม่ใช่แค่เครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพ เริ่มจากเลือก use case ที่ตอบโจทย์ธุรกิจชัด เช่นสร้างรายได้ พัฒนาประสบการณ์ของลูกค้า หรือ พัฒนาโมเดลธุรกิจ พร้อมทั้งกำหนด KPI ที่วัดผลได้จริง ลงทุนด้านฐานข้อมูลพัฒนาบุคลากร และความเชื่อมั่นให้พร้อม เพื่อขยายผลของ AI ได้อย่างมั่นคง และเปลี่ยนเป็นแรงขับการเติบโตระยะยาว” นายพิสิฐ กล่าว