โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ดร.นพดล อินนา-สมาชิกวุฒิสภา ยกเลิก MOU43-44 ไพ่พลิกเกมสยมเขมร

ไทยโพสต์

อัพเดต 26 เมษายน 2569 เวลา 7.14 น. • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ข้อเสนอให้มีการยกเลิกMOU2543 หากรัฐบาลได้เห็นผลการศึกษาและข้อมูลของคณะกรรมาธิการฯทั้งหมด โดยเฉพาะหลังการสู้รบไทย-กัมพูชา ที่ไทยได้พื้นที่กลับคืนมาจากการที่กัมพูชาเคยเข้ามารุกล้ำ เราต้องยอมรับว่าเราสูญเสียไปเยอะมาก ทั้งทหาร ตำรวจตะเวนชายแดน และประชาชน เราจะต้องไม่ให้บุคคลเหล่านั้นเสียชีวิตหรือตายฟรี เพราะเขาได้เสียสละเป็นวีรบุรุษที่ได้ปกป้องผืนแผ่นดินไทย คิดว่าญาติพี่น้องของเขา และประชาชนตามแนวชายแดน และประชาชนทั่วไป คงยอมรับยาก หากว่าเราต้องคืนพื้นที่ หรือเสียพื้นที่ที่เราได้มาด้วยความยากลำบาก

มติที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)เมื่อวันที่ 23 เมษายน ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มีมติเห็นชอบให้มีการยกเลิก MOU 2544 ไทย-กัมพูชา และหลังจากนี้ จะมีการนำเรื่องเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีต่อไป ขณะเดียวกัน หลายฝ่าย ได้เสนอต่อไปว่า รัฐบาลควรมีการยกเลิกMOU2543 ด้วยเช่นกัน แต่รัฐบาลยังไม่ได้แสดงท่าทีในเรื่องนี้ออกมาอย่างชัดเจน

รายการ"ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด"สัมภาษณ์"ผศ.ดร.นพดล อินนา สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาข้อดีข้อเสียการยกเลิก MOU 2543 และ MOU 2544 เพื่อแก้ไขปัญหาชายแดนไทย - กัมพูชา วุฒิสภา” ที่ก่อนหน้านี้ คณะกรรมาธิการฯ มีการแถลงผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการฯ ที่มีข้อเสนอให้มีการยกเลิกทั้ง MOU2543 และMOU2544 ซึ่งเนื้อหาบทสัมภาษณ์ดังกล่าว มีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้

"ดร.นพดล"กล่าวนำว่า ผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการฯ ที่เสนอให้ยกเลิกMOU ไทย-กัมพูชา ทั้ง MOU2543 และ MOU2544 ยังไม่ได้มีการเสนอให้ที่ประชุมวุฒิสภาพิจารณา แต่ได้มีการแถลงผลการพิจารณาผลการศึกษาต่อสื่อมวลชนอย่างเป็นทางการแล้วซึ่งคณะกรรมาธิการฯ มีมติเป็นเอกฉันท์เสนอให้ยกเลิกMOUทั้งสองฉบับ

…เพราะจากข้อมูลการศึกษาของคณะกรรมาธิการฯ เป็นข้อมูลในเชิงลึกและเราพิจารณาอย่างรอบด้าน ไม่ได้มีอคติใดๆ กรรมาธิการฯ ยึดถือผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก โดยMOU2544 ซึ่งที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติเมื่อวันที่ 23 เมษายน ที่เห็นชอบให้ยกเลิก มาถึงวันนี้ ผ่านไป 25 ปีไม่คืบหน้าเลย ซึ่งผลการพิจารณาศึกษาของกรรมาธิการฯ พบว่าในตัว MOU2544 มีผังแนบหรือแผนที่แนบ ซึ่งในแผนที่ดังกล่าว จุดใหญ่ก็คือการลากเส้นไหล่ทวีปของกัมพูชาที่ลากมาในปีพ.ศ.2515 พบว่าการลากเส้นดังกล่าว ผิดตั้งแต่แรก เพราะลากมาผ่านเกาะกรูดของไทย

พอไทยมีการทักท้วงไปเมื่อปี 2544 เขาก็เว้าที่เกาะกรูดไว้เล็กน้อย แต่จริงๆ ลากเช่นนั้นไม่ได้ตามหลักสากล เพราะว่าเกาะกรูด ตกเป็นของไทยตั้งแต่ปีค.ศ.1907 ก็คือร้อยกว่าปีที่ผ่านมา แต่มีการลากเส้นเข้าไปหนึ่งในสามของเกาะกรูดแล้วกัมพูชาเคลมว่าเป็นอาณาเขตทางทะเลของกัมพูชา ทั้งที่ตามหลักมาตรฐานสากล เมื่อเกาะกรูดเป็นของไทย พื้นดินบนเกาะกรูด ก็เสมือนหนึ่งว่าเป็นพื้นดิน เพราะฉะนั้นต้องมีเส้นที่เรียกว่า 12 ไมล์ทะเล และเส้นอื่นๆด้วย ตามหลักสากล เขา(กัมพูชา)มีเกาะกงอยู่ ของเรามีเกาะกรูด ลากเส้นอย่างมากก็คือ กึ่งกลางระหว่างนั้น แต่เขามาลากผ่านเกาะกรูดของเราเลยต่างกรรมต่างวาระแล้วมาบอกว่าเกาะกรูดเป็นของเขา ซึ่งจริงๆทำไม่ได้

และต่อมาก็นำแผนที่ดังกล่าว ซึ่งหากดูในแผนที่จะเห็นว่า ข้างบนของแผนที่ ซึ่งเป็นพื้นที่สีฟ้า 10,000 ตารางกิโลเมตร ซึ่งทั้งสองฝ่ายตกลงกันว่า จะต้องไปแบ่งพื้นที่กัน ไปเจรจากัน และพื้นที่สีแดงอีก 16,000 ตารางกิโลเมตร ที่ใหญ่มาก ถือว่าเป็นพื้นที่ทับซ้อน ที่มีปิโตรเลียมและก๊าซธรรมชาติ ซึ่งกัมพูชาเพิ่งมีหนังสือมาที่ประเทศไทย เมื่อปี 2565 บอกว่า"ขอแบ่งผลประโยชน์ปิโตรเลียมและก๊าซธรรมชาติ"ทั้งหมด โดยไม่สนใจพื้นที่อาณาเขตตรงแผนที่ซึ่งเป็นสีน้ำเงิน

..พูดง่าย ๆคือ 26,000 ตารางกิโลเมตร กัมพูชาต้องการขอแบ่งผลประโยชน์ทั้งหมด แบบ 50-50 ซึ่งเป็นการละเมิดข้อตกลง MOU2544 อย่างร้ายแรง เพราะในข้อตกลงบอกว่า การที่จะไปดำเนินการต้องทำทั้งในพื้นที่สีน้ำเงิน และพื้นที่สีแดงไปพร้อมๆ กัน แต่กัมพูชามีหนังสือออกมาบอกว่า ไม่สนใจ เขาสนใจแต่เรื่องผลประโยชน์ เรื่องแบ่งอาณาเขตทางทะเล จึงเป็นการละเมิดMOU2544อย่างร้ายแรง

เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว จะเห็นว่าไทยจะเสียประโยชน์ ผมเคยให้กรรมาธิการฯบางท่านที่เป็นผู้เชี่ยวชาญจากกองทัพเรือ มาลอกลากเส้นดูตามมาตรฐานสากล ปรากฏว่าพื้นที่ทับซ้อน 16,000 ตารางกิโลเมตร เหลือแค่เล็กน้อย ซึ่งหมายถึงว่า ทั้งก๊าซธรรมชาติและปิโตรเลียม ที่ส่วนใหญ่จะคล้อยมาอยู่ฝั่งอ่าวไทย ทำให้ฝั่งกัมพูชาแทบไม่ได้เลย หรือได้ก็น้อยมาก ตรงนี้ที่ทำให้เมื่อกรรมาธิการฯมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ยกเลิกMOU2544 :ซึ่งต่อมา กัมพูชาถึงมีความกังวลกระวายใจ ไม่อยากให้ไทยยกเลิกMOU2544 และอีกส่วนหนึ่งที่เห็นว่าสมควรต้องยกเลิกMOU2544ก็เพราะหากเรายังคง MOU2544 ที่เป็นข้อตกลงระหว่างไทยกับกัมพูชา สองประเทศไว้ ทำให้โอกาสที่เราจะเอา ก๊าซธรรมชาติและปิโตรเลียมขึ้นมา แทบจะไม่มีเลยเพราะมันติดอยู่ที่ MOU2544

ดังนั้นเมื่อต่างฝ่ายต่างมีแนวโน้มที่จะหาผลประโยชน์ในส่วนนี้ต่างกัน คือไทยเราต้องการแบ่งเขตให้ชัดเจนเสียก่อน แล้วถึงค่อยมีการเจรจาเรื่องผลประโยชน์ แต่กัมพูชาบอกว่าต้องการหาผลประโยชน์อย่างเดียว ไม่สนใจเรื่องเส้นเขตแดน มันก็มีนัยยะว่าที่กัมพูชาลากมาผ่านเกาะกรูดแล้วเคลมว่าเป็นของเขา ซึ่งไม่ถูกต้อง เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ร้ายแรงมาก ที่หากเรายังคงไว้ซึ่งMOU2544 เราจะเสียประโยชน์เป็นอย่างมาก ประเด็นดังกล่าวเป็นจุดใหญ่ที่คณะกรรมาธิการฯเราเสนอยกเลิกMOU2544เพราะมันไม่มีความคืบหน้าใดๆ ผ่านมา 25 ปี มีการประชุมระหว่างไทยกับกัมพูชา 2-3 ครั้งแล้วก็หยุดเลยไม่มีความคืบหน้าใดๆออกมา

"ตรงนี้แสดงให้เห็นถึงวาระซ่อนเร้นของกัมพูชาในการที่จะเข้ามาหาผลประโยชน์ในส่วนนี้ ซึ่งตลอด25 ปีที่ผ่านมา กัมพูชามักมีความพยายามจะมาขอแบ่งผลประโยชน์ตรงนี้ แต่มักจะสะดุดเช่นจากเรื่องของทางการเมือง ทำให้ไม่สามารถมาหาผลประโยชน์ในส่วนนี้ได้ ก็เป็นเดชะบุญ ถือว่าประเทศไทยยังโชคดี ไม่เช่นนั้นแล้ว หากไปเดินตามMOU2544 ไทยเราจะเสียผลประโยชน์อย่างมาก"

"ดร.นพดล"กล่าวต่อไปว่า อย่างไรก็ตาม มีกติกาสากล ที่เรียกว่า UNCLOS 1982 ( อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 -United Nations Convention on the Law of the Sea)ซึ่งกัมพูชาในท้ายที่สุด เมื่อต้นปีนี้เองเข้าไปเป็นสมาชิก ไปให้สัตยาบัน ทำให้กัมพูชาเข้าสู่กติกาสากล จึงเป็นที่มาของผลการประชุมสมช.เมื่อ 23 เมษายน ที่นายกรัฐมนตรีแถลงว่า เมื่อที่ประชุมสมช.เห็นชอบให้ยกเลิกMOU2544 ขั้นตอนต่อไปก็เข้าสู่กติกาสากล เพราะต่างฝ่ายต่างเป็นภาคี ที่แสดงให้เห็นว่ากัมพูชาเขาก็รู้ไปไม่รอด เลยไปเข้า UNCLOS 1982 ซึ่งหากดำเนินการโดยไม่มี MOU2544 ไม่มีใครไปขัดขวาง ไม่มีใครยกประเด็นอะไรขึ้นมา กัมพูชา ก็ไม่เข้าUNCLOSแล้วก็เข้าไปแสวงหาผลประโยชน์เรียบร้อยแล้ว

ผมถึงบอกว่าเป็นเดชะบุญของประเทศไทยที่ยังไม่ได้เริ่มดำเนินการตรงนี้ไป ถ้าไม่เช่นนั้นแล้ว หากไปขุดก๊าซธรรมชาติ ไปขุดปิโตรเลียมขึ้นมา ซึ่งทั้งหมด นักวิชาการมีการประเมินไว้ก่อนที่จะเกิดวิกฤตน้ำมันตอนนี้ ผลประโยชน์อยู่ที่ 10 ล้านล้านแต่ปัจจุบันอยู่ที่ 50 ล้านล้านไปแล้ว ซึ่งงบประมาณรายจ่ายประจำปีของประเทศไทยส่วนใหญ่ก็จะอยู่ที่ปีละประมาณ 3 ล้านล้านบาท กัมพูชาอยากได้ 50 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถ้าอยู่ที่ 50 ล้านล้านบาท ก็คือ 25 ล้านล้าน ที่เป็นเงินไม่ใช่น้อย

-หากยกเลิกMOU2544 แล้วอะไรที่จะมาแทน?

ก็เป็นไปตามกติกาสากล ทุกอย่างก็ขึ้นอยู่กับกติกาสากล ก็คือต้องมาลากเส้นกันใหม่ให้เป็นไปตามกติกาสากล ที่ไทยจะได้เปรียบทันที ต้องบอกว่า MOU2544 มันกลับหัวกลับหาง เมื่อเทียบกับที่เราไปทำกับเวียดนาม เราไม่มีMOUกันเลย แต่ใช้วิธีเจรจากันก่อน เส้นเขตแดน หากตกลงกันได้ และไม่มีพื้นที่ทับซ้อน ก็ไม่ต้องมีMOU หรืออย่างกรณีประเทศมาเลเซีย ก็เจรจากันก่อน ยังไม่มีการทำMOU เมื่อไปพบพื้นที่ทับซ้อนที่เรียกว่า JDA (พื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย) จำนวนหนึ่งในพื้นที่ จากนั้นถึงค่อยมีการทำMOUว่าเราจะแบ่งปันผลประโยชน์กันอย่างไรในพื้นที่ซึ่งเราตกลงกันได้ โดยMOUกับมาเลเซีย เกิดทีหลัง ประเทศอื่นๆ ก็เช่นเดียวกัน แต่กรณีกับกัมพูชา เราดันไปทำMOUกับกัมพูชาเสียก่อน มันจึงกลับหัวกลับหาง เลยคุยกันไม่รู้เรื่อง

-ถ้าย้อนศึกษาดู คิดว่าที่มีการทำMOU2544 ตอนนั้นเกิดขึ้นเพราะอะไร?

ผมคิดว่าน่าจะเป็นเรื่องของทั้งฝ่ายไทยและกัมพูชา เล็งเห็นถึงปิโตรเลียมและก๊าซธรรมชาติ เรื่องของผลประโยชน์น่าจะเป็นมูลเหตุหลักที่ทำให้มีการไปดำเนินการให้มี MOU2544 ผมคิดว่าอย่างนั้น เพราะจากหลักฐาน-เอกสารต่างๆ ทั้งหมดที่เราเห็น น่าจะมุ่งไปสู่แนวนั้นมากกว่า เพราะการทำMOU2544 ถึงแม้จะถูกต้องตามหลักการเสนอเรื่องเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี แต่ระยะเวลาที่ใช้ ตั้งแต่นำเรื่องเข้าครม. จนถึงไปเซ็นข้อตกลง ใช้เวลาแค่ 12 วัน ซึ่งใช้เวลาน้อยมาก โดยตอนที่มีการทำMOU ทั้งMOU2543 และMOU2544 ไม่ได้มีการส่งเรื่องไปที่รัฐสภา ซึ่งก็เป็นประเด็นหนึ่งที่กรรมาธิการฯเช่น คุณคำนูณ สิทธิสมาน อดีตสว. ก็หยิบยกประเด็นเรื่องนี้มาเป็นเรื่องหลัก ตอนที่กมธ.จัดสัมมนาเรื่องการยกเลิกMOUที่รัฐสภาเมื่อ 23 เม.ย. คุณคำนูณ ก็นำประเด็นนี้มากล่าวในเวทีสัมมนาว่า เรื่องนี้น่าจะหรือส่อไปในทางที่ขัดรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นประเด็นหนึ่งที่คุณคำนูณเห็นว่ามันไม่ชอบมาพากลตั้งแต่แรก

เปิดขั้นตอนยกเลิกMOU เข้าสู่กลไกอนุสัญญากรุงเวียนนา

-การยกเลิกต้องแจ้งฝ่ายกัมพูชาหรือไม่?

มีวิธีการแบบนี้ ในการยกเลิกMOUทั้งสองฉบับ เนื่องจากว่าMOU ทั้งสองฉบับ(ปี 2543 และ 2544) มันก็เป็นเรื่องที่แปลกประหลาดไม่เหมือนMOUอื่นๆ คือหนึ่ง ไม่มีระยะเวลาสิ้นสุดของMOU สอง ไม่มีเหตุแห่งการยกเลิก ดังนั้น เราก็ต้องไปที่อนุสัญญากรุงเวียนนา ซึ่งเป็นกฎหมายระหว่างประเทศว่า หากเกิดอะไรขึ้น จะต้องไปเข้าข้อไหนอย่างไรของอนุสัญญาฯ กรรมาธิการ ฯ ก็ให้นักกฎหมายระหว่างประเทศ ไปศึกษาดูว่าหากจะยกเลิกต้องทำอย่างไร

..กรรมาธิการฯ ไปพบว่ามีอยู่สามข้อด้วยกัน ข้อแรกคือข้อที่ 56 ของ อนุสัญญากรุงเวียนนา ที่เขียนว่า หากทั้งสองฝ่ายเมื่อมีการทำMOU กันแล้ว ต่อมาหากมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง อยากจะExit หรือออกจากMOU ก็สามารถทำได้ แต่ต้องแจ้งอีกฝ่ายหนึ่ง และให้เวลาเขา 12 เดือนในการที่จะมาเจรจากัน ซึ่งหากตกลงกันไม่ได้ ก็จบกันไปเพราะอีกฝ่ายเขาอยากจะยกเลิก ซึ่ง MOUทั้งสองฉบับ ก็ปรากฏอย่างชัดเจนว่า มีการละเมิดMOU ทั้งMOUฉบับปี 2543 และ 2544 อย่างร้ายแรง โดยของMOU2543 เห็นชัดเจนเลย มีการเขียนไว้ในอารัมภบทที่อยู่ในหน้าแรก บอกว่าทั้งสองประเทศจะใช้การปักปันเขตแดนตามMOU2543 โดยสันติวิธี จะอยู่กันอย่างสงบ ไม่นำไปสู่การปะทะกัน แต่เหตุที่เกิด มันตรงกันข้ามทั้งหมดกับที่ทำMOU โดยมีการละเมิดจากฝ่ายกัมพูชา มีการรุกเข้ามาในอาณาเขตของไทยหลายจุด ไทยก็มีการประท้วงไปหลายครั้งแต่เขา(กัมพูชา)ก็ไม่ได้มีการแก้ไข หรือหากจะแก้ไข ก็น้อยมาก

อนุสัญญากรุงเวียนนาข้อ 60(1) เขียนไว้ว่า เมื่อมีเหตุที่อีกฝ่ายหนึ่งละเมิดอย่างรุนแรง อย่างที่ว่าแล้วนำไปสู่การสู้รบบาดเจ็บล้มตายกันทั้งสองฝ่าย โดยกัมพูชาเป็นผู้เริ่มก่อน ที่เป็นการละเมิดอย่างร้ายแรง อีกฝ่ายหนึ่งสามารถบอกยกเลิกMOUได้ โดยขั้นตอนก็อยู่ที่ ข้อ 60(3) ที่เมื่อมีการยกเลิกแล้วแจ้งไปอีกฝ่ายโดยให้เวลาสามเดือนจากเหตุของความรุนแรง คือบอกให้อีกฝ่ายมาเจรจาภายในสามเดือน เราอยากจะยกเลิกแล้ว คุณจะมีข้อโต้แย้งอะไร หรือจะมาปรับปรุงMOU หรือไม่ โดยหากไม่มี ทางฝ่ายกัมพูชาเงียบเฉย MOU ก็จะยกเลิกไปโดยปริยาย เพราะเป็นการละเมิดอย่างรุนแรงตั้งแต่แรก มันก็เหตุที่สามารถทำได้

ณ วันนี้จากข้อมูลที่เราพบทั้งหมด โดยการศึกษาหาข้อมูล กรรมาธิการได้ลงพื้นที่จังหวัดที่เกี่ยวข้องรวม 7 จังหวัด รวมถึงบริเวณพื้นที่ซึ่งมีการสู้รบกัน(ไทย-กัมพูชา) และกรรมาธิการได้ข้อมูลในเชิงลึกมาพอสมควร ที่หลังการสู้รบในครั้งที่สอง และมีข้อตกลงหยุดยิง ที่จังหวัดจันทบุรีในวันที่ 27 ธันวาคม 2568 ที่ในข้อตกลงเขียนไว้ว่า ถ้าทหารเราอยู่ตรงไหนให้อยู่ตรงนั้น นั่นก็หมายถึงบริเวณหลังการสู้รบ เราได้ข้อมูลมาเกือบหมดในส่วนที่กัมพูชามีการรุกล้ำมา ดังนั้น ณ วันนี้ กัมพูชาเอง หลังการปิดด่าน เศรษฐกิจกัมพูชาแย่มาก โดย ตอนนี้ไทยได้เปรียบในเชิงยุทธศาสตร์หลายเรื่อง ทั้งเชิงเศรษฐกิจ -อาณาบริเวณพื้นที่ รวมถึงจุดด้านความมั่นคง เพราะจุดด้านความมั่นคงทั้งหมดเวลานี้ ไทยเราได้เปรียบกัมพูชาทั้งหมด ซึ่งต่อจากนี้ไป หากจะมีการสู้รบกัน กัมพูชาไม่ได้เปรียบเราเลยในทางยุทธวิธี

-หากยกเลิกMOU 2544 จะไปมีผลเกี่ยวพันอะไรกับMOU2543 หรือไม่?

ผมคิดว่าก็มีความเกี่ยวพันกัน เพราะMOU2543 เมื่อมีการวางหลักมา จนถึงหลักหมุดสุดท้ายที่หลักหมุด 73 ที่อำเภอคลองใหญ่จังหวัดตราด จากนั้นไปเป็นเรื่องของ MOU2544 ที่ลากเส้นออกมา ที่ก็ลากจากหลัดหมุดดังกล่าว ผมคิดว่า วันนี้เรามีหลักฐานจากที่กมธ.ของวุฒิสภาได้ศึกษามา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของแผนที่ 1 ต่อ 200000 กับแผนที่ 1 ต่อ 50000 ที่เราใช้อยู่ แต่ของกัมพูชาคือ1 ต่อ 200000 เรื่องของการละเมิดต่างกรรมต่างวาระเกิดขึ้นมากมายในพื้นที่ซึ่งเราเจอ

ยกตัวอย่าง ตอนที่คณะกรรมาธิการลงพื้นที่ไปยังปราสาทโดนตวล ที่ศรีสะเกษ ทหารที่อยู่ในพื้นที่ก็รายงานมาว่า กัมพูชาขีดเส้นของเขาในเขตแดนตามแผนที่ 1 ต่อ 200000 ปรากฏว่า กัมพูชาละเมิดแผนที่ของตัวเองเข้ามาสักประมาณ 15 ตารางกิโลเมตร มีการสร้างถนน สร้างสิ่งก่อสร้างให้กองกำลังเข้ามาอยู่ พอได้ที่สบช่อง ก็เข้ามารุกประเทศไทยเลยในการสู้รบครั้งที่ผ่านมา แต่ไทยเราผลักดันออกไปได้ในการสู้รบครั้งที่สอง ดังนั้น ความเชื่อมโยงมันมีอยู่ แต่อย่างที่บอก เราได้ยึดจุดยุทธศาสตร์สำคัญๆที่เราเคยเสียเปรียบกลับคืนมา ตรงนี้กัมพูชาน่าจะไม่มีข้อต่อรองอะไรมากนัก

เปิดเหตุผลต้องยกเลิกMOU2543

"ดร.นพดล ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาข้อดีข้อเสียการยกเลิกMOU 2543 และ MOU 2544 วุฒิสภา"กล่าวถึงการเสนอให้ยกเลิกMOU2543 ตามผลการศึกษาของคณะกมธ.ฯว่า มีเหตุผลต่างๆ เช่น ข้อกำหนดใน MOU มีความบกพร่อง โดยเฉพาะการยอมรับแผนที่มาตราส่วน 1:200,000 ของกัมพูชา ซึ่งขัดแย้งกับแผนที่ 1:50,000 ของไทย ทำให้เกิดปัญหาในการปักปันเขตแดน นอกจากนี้ กลไกคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) ยังไม่มีอำนาจจัดการปัญหาการรุกล้ำพื้นที่ โดยที่ผ่านมา เจบีซีมีการประชุมกันระหว่างคณะทำงานของรัฐมนตรีต่างประเทศแต่ละฝ่าย ของไทย แทนที่จะมีการใช้รมว.ต่างประเทศไปประชุม ก็มีการตั้งบุคคลคนหนึ่งมาเป็นประธานเจบีซีฝ่ายไทย แต่ก็ยังเกี่ยวข้องกับงานของกระทรวงการต่างประเทศ โดยจะมาประชุมกันเมื่อมีปัญหาต่างๆ แต่ว่าการแก้ไขปัญหาไม่ได้ให้อำนาจกับบุคคลเหล่านี้ในการแก้ปัญหา(เจบีซี)

สมมุติกัมพูชาใช้คนมาบุกรุกในพื้นที่ฝ่ายไทย เช่นบุกเข้ามาสิบตารางกิโลเมตร เจบีซีบอกว่า ให้มีการผลักดันออกไปจากพื้นที่ของไทย แต่มาตราการในการผลักดัน หากกัมพูชาบอกว่าไม่ออกไป เราก็ประท้วงไป ประท้วงไปหลายร้อยครั้งก็ยังอยู่เหมือนเดิม ซึ่งกลไกเจบีซีเกิดขึ้นก่อนMOU2543 เกิดขึ้นช่วงปี 2538-2539 แล้วก็มี จีบีซี และอาร์บีซี ซึ่งทั้งสามกลไกเกิดขึ้นก่อนมีMOU2543

นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการฯ เห็นว่า MOU 2543 มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เนื่องจากคณะรัฐมนตรีในอดีตมีมติเพียงรับทราบ ไม่ใช่เห็นชอบ และไม่ได้ผ่านการพิจารณาจากรัฐสภา ทั้งที่ข้อตกลงดังกล่าวมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงอาณาเขตไทย อีกทั้ง รัฐธรรมนูญกัมพูชา ค.ศ. 1993 บังคับใช้แผนที่มาตราส่วน 1:ต่อ 100,000

ดังนั้นแผนที่ที่เกิดจาก MOU 2543 จึงเสี่ยงที่จะไม่ได้รับการรับรองจากกัมพูชา ทำให้การเจรจาสูญเปล่า โดยประเด็นนี้ชัดเจนเพราะกรรมาธิการฯมีการไปค้นหาข้อมูลซึ่งก็ไปดูรัฐธรรมนูญของกัมพูชา ที่ก็มีความแปลกประหลาดคือ แผนที่ต้องเป็นไปตาม 1 ต่อ 100000 ซึ่งเอาจริงๆ ก็คือจำลองมาจาก 1 ต่อ 200000 ที่ผู้นำประเทศกัมพูชาใช้อยู่ตอนนี้ ดังนั้นเวลาทำMOUกัน ไทยใช้ 1 ต่อ 50000 กัมพูชาใช้ 1 ต่อ 200000 แล้วในท้ายที่สุด พอปักหลักเสร็จแล้ว อาจมีความละเอียดมากกว่านั้น อาจจะน้อยกว่า 50000 ถ้าเป็นเช่นนั้น พอเข้าไปสู่ที่ประชุมของกัมพูชา มันก็ขัดรัฐธรรมนูญกัมพูชา เพราะเขายึดแค่ 1 ต่อ 100000 ยังไง ก็สูญเปล่า

"ดร.นพดล"กล่าวต่อไปว่า คณะกรรมาธิการฯยังเห็นว่า ความล่าช้าในการดำเนินการ แม้ผ่านมาเกือบ 26 ปี แต่การสำรวจคืบหน้าเพียงร้อยละ 60 ของขั้นตอนแรกเท่านั้น เพราะในวิธีปฏิบัติของMOU2543 ในรายละเอียดก็คือจะมีทีโออาร์ ที่เรียก 2546 กำหนดไว้ว่า การกำหนดปักหลัก ต้องเป็นไปตามห้าขั้นตอน ซึ่งที่เราปักหลักแล้ว และได้มา หกสิบเปอร์เซ็นต์ของหลักทั้งหมดที่มี 73-74 หลัก อยู่แค่ขั้นตอนที่หนึ่งเท่านั้น ยังมีขั้นตอนที่ 2 3 4 5 ที่เรายังไม่ได้ทำเลย ซึ่งตอนนี้ก็ผ่านมา 26 ปีหลังการทำMOU2543 นอกจากนี้ กรรมาธิการฯ เห็นว่า สถานการณ์ชายแดนเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงหลังเกิดการปะทะใหญ่ 2 ครั้งในปี 2568 ทำให้ไทยต้องหันไปยึดแถลงการณ์ร่วม GBC (27 ธันวาคม 2568) ที่ให้คงกำลังทหารไว้ ณ ที่ตั้งปัจจุบันแทน และ6. กัมพูชามีพฤติกรรมไม่รักษาสัญญา ยั่วยุ และสร้างข่าวปลอม ซึ่ง MOU 2543 ไม่รัดกุมพอที่จะรับมือได้

หากสังเกตุ จะพบว่าที่เขาออกมายั่วยุ แล้วก็เป็นผู้เริ่มก่อสงคราม การสู้รบ ทั้งสองครั้งเห็นชัดเจนว่า เป็นการเปิดแนวรบก่อน ยั่วยุเราตลอด ดังนั้น หากMOU2543 ดีจริงตามบทนำของMOU คือจะอยู่กันอย่างสันติ การแบ่งเขตจะทำให้เกิดความสงบเรียบร้อย ไม่นำไปสู่การสู้รบมันนำไปสู่การตรงข้ามหมดเลย เพราะฉะนั้น เครื่องมือที่ชื่อ MOU2543 มาถึงวันนี้ มันก็ชัดเจน

บางคนบอกว่า หากไม่มี MOU2543 แล้วจะใช้อะไร แนวทางก็คือ ก็กลับไปสู่กติกาเก่า ที่มี เจบีซี-จีบีซีและอาร์บีซี อย่างการสู้รบครั้งที่สอง ที่ต่อมามีการทำข้อตกลงเมื่อ 27 ธันวาคม 2568 คณะกรรมการชายแดนทั่วไปหรือจีบีซี สามารถมาคุยกันได้ และยุติการสู้รบ

"ดร.นพดล"กล่าวว่า คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาข้อดีข้อเสียการยกเลิก MOU 2543 และ MOU 2544 เพื่อแก้ไขปัญหาชายแดนไทย - กัมพูชา วุฒิสภา คณะกรรมาธิการฯ มีการศึกษาไปถึงว่า ถ้าจะปรับปรุง แล้วให้มี MOU2569 หรือ MOU2570 ควรที่จะไปแก้ไขหรือเพิ่มเติมประเด็นอะไรบ้าง เรื่องของการแก้ก็คือแผนที่ 1 ต่อ 200000 ไม่ให้เอามาใช้เพราะว่า แผนที่มันหยาบมาก โดยแผนที่ 1 ต่อ 200000 พบว่าอยู่ในMOU และทีโออาร์ 2546 ด้วย ซึ่งมันไม่ควรมีตั้งแต่แรก เพราะมันคลาดเคลื่อนได้ และคณะกรรมการปักปันเขตแดนในอดีต ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ที่ตั้งคณะกรรมการนี้ขึ้นมา ก็ไม่เคยยอมรับแผนที่ 1 ต่อ 200000 ที่ฝรั่งเศสทำ

หากเรากลับไปเจรจาเจบีซี ก่อนจะมีการยกเลิกMOU2543 นั่นหมายถึงเรายังยอมรับMOU2543 อยู่ ซึ่งMOU2543 เครื่องมือนี้ใช้ไม่ได้ผล มีปัญหา จึงเสนอให้ยกเลิก แต่ถ้าเราย้อนกลับไปตรงนั้น จะทำให้ การยกเลิกMOU2543 มีความสลับซับซ้อน มีความยากมากขึ้น เพราจะเสมือนหนึ่งว่าเราไปยอมรับ MOU2543 กัมพูชาก็อาจอ้างว่า ไทยก็ยอมรับแล้ว ยอมกลับมาสู่กติกาเดิมถึงมาร่วมเจรจา เพราะหากไม่ยอมรับMOU2543 ก็ไม่มาเจรจา

เมื่อถามกรณีที่กระทรวงการต่างประเทศรวมถึงหน่วยงานทหาร บางหน่วยกังวลว่าหากยกเลิกMOU2543 จะทำให้ขาดอาวุธลับบางอย่างไป "ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาข้อดีข้อเสียการยกเลิกMOU 2543 และ MOU 2544 เพื่อแก้ไขปัญหาชายแดนไทย - กัมพูชา วุฒิสภา"กล่าวยืนยันหนักแน่นว่า คิดว่าแทบไม่น่าจะต้องกังวล เราต้องดูกลับอีกทีว่าการมี MOU2543 ที่ลงนามกันทั้งสองฝ่าย มีการบอกว่าวิธีการดังกล่าว จะทำให้เกิดความงบ สันติ ไม่มีการสู้รบ แต่ว่า 26 ปีที่ผ่านมา เราสู้รบกันกี่ครั้งแล้ว แต่ละฝ่ายก็สูญเสียชีวิตและทรัพย์สินไปไม่ใช่น้อย ดังนั้นผมคิดว่า MOU2543 ณ วันนี้ แทนที่จะเป็นประโยชน์ ตามเจตนารมณ์ของMOU เอง ก็ไม่ใช่ ผลกลับออกมาตรงกันข้าม ดังนั้น เรามาหากติกาที่คิดว่า น่าจะนำไปสู่ความสำเร็จในการปักหลักเขตแดนจะดีหรือไม่ ซึ่งการยกเลิกMOU2543 ก็สามารถทำได้แบบเดียวกับการยกเลิกMOU2544 ที่กล่าวข้างต้นผ่านอนุสัญญากรุงเวียนนา โดยไทยบอกขอยกเลิกฝ่ายเดียวได้ เพราะฝ่ายกัมพูชาละเมิดรุนแรง โดยเฉพาะที่ชัดเจนคือละเมิด อนุสัญญากรุงเวียนนาข้อที่ 60(1) ที่กัมพูชาปฏิเสธไม่ได้ นานาประเทศเห็นเราสู้รบกัน เราสูญเสียขาทหารไปไม่รู้กี่คน ทหารเสียชีวิตไปหลายนาย ประชาชนก็ได้รับผลกระทบต้องมีการอพยพจากบ้านของตัวเอง สิ่งเหล่านี้คือการละเมิดอย่างรุนแรง

ค้านรัฐบาลกลับไปร่วมโต๊ะเจรจาเจบีซีกับเขมรอีกรอบ

-ทางผู้นำกัมพูชา ฮุน มาเน็ต เสนอว่าไทยควรมีการพูดคุยกับกัมพูชา ผ่านเจบีซี แต่ก็มีเสียงไม่เห็นด้วยตามมา บอกว่ารัฐบาลไม่ควรไปเจรจาเพราะหากไป เท่ากับเรายอมรับMOU2543 จะทำให้ต่อไปเราจะยกเลิกMOU ไม่ได้?

วันนี้จุดยืนของคณะกรรมาธิการฯ หรืออาจเป็นของคนไทยส่วนใหญ่ด้วยในเวลานี้คืออยากให้ยกเลิกMOU2543 เพราะเหตุว่ามีการละเมิดรุนแรงมาก ดังนั้นหากเรากลับไปเจรจาเจบีซี ก่อนจะมีการยกเลิกMOU2543 นั่นก็หมายถึงเรายังยอมรับMOU2543 อยู่ ซึ่งMOU2543 เครื่องมือนี้ใช้ไม่ได้ผล มีปัญหา จึงเสนอให้ยกเลิก แต่ถ้าเราย้อนกลับไปตรงนั้น มันจะทำให้ การยกเลิกMOU2543 มีความสลับซับซ้อน มีความยากมากขึ้น เพราะจะเสมือหนึ่งว่าเราไปยอมรับ MOU2543 กัมพูชาก็อาจอ้างว่า นี้ไง ไทยยอมรับแล้ว ยอมกลับมาสู่กติกาเดิม ถึงมาร่วมเจรจา เพราะหากไม่ยอมรับMOU2543 ก็ไม่มาเจรจา

-ทางคณะกรรมาธิการฯ มีการถามความเห็นตัวแทนกระทรวงการต่างประเทศและกรมแผนที่ทหารหรือไม่ว่า เหตุใดถึงไม่อยากให้ยกเลิกMOU2543?

ก็มี ทางกรมแผนที่ทหาร ทำงานด้วยความแข็งขัน ด้วยความเสียสละในการที่เดินสำรวจมายี่สิบกว่าปี ซึ่งผมเองชื่นชมมากในการทำงานตรงนี้ รวมถึงกระทรวงการต่างประเทศที่พยายามให้ข้อมูลทั้งหมด ทั้งข้อมูลลับ ลับมากส่งมาให้กรรมาธิการฯ แต่ ณ ตอนนี้ เวลาได้เคลื่อนไปเกินกว่าMOU2543แล้ว เพราะการสู้รบครั้งที่สอง เราได้ยึดพื้นที่ ซึ่งเป็นพื้นที่ของไทยที่กัมพูชาเคยเข้ามารุกรานกลับมาแล้ว ที่เป็นสิ่งที่ทำให้ไทยได้เปรียบอย่างมาก ดังนั้นเสมือนหนึ่งว่าเราเลยขั้นตอนของMOU2543ไปแล้ว เพราะถ้าMOU2543ยังมีการบังคับใช้ ต่อไปก็จะมีการถกเถียงกันอีกว่า พื้นที่ตรงหนองจาน-หนองหญ้าแก้ว ที่กัมพูชาบอกว่าเป็นพื้นที่ของกัมพูชาเพราะอยู่มา 20-30 ปีแล้ว แล้วมันจะไม่ย้อนกลับไปอีกหรือว่าแล้วตอนนั้นผู้อพยพ กัมพูชาได้เข้ามาอยู่ในพื้นที่ประเทศไทย

มติของคณะกรรมาธิการฯ ที่ให้ยกเลิกMOU2543 เราศึกษาโดยไม่ได้มีอคติ วันที่มีการประชุมคณะกรรมาธิการวันแรก แล้วที่ประชุมให้ผมเป็นประธานกรรมาธิการ ผมก็ได้บอกว่า กรรมาธิการเราจะยึดถือผลประโยชน์ของชาติเท่านั้น เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เป็นเรื่องยาก ซึ่งหากเราทำการศึกษาโดยไม่มีอคติแล้วใช้ข้อมูลที่เป็นวิทยาศาสตร์ทั้งหมด เราก็สามารถอธิบายได้ทุกมิติอย่างรอบด้าน อย่างที่เกิดการสู้รบครั้งที่สองเกิดขึ้น ทำให้ตัดสินใจได้ง่าย เพราะอย่างกรรมาธิการฯ ชุดนี้ไม่มีใครมีธุรกิจอะไรในกัมพูชา เพราะอย่างนั้นทำให้กรรมาธิการตัดสินใจได้ง่าย

"ดร.นพดล"ย้ำว่า เรื่องข้อเสนอให้มีการยกเลิกMOU2543 หากรัฐบาลได้เห็นผลการศึกษาและข้อมูลของคณะกรรมาธิการฯทั้งหมด โดยเฉพาะหลังการสู้รบไทย-กัมพูชา ที่ผมพยายามเน้นในจุดนี้ แล้วไทยได้พื้นที่กลับคืนมาจากการที่กัมพูชาเคยเข้ามารุกล้ำ เราต้องยอมรับว่าเราสูญเสียไปเยอะมาก ทั้งทหาร ตำรวจตะเวนชายแดน และประชาชน เราจะต้องไม่ให้บุคคลเหล่านั้นเสียชีวิตหรือตายฟรี เพราะเขาได้เสียสละเป็นวีรบุรุษที่ได้ปกป้องผืนแผ่นดินไทย ผมคิดว่าญาติพี่น้องของเขา และประชาชนตามแนวชายแดน และประชาชนทั่วไป คงยอมรับยาก หากว่าเราต้องคืนพื้นที่ หรือเสียพื้นที่ที่เราได้มาด้วยความยากลำบาก ตรงนี้เป็นเรื่องที่รัฐบาลและผู้ที่เกี่ยวข้องจะต้องมาพิจารณาให้รอบคอบ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...