'จาตุรนต์' ชี้จุดอ่อน 7 มาตรการรัฐบาลช่วยกลุ่มเปราะบางสู้วิกฤตพลังงาน 'ไม่เพียงพอ ไม่ครอบคลุม ช้า ไม่ทันสถานการณ์'
จาตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ระบุผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2569 ว่า มาตรการอุดหนุน 5 กลุ่มเป้าหมายของรัฐบาล มีข้อดีตรงที่อย่างน้อยก็ขยับจากการอุดหนุนแบบหว่าน มาเป็นการอุดหนุนเฉพาะกลุ่มที่จำเป็นมากกว่าเดิม นี่เป็นทิศทางที่ถูก เพราะรัฐไม่สามารถแบกรับการอุดหนุนทั่วไปได้ตลอดไป และการช่วยแบบพุ่งเป้าก็มีโอกาสตรงจุดมากกว่า
แต่ปัญหาคือ มาตรการชุดนี้ยังมีจุดอ่อนสำคัญอยู่ 2 เรื่อง คือ ไม่เพียงพอและไม่ครอบคลุม กับ ช้าไม่ทันสถานการณ์
คำว่าไม่เพียงพอและไม่ครอบคลุม เห็นได้ชัดจากหลายกลุ่ม เช่น กลุ่มเกษตรกรที่รัฐบาลพูดเรื่องปุ๋ยราคาถูกเป็นหลัก ทั้งที่ในความเป็นจริงเกษตรกรไม่ได้รับผลกระทบแค่เรื่องปุ๋ย แต่ยังเจอราคาน้ำมันดีเซล ค่าสูบน้ำ ค่าเครื่องจักร และค่าขนส่งผลผลิตที่สูงขึ้นพร้อมกัน เกษตรกรหลายประเภทต้องใช้น้ำมันโดยตรงในการผลิตและการเก็บเกี่ยว โดยเฉพาะเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งเลี้ยงปลา ที่ต้องใช้ไฟและน้ำมันในการตีน้ำให้ออกซิเจนทั้งในช่วงเลี้ยงปกติ และในช่วงจับผลผลิตขึ้นขาย ดังนั้น ถ้าจะช่วยเกษตรกรจริง ต้องมองทั้งต้นทุนการผลิต ไม่ใช่ช่วยเพียงบางรายการแล้วปล่อยให้ต้นทุนส่วนอื่นกดทับต่อไป
ในส่วนของกลุ่มเปราะบาง แม้การใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะตรงตัวและใช้ฐานข้อมูลเดิมได้ แต่ก็ยังมีคนเดือดร้อนอีกมากที่อยู่นอกระบบ เช่น แรงงานนอกระบบ คนชั้นกลางรายได้น้อยในเมือง หรือครัวเรือนที่ต้องใช้รถทำมาหากิน จึงมีความเสี่ยงที่คนได้รับผลกระทบจริงจำนวนมากจะยังไม่ถูกช่วยเหลือ
สำหรับกลุ่มขนส่งและโลจิสติกส์ การช่วยกลุ่มนี้ถือว่าถูกทิศ เพราะต้นทุนขนส่งส่งผ่านไปยังราคาสินค้าทั้งระบบ แต่สิ่งที่ยังขาดคือความชัดเจนว่าจะช่วยเท่าไร ช่วยนานแค่ไหน และจะกำกับอย่างไรไม่ให้รัฐช่วยแล้วค่าขนส่งหรือค่าโดยสารยังขึ้นต่อ อีกทั้งปัญหาตอนนี้ไม่ใช่แค่เรื่องราคา แต่รวมถึงการกระจายน้ำมันด้วย
ส่วนชาวประมง แนวทางใช้น้ำมัน B20 อาจช่วยลดต้นทุนได้ แต่ก็ยังต้องตอบให้ชัดเรื่องจุดกระจาย ความพร้อมของเครื่องยนต์ คุณภาพเชื้อเพลิง และการเปลี่ยนผ่าน ไม่เช่นนั้นมาตรการอาจดีในหลักการ แต่ใช้จริงได้ไม่เต็มที่
ขณะที่กลุ่มผู้รับเหมาภาครัฐและภาคธุรกิจ มาตรการปรับค่า K และซอฟต์โลนพอช่วยประคองได้ แต่ยังเป็นเพียงการพยุงไม่ให้ล้ม ไม่ใช่มาตรการที่พอจะรักษากิจกรรมทางเศรษฐกิจทั้งระบบ โดยเฉพาะ SMEs ที่อาจไม่อยากกู้เพิ่มในช่วงต้นทุนสูงและกำลังซื้ออ่อนแรง
อีกกลุ่มที่ยังแทบไม่เห็นมาตรการเฉพาะชัดเจนคือภาคท่องเที่ยวและบริการ ทั้งที่ได้รับผลกระทบจากทั้งต้นทุนพลังงานและความเชื่อมั่นที่ลดลง หากไม่ดูแลให้ตรงจุด ผลกระทบก็จะลามไปถึงรายได้ การจ้างงาน และเศรษฐกิจในวงกว้าง
ส่วนที่ว่าช้าไม่ทันเวลานั้น เห็นชัดอยู่แล้วว่า รัฐบาลประกาศมาตรการวันนี้ แต่เช้าวันรุ่งขึ้นราคาน้ำมันก็ขึ้นไปแล้ว 6 บาท แต่มาตรการทั้งหมดกลับยังไม่มีผลในทางปฏิบัติ