โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

จีนวางหมากให้ AI อยู่ในทุกที่ของระบบเศรษฐกิจ เปิดแผน 5 ปี เดิมพันแซงสหรัฐในสงครามเทคโนโลยี

Thairath Money

อัพเดต 16 มี.ค. เวลา 04.56 น. • เผยแพร่ 16 มี.ค. เวลา 04.26 น.
ภาพไฮไลต์

จีนเปิดแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมระยะ 5 ปีฉบับใหม่ ตั้งเป้าใช้ AI ทั่วทั้งระบบเศรษฐกิจ พร้อมเร่งสร้างความก้าวหน้าในเทคโนโลยีระดับแนวหน้า เช่น ควอนตัมคอมพิวติ้ง หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ และเครือข่ายการสื่อสารยุคใหม่เพื่อก้าวขึ้นเป็นผู้นำอันดับหนึ่งของโลก

เอกสารแผนพัฒนาความยาวกว่า 141 หน้า เผยแพร่พร้อมกับการเปิดประชุมสภาประชาชนแห่งชาติ (NPC) ระบุว่า จีนต้อง “ยึดครองจุดยุทธศาสตร์ของการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี” และสร้างความก้าวหน้าครั้งสำคัญในเทคโนโลยีแกนหลักที่สำคัญ ซึ่งนับเป็นการประกาศทิศทางการยกระดับยุทธศาสตร์เทคโนโลยีครั้งสำคัญหลังจากนี้

แผน “AI+” ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

แผนพัฒนาฉบับนี้กล่าวถึง AI มากกว่า 50 ครั้ง และเสนอ “AI+ Action Plan” ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์การนำ AI ไปใช้ใน

ทุกภาคเศรษฐกิจ ซึ่งรัฐบาลจีนมองว่า AI และระบบอัตโนมัติ คือ เครื่องมือสำคัญในการเพิ่มผลิตภาพของประเทศ โดยเฉพาะในช่วงที่จีนกำลังเผชิญปัญหาประชากรสูงวัยและกำลังแรงงานลดลง

มาตรการสำคัญที่ระบุไว้ในแผน ได้แก่ การทดลองใช้หุ่นยนต์ทำงานในอุตสาหกรรมที่ขาดแคลนแรงงาน การพัฒนา AI Agent ที่สามารถทำงานและตัดสินใจได้โดยมีมนุษย์กำกับน้อยลง และการนำ AI ไปใช้ในภาคการผลิต โลจิสติกส์ การศึกษา และระบบสาธารณสุข

ผู้เชี่ยวชาญอย่าง Kyle Chan นักวิจัยด้านเทคโนโลยีจีนจาก Brookings Institution ระบุว่า เป้าหมายของรัฐบาลปักกิ่ง คือ การใช้ AI และหุ่นยนต์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของเศรษฐกิจในวงกว้าง และมากไปกว่านั้น การเร่งลงทุนในเทคโนโลยีขั้นสูงยังสะท้อนการแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างจีนและสหรัฐ

ที่ผ่านมาจีนยังพึ่งพาเทคโนโลยีจากสหรัฐในหลายด้าน เช่น ชิปขั้นสูงและอุตสาหกรรมการบิน ซึ่งกลายเป็นประเด็นตึงเครียดทางการค้าระหว่างสองประเทศ ซึ่งทั้งสองฝ่ายต่างยังคงใช้มาตรการควบคุมการส่งออกเป็นเครื่องมือกดดันกัน สหรัฐจำกัดการส่งออกชิปขั้นสูง ขณะที่จีนใช้ทรัพยากรสำคัญอย่างแร่หายากและแร่สำคัญเป็นอำนาจต่อรอง

ดันเทคโนโลยีแห่งอนาคตให้ล้ำหน้าสหรัฐ

ในรายงานการทำงานของรัฐบาล จีนยังประกาศแผนลงทุนในเทคโนโลยีระดับแนวหน้า เช่น Quantum Computing, 6G, Embodied AI ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสำหรับหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ และ อินเทอร์เฟซสมองกับเครื่องจักร (Brain–Machine Interface)

นอกจากนี้ยังมีโครงการวิจัยขนาดใหญ่ เช่น เทคโนโลยีนิวเคลียร์ฟิวชัน จรวดบรรทุกหนักแบบใช้ซ้ำ เครือข่ายสื่อสารควอนตัมระดับอวกาศ-โลก คอมพิวเตอร์ควอนตัมที่สามารถขยายขนาดได้ และการทดลองสร้างสถานีวิจัยบนดวงจันทร์

อีกหนึ่งยุทธศาสตร์สำคัญ คือ การสร้างศูนย์ข้อมูลขนาดมหึมา (Hyper-scale computing clusters) ซึ่งจะใช้พลังงานราคาถูกและมีปริมาณมากเพื่อรองรับการฝึกโมเดล AI ขนาดใหญ่ โดยจีนยังประกาศสนับสนุนการพัฒนาชุมชน AI แบบโอเพนซอร์ส ซึ่งกลายเป็นประเด็นที่นักวิเคราะห์จับตา เพราะ AI แบบโอเพนซอร์สของจีน อาจกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการขยายอิทธิพลด้านเทคโนโลยีในตลาดโลก โดยเฉพาะประเทศกำลังพัฒนา หากจีนสามารถสร้างระบบนิเวศ AI ที่เข้าถึงได้ง่ายและต้นทุนต่ำกว่าคู่แข่ง

การเติบโตของบริษัท AI จีนอย่าง DeepSeek ซึ่งสร้างโมเดล AI ที่มีต้นทุนการพัฒนาต่ำกว่าโมเดลตะวันตกหลายเท่ายังสะท้อนว่าการแข่งขันด้าน AI ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในห้องแล็บ แต่กำลังขยายไปสู่การแข่งขันด้าน ต้นทุน โครงสร้างพื้นฐาน และระบบนิเวศเทคโนโลยี ในภาพใหญ่นักวิเคราะห์จำนวนมากมองว่าโลกกำลังเข้าสู่ยุคที่ AI กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจและอำนาจรัฐไม่ต่างจากพลังงานหรืออาวุธยุทธศาสตร์ในอดีต

และแผนพัฒนา 5 ปีฉบับล่าสุดของจีน อาจเป็นสัญญาณชัดเจนว่า การแข่งขันด้าน AI ระหว่างจีนกับสหรัฐกำลังเข้าสู่ เฟสใหม่ที่เข้มข้นยิ่งกว่าเดิม ไม่ใช่เพียงการพัฒนาเทคโนโลยี แต่เป็นการแข่งขันเพื่อกำหนดโครงสร้างเศรษฐกิจดิจิทัลของโลกในอนาคตหลังจากนี้

อ่านเพิ่มเติม

ที่มาข้อมูล Reuters

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ -

https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : จีนวางหมากให้ AI อยู่ในทุกที่ของระบบเศรษฐกิจ เปิดแผน 5 ปี เดิมพันแซงสหรัฐในสงครามเทคโนโลยี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...