โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

"ณัฏฐ์" ชี้ปมบัตรเลือกตั้งศาลรัฐธรรมนูญเคยมีบรรทัดฐานไม่รับคำร้องพิจารณา

PostToday

อัพเดต 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา

จากกรณีเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2569 ผู้ตรวจการแผ่นดินมีมติส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้วินิจฉัยว่า การเลือกตั้งเป็นโมฆะหรือไม่ จากปมบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความร้อนแรงทางการเมืองและการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่

ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม หรือ "ดร.ณัฏฐ์" นักกฎหมายมหาชน ได้ออกมาให้ความเห็นทางกฎหมายเพื่อประโยชน์สาธารณะ โดยระบุว่าอำนาจในการยื่นคำร้องของหน่วยงานกับการที่ศาลจะรับคดีไว้พิจารณานั้นถือเป็นคนละส่วนกันอย่างชัดเจน

ดร.ณัฏฐ์ ระบุว่า ศาลรัฐธรรมนูญจะรับคดีไว้วินิจฉัยหรือไม่ ต้องพิจารณาตามหลักเกณฑ์ของ พรป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 ประกอบข้อกำหนดศาล พ.ศ. 2562 ซึ่งต้องใช้มติเสียงข้างมากในการตัดสินใจ โดยปกติศาลมักสั่งให้มีการแสวงหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติมก่อนจะมีมติรับหรือไม่รับคำร้อง เนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญใช้ระบบไต่สวนไม่ใช่ระบบกล่าวหา

ดังนั้นสาธารณชนจึงไม่ควรคาดคะเนหรือทำตัวเป็น"ศาลโซเชียล" ที่ตัดสินล่วงหน้าว่าการเลือกตั้งไม่เป็นความลับหรือเป็นโมฆะ เพราะอาจสร้างความสับสนให้ประชาชน

ข้อกฎหมายระบุชัดสถานะกฎหมายที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญได้

ในส่วนของหลักการตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 231 (1) นั้น บทบัญญัติของกฎหมายที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญซึ่งผู้ตรวจการแผ่นดินจะส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้นั้น หมายถึงกฎหมายที่มีสถานะเป็น พระราชบัญญัติ (พรบ.), พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พรป.), พระราชกำหนด (พรก.) หรือประกาศคณะปฏิวัติที่มีสถานะเทียบเท่ากฎหมายระดับ พรบ. เท่านั้น

หากเป็นการกระทำหรือกฎหมายที่มีสถานะต่ำกว่านั้น จะต้องส่งให้ศาลปกครองพิจารณาตามมาตรา 231 (2) แทน ซึ่งจุดนี้เป็นข้อกฎหมายสำคัญที่ต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วนในแง่ของกระบวนการ

สำหรับการยื่นคำร้องที่อ้างว่า กกต. กำหนดรูปแบบบัตรเลือกตั้งที่มีรหัสบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด จนอาจสืบค้นย้อนกลับถึงตัวผู้ใช้สิทธิและทำให้การลงคะแนนไม่เป็นความลับตามมาตรา 83 และ 85 นั้น

ดร.ณัฏฐ์ มองว่าเป็นเพียงข้ออ้างที่ยังเลื่อนลอย ซึ่งในทางปฏิบัติคู่ความต้องพิสูจน์ให้เห็นจริงว่าบัตรเลือกตั้งและต้นขั้วสามารถทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตได้อย่างไร หากไม่สามารถพิสูจน์พยานหลักฐานให้สิ้นกระแสความได้ ข้ออ้างดังกล่าวย่อมไม่มีน้ำหนักเพียงพอในการพิจารณาคดี

ชี้โอกาสเกมพลิกเลือกตั้งโมฆะมีน้อยตามแนวทางเดิม

ประเด็นสำคัญที่สุด คือ ศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำวินิจฉัยที่ ต.24/2569 เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 ซึ่งเป็นบรรทัดฐานในข้อเท็จจริงลักษณะเดียวกันแต่เป็นสนามเลือกตั้งอื่น โดยศาลมีคำสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณา โดยระบุว่าหากเป็นการละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญคุ้มครอง ผู้ร้องสามารถใช้สิทธิทางศาลอื่นได้ตามมาตรา 25 วรรคสาม

และได้วินิจฉัยข้อกฎหมายตาม พรป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 47 (2) ประกอบมาตรา 46 วรรคสาม ว่าผู้ร้องไม่อาจยื่นคำร้องได้ตามมาตรา 213

ด้วยเหตุนี้ เมื่อพิจารณาตามหลักกฎหมายและคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญซึ่งมีผลผูกพันทุกองค์กรตามมาตรา 211 วรรคสี่ จะเห็นได้ว่าโอกาสที่จะเกิดการ "เกมพลิก" จนทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะนั้นมีโอกาสน้อยมาก นักกฎหมายมหาชน

จึงฝากเตือนให้ทุกฝ่ายยึดหลักกฎหมายเป็นที่ตั้งและรอฟังคำสั่งจากศาลอย่างเป็นทางการ แทนการคาดเดาที่เกินกว่าตัวบทกฎหมายซึ่งอาจกระทบต่อความเชื่อมั่นในระบบการเลือกตั้งและการจัดตั้งรัฐบาลในระยะเวลาอันใกล้นี้.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...