หมอยง คลายกังวล ไวรัสฮันตา มีในไทยนาน 40 ปีแล้ว ไม่ดุร้ายแบบอเมริกาใต้
หมอยง คลายกังวล ไวรัสฮันตามีในไทยมานานกว่า 40 ปีแล้ว แต่ความเสี่ยงระบาดต่ำมาก ย้ำสายพันธุ์ที่พบไม่ใช่สายพันธุ์ดุร้ายแบบในอเมริกาใต้
นพ.ยง ภู่วรวรรณ ราชบัณฑิต สำนักวิทยาศาสตร์ ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ออกมาโพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2569 เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคไวรัสฮันตา (Hantavirus) แก่ประชาชนชาวไทย
นพ.ยง อธิบายว่าไวรัสฮันตาเป็นไวรัสในกลุ่มอาร์เอ็นเอ มีหนูกับสัตว์ฟันแทะเป็นแหล่งรังโรคหลัก คนมักติดเชื้อจากการสูดดมฝุ่นหรือสัมผัสสิ่งคัดหลั่งของหนูที่ปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม เช่น ปัสสาวะ อุจจาระ น้ำลาย การติดต่อจากคนสู่คนพบได้น้อยมาก ยกเว้นสายพันธุ์แอนดีส (Andes) ในอเมริกาใต้ที่เป็นข่าวอยู่ในขณะนี้ ซึ่งมีอัตราการเสียชีวิตสูงถึงร้อยละ 30 ถึง 40
โรคนี้แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มอาการหลัก กลุ่มแรกคือมีอาการคล้ายไข้เลือดออกร่วมกับมีปัญหาทางไต (Hemorrhagic Fever with Renal Syndrome) มักพบในทวีปเอเชียกับยุโรป กลุ่มที่สองคือมีอาการทางระบบทางเดินหายใจหรือปอด (Hantavirus Pulmonary Syndrome) มักพบในทวีปอเมริกา อาการทั่วไปประกอบด้วยไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ คลื่นไส้อาเจียน ในรายที่อาการรุนแรงอาจเกิดภาวะไตวาย มีเลือดออกคล้ายไข้เลือดออก น้ำท่วมปอด หายใจล้มเหลว
สำหรับสถานการณ์ในประเทศไทย นพ.ยง ยืนยันว่าไทยเคยพบหลักฐานสารพันธุกรรมของไวรัสฮันตารวมถึงแอนติบอดีต่อเชื้อทั้งในหนูกับมนุษย์ โดยเฉพาะในผู้ที่ทำงานเกษตรกรรมหรือต้องสัมผัสกับหนู แต่ไวรัสที่พบเป็นคนละสายพันธุ์กับที่กำลังระบาดในอเมริกาใต้
นพ.ยง ทิ้งท้ายว่าไวรัสฮันตามีอยู่ในประเทศไทยมานานกว่า 40 ถึง 50 ปีแล้ว โอกาสการแพร่ระบาดถือว่าพบน้อยมาก ความเสี่ยงสำหรับประเทศไทยจึงจัดอยู่ในระดับที่ต่ำมาก ประชาชนไม่ต้องตื่นตระหนกหรือวิตกกังวลกับข่าวการระบาดในต่างประเทศแต่อย่างใด
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง