YLG ชี้ทองยืน $4,670 ลุ้นรีบาวด์ แต่ไม่ผ่าน $4,764-4,748 เสี่ยงลงต่อ
สรุปสภาวะตลาดทองคำแท่ง ประจำวันที่ 12 พฤษภาคม 2026
สภาวะตลาดในวันนี้ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 4,648 – 4,705 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 71,700 บาทต่อบาททองคำ ราคาลดลง 250 บาทจากราคาวันก่อนหน้าที่ระดับ 71,950 บาท
ปัจจัยพื้นฐาน
ราคาทองคำวันที่ 11 พ.ค. ลดลงหลุดระดับ 4,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อยู่บริเวณ 4,669 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ปัจจัยกดดันหลักมาจากราคาน้ำมันดิบที่พลิกกลับมาดีดตัวขึ้น ขานรับความตึงเครียดรอบใหม่ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน หลังประธานาธิบดีทรัมป์โพสต์ข้อความบน Truth Social ปฏิเสธข้อเสนอยุติสงครามฉบับล่าสุดที่อิหร่านส่งผ่านปากีสถานในฐานะคนกลาง โดยอิหร่านเรียกร้องให้สหรัฐฯ ยกเลิกการคว่ำบาตรน้ำมันภายใน 30 วัน ปลดปล่อยสินทรัพย์ที่ถูกอายัด และยุติการปิดล้อมทางทะเล ซึ่งทรัมป์มองว่าเป็นเงื่อนไขที่ยอมรับไม่ได้ นอกจากนี้ ทรัมป์ยังส่งสัญญาณแข็งกร้าวด้วยการระบุว่าสหรัฐฯ กำลังเฝ้าติดตามคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะของอิหร่านผ่านกองกำลังอวกาศ และพร้อมใช้กำลังทหารหากจำเป็น ขณะที่เนทันยาฮูก็ออกมาย้ำว่าสงครามยังไม่จบ ยังมีเป้าหมายนิวเคลียร์ที่ต้องจัดการเพิ่มเติม
สถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซยังเป็นจุดเสี่ยงสำคัญ หลังอิหร่านเตือนว่าจะตอบโต้ทันทีหากฝรั่งเศสและอังกฤษส่งเรือรบเข้าพื้นที่ดังกล่าว โดยกองทัพเรืออิหร่านได้ส่งเรือดำน้ำขนาดเล็กเข้าประจำการเพื่อติดตามความเคลื่อนไหวแล้ว แม้ประธานาธิบดีมาครงจะชี้แจงว่าฝรั่งเศสไม่มีแผนส่งกำลังเข้าช่องแคบโดยตรงก็ตาม ปัจจัยเหล่านี้หนุนราคาน้ำมัน ซึ่งส่งผลกดดันทองคำบางส่วนผ่านช่องทางความกังวลเงินเฟ้อ อย่างไรก็ดี แรงกดดันจากประเด็นดังกล่าวยังจำกัด เนื่องจากทรัมป์ไม่ได้ปิดประตูเจรจาอย่างสิ้นเชิง ตลาดจึงหันมาจับตาซัมมิต “ทรัมป์-สี” ที่ปักกิ่ง ในวันที่ 14-15 พ.ค. ซึ่งจะเป็นตัวแปรสำคัญต่อทิศทางสงครามการค้า โดยก่อนหน้านั้น รมว.คลังเบสเซนต์ มีกำหนดเดินทางไปญี่ปุ่นก่อน จากนั้นจะแวะโซลในวันที่ 14 พ.ค. เพื่อหารือกับรองนายกฯ จีน “เหอ ลี่เฟิง” ซึ่งเป็นการเจรจาการค้ารอบสุดท้ายก่อนซัมมิตผู้นำ ก่อนมุ่งหน้าสู่ปักกิ่ง หากผลเจรจาเป็นบวก อาจลดความไม่แน่นอนด้านภาษีและหนุนสินทรัพย์เสี่ยง แต่ขณะเดียวกันก็อาจลดแรงซื้อทองคำในฐานะ Safe Haven ลงได้เช่นกัน
ในส่วนของมุมมองสถาบัน ธนาคาร Goldman Sachs ยังคงคาดการณ์ว่าทองคำมีโอกาสปรับขึ้นสู่ระดับ 5,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ภายในสิ้นปี 2569 โดยมีแรงหนุนจากธนาคารกลางทั่วโลกที่ยังคงเพิ่มทุนสำรองทองคำอย่างต่อเนื่อง สำหรับสัปดาห์นี้ ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญที่ต้องจับตา ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือน เม.ย. ในวันที่ 12 พ.ค. ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ในวันที่ 13 พ.ค. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในวันที่ 14 พ.ค. โดยหากตัวเลขเงินเฟ้อออกมาสูงกว่าคาด อาจตอกย้ำว่าเฟดจะยังคงอัตราดอกเบี้ยที่ 3.50-3.75% ไปอีกระยะ ซึ่งจะเป็นปัจจัยกดดันทองคำเพิ่มเติม
- วันนี้ ประเมินแนวรับแรกบริเวณ $4,670 ยืนได้อาจดีดตัวขึ้นก่อนในระยะสั้น อย่างไรก็ดี หากการดีดตัวของราคาไม่ผ่าน $4,764-4,748 จะประเมินว่าเป็นการดีดเพื่อลงไปปรับฐานต่อที่โซนแนวรับ $4,626-4,585
- กลยุทธ์การลงทุน เปิดสถานะซื้อหากราคาไม่หลุด $4,670 หากหลุด $4,670 รอซื้อที่แนวรับ $4,626-4,585
- ขายทำกำไรหากไม่ผ่าน $4,764-4,730 ผ่านได้ชะลอไปขายกำไรที่ต้านถัดไป $4,790-4,832 (ตัดขาดทุนหากราคาหลุด $4,585)