โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กระตุ้นท่องเที่ยวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

ไทยโพสต์

อัพเดต 15 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 17 ชั่วโมงที่ผ่านมา

อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของเศรษฐกิจไทย ทั้งในด้านการสร้างรายได้ การจ้างงาน และการกระจายเม็ดเงินสู่ภูมิภาคต่างๆ ของประเทศ ภายหลังการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวทั่วโลก ประเทศไทยได้เร่งปรับกลยุทธ์การท่องเที่ยวให้สอดคล้องกับพฤติกรรมนักท่องเที่ยวสมัยใหม่ที่ให้ความสำคัญกับ “ประสบการณ์”มากกว่าการเดินทางแบบเดิม ส่งผลให้กิจกรรมด้านช็อปปิง ไลฟ์สไตล์ และสินค้าเชิงสร้างสรรค์ กลายเป็นองค์ประกอบสำคัญในการดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ

ล่าสุด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จึงได้ประชุมเตรียมความพร้อมร่วมกับพันธมิตรผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวกว่า 100 ราย เพื่อเตรียมจัดโครงการAmazing Thailand Grand Sale 2026 ในช่วงเดือนมิถุนายน-สิงหาคม 2569

โดยมี นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท.กล่าวว่า ททท.มุ่งผลักดันอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยให้เป็นกลไกสำคัญในการสร้างและกระจายรายได้สู่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตและขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนโดยเน้นการท่องเที่ยวคุณภาพที่สามารถสร้างรายได้และกระจายโอกาสสู่เมืองน่าเที่ยวได้อย่างทั่วถึง

จากสถิติปี 2566-2567 พบว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติมีการใช้จ่ายด้านช็อปปิงและของที่ระลึก คิดเป็นสัดส่วน 15-20% ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด ถือเป็นค่าใช้จ่ายอันดับ 3 รองจากค่าที่พัก และค่าอาหารและเครื่องดื่ม สะท้อนให้เห็นว่าการช็อปปิงเป็นหนึ่งในกิจกรรมหลักของนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยตลาดที่มีกำลังซื้อสูง ได้แก่จีน สิงคโปร์ สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส ออสเตรเลีย อินเดีย เกาหลี และฮ่องกง

ด้วยเหตุนี้ ททท.จึงเตรียมจัดโครงการ Amazing Thailand Grand Sale 2026 เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายในช่วง Green Season หรือช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว ซึ่งเป็นช่วงที่ภาคธุรกิจท่องเที่ยวจำเป็นต้องอาศัยกิจกรรมทางการตลาดเพื่อกระตุ้นกำลังซื้อและรักษาระดับจำนวนนักท่องเที่ยวให้ต่อเนื่องตลอดทั้งปี โดยพื้นที่หลักในการจัดกิจกรรม ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ชลบุรี (พัทยา) เชียงใหม่ อุดรธานี ภูเก็ต และสงขลา (หาดใหญ่) ซึ่งล้วนเป็นเมืองที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวและสามารถเชื่อมโยงนักท่องเที่ยวทั้งตลาดระยะใกล้และตลาดระยะไกลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ประเด็นสำคัญของโครงการปี 2569 คือ การปรับแนวคิดจากDiscount-drivenหรือการเน้นส่วนลด มาเป็น Discovery-driven หรือการสร้างประสบการณ์ใหม่ให้แก่นักท่องเที่ยว ผ่านการนำเสนออัตลักษณ์สินค้าไทย งานคราฟต์ ผลิตภัณฑ์ชุมชน และสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มการท่องเที่ยวโลกที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนและคุณค่าทางวัฒนธรรมมากขึ้น

แนวคิดดังกล่าวถือเป็นการยกระดับการท่องเที่ยวไทยจากการแข่งขันด้านราคา ไปสู่การแข่งขันด้านคุณค่าและประสบการณ์ โดยเฉพาะการผลักดันสินค้าไทยและนักออกแบบไทยให้เข้าถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติผ่านกิจกรรมด้านช็อปปิง ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นและเศรษฐกิจฐานรากมากขึ้น ขณะเดียวกัน ททท.ยังเตรียมจัดทำ Shopping Route หรือเส้นทางช็อปปิงและย่านไลฟ์สไตล์ทั่วประเทศ เพื่อเชื่อมโยงสินค้า บริการ และเรื่องราวท้องถิ่นเข้าด้วยกัน ช่วยสร้างแรงบันดาลใจใหม่ในการเดินทางและเพิ่มระยะเวลาการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ

จากผลการดำเนินโครงการในปี 2568 สามารถสร้างรายได้หมุนเวียนกว่า 700 ล้านบาท และนักท่องเที่ยวมีความพึงพอใจต่อโครงการสูงถึง 92.92% ขณะที่ 98.67% มีความต้องการบอกต่อกิจกรรมดังกล่าว สะท้อนว่าโครงการสามารถตอบโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในภาพรวม โครงการดังกล่าวถือเป็นมากกว่ากิจกรรมส่งเสริมการขาย แต่เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านการช็อปปิงและการท่องเที่ยวคุณภาพระดับโลก ผ่านการสร้างประสบการณ์ใหม่ การส่งเสริมสินค้าไทย และการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น

ท้ายที่สุด จากความทุ่มเทของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ความสำเร็จของโครงการดังกล่าวจะมีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะแหล่งท่องเที่ยวคุณภาพ ที่สามารถตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวได้อย่างหลากหลาย พร้อมทั้งช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังผันผวน และนักท่องเที่ยวมีความระมัดระวังในการใช้จ่ายและการเดินทางมากขึ้น.

กัลยา ยืนยง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...