ส่องแนวโน้มกำไร 5 แบงก์ใหญ่ ไตรมาส 1
ส่องแนวโน้มกำไร 5 แบงก์ใหญ่ ไตรมาส 1/69 ดอกเบี้ยลด กดกำไรแค่ไหน ?
เวลากำลังจะเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งการรายงานผลประกอบการงวดไตรมาสแรกประจำปี 2569 ของหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ มีปัจจัยที่น่าสนใจตรงที่ทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยที่ผ่านมานั้นอยู่ในช่วงขาลง แน่นอนว่า “รายได้จากดอกเบี้ย” ถือเป็นสัดส่วนหลักของธุรกิจธนาคารในไทย จึงน่าจับตามองว่าแต่ละบริษัทจะยังคงรักษาความแข็งแกร่งไว้ได้ดีแค่ไหน ?
ทั้งนี้ บทวิเคราะห์ บล. หยวนต้า ได้ออกรายงานคาดการณ์แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ของหุ้นกลุ่มธนาคารภายใต้ Coverage ของนักวิเคราะห์จำนวน 7 แห่ง ได้แก่ SCB, KBANK, BBL, KTB และ TTB โดยล้วนเป็นแบงก์ขนาดใหญ่ที่มีอิทธิพลต่อทิศทางตลาด
ประเมินว่าธนาคารทั้ง 5 แห่งข้างต้น จะมีกำไรสุทธิรวมกันในไตรมาส 1/2569 จำนวน 47,614 ล้านบาท ปรับตัวลดลงราว 13% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) เนื่องจากการถูกกดดันจากส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ที่ชะลอตัวลงตามการปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้ในช่วงที่ผ่านมา
แต่กำไรสุทธิจะเติบโตขึ้น 6.7% จากไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) เพราะปัจจัยหนุนด้านค่าใช้จ่ายดำเนินงานที่ลดลง 10.6% ตามผลของฤดูกาล และการเร่งรับรู้ค่าใช้จ่ายลงทุนพัฒนาระบบให้บริการของธนาคารใหญ่ ประกอบกับคาดธนาคารจะดำเนินนโยบายควบคุมค่าใช้จ่ายการตลาดมากขึ้น ทำให้ Cost to Income Ratio ของแต่ละธนาคารจะปรับตัวลดลง
สรุปคาดการณ์กำไรหุ้นแบงก์ใหญ่ ไตรมาส 1/69
1. KTB: ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)
คาดกำไร 11,035 ล้านบาท ลดลง 5.8% YoY
2. SCB: บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน)
คาดกำไร 10,939 ล้านบาท ลดลง 17.7% YoY
3. KBANK: ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)
คาดกำไร 10,286 ล้านบาท ลดลง 20.7% YoY
4. BBL: ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)
คาดกำไร 10,271 ล้านบาท ลดลง 18.6% YoY
5. TTB: ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน)
คาดกำไร 5,083 ล้านบาท ลดลง 0.2% YoY
แบงก์ใหญ่ ประเมินแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2/2569
นอกจากนี้ ประเมินแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2/2569 จะยังคงเผชิญกับรายได้ดอกเบี้ยที่ลดลง กดกำไรให้หดตัวต่อ แต่คาดจะโตจากไตรมาส 1/2569 หลังเร่งตั้งสำรองส่วนเกินไว้ล่วงหน้า ขณะที่สินเชื่อรวมเริ่มมีทิศทางที่ดีขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มสินเชื่อบริษัทใหญ่ตามการลงทุนที่เร่งตัวขึ้น เนื่องด้วยการเมืองในประเทศมีเสถียรภาพ และคาดจะเห็นการกระตุ้นเศรษฐกิจมากขึ้นของรัฐบาล
ในส่วนของรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย จะมีปัจจัยหนุนจากรายได้เงินปันผลรับของพอร์ตเงินลงทุนตราสารทุนเข้ามาช่วยเสริม และรายได้ค่าธรรมเนียมสินเชื่อที่ดีขึ้น หนุนให้ภาพรวมทั้งปี 2569 ยังคาดว่ากลุ่มธนาคารจะมีกำไรสุทธิทรงตัวจากปีก่อน
สรุปแล้วมุมมองการลงทุนของ บล.หยวนต้า แนะนำ “คงน้ำหนักลงทุน” ในหุ้นกลุ่มธนาคารเท่ากับตลาด เนื่องจากผลการดำเนินงานในปีนี้มีแนวโน้ททรงตัวจากปี 2568 จาก NIM ที่ลดลง และการขยายสินเชื่อที่จำกัด แต่มองว่ายังสามารถสร้างฐานกำไรได้ดี และยังมีปัจจัยบวกจากเงินกองทุนส่วนเกินที่ทำให้ธนาคารต่างๆ ทยอยปรับเพิ่ม Dividend Payout Ratio ขึ้น
ทำให้หุ้นกลุ่มธนาคารยังคงน่าสนใจสำหรับกลยุทธ์การลงทุนสาย Dividend Yield โดยให้ผลตอบแทนจากปันผลในระดับ 5-7% โดยเลือกหุ้น BBL เป็น Top Pick ของกลุ่มธนาคาร ราคาเป้าหมาย 196 บาทต่อหุ้น
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- สงครามส่อแววสงบ! ‘เอเซีย พลัส’ ชู 3 หุ้นเด่นรับสงครามผ่อนคลาย
- ส่อง 10 อันดับหุ้นไทยใจป๋า จ่ายปันผลสูงสุดในปี 2568
- ทำไม? หุ้นปันผลถึงเป็นขวัญใจนักลงทุนระยะยาว
ติดตามเราได้ที่