‘ติ๊ก เจษฎาภรณ์’ เผยยังไม่มีข้อสรุป ปมถูกลดบทบาทการดูแล ‘PROXIE’ ยันยังเป็นห่วง แต่ดีใจที่น้องๆ ประสบความสำเร็จ!
จากกรณีที่ “ติ๊ก-เจษฎาภรณ์ ผลดี” ได้ถูกลดบทบาทลงไป ไม่ได้ดูแลวง T-POP ชื่อดังอย่าง PROXIE แล้ว จนต้องควงแขนทนายเปิดแถลงข่าวถึงเรื่องราวดังกล่าว ตามที่ข่าวได้นำเสนอไปแล้วนั้น
ล่าสุดในงานบวงสรวงซีรีส์ “กัลปาวสาน (Sanctuary)” พระเอกหนุ่มตลอดกาล ได้ออกมาเปิดใจแบบหมดเปลือกถึงความคืบหน้าของคดีความว่า
“สำหรับเรื่องค่ายตอนนี้ก็ยังไม่มีข้อสรุปหรือข้อตกลง ก็ในกระบวนการต่างๆ อยู่ในชั้นศาลนะครับ หลังจากที่เราได้พูดความในใจออกมา ผมคิดว่ามันเป็นการสื่อสารที่บอกกับทุกๆ คน บอกกับแฟนคลับของพร็อกซี่ด้วย รวมถึงกลุ่มคนต่างๆ ที่ต้องทำงานด้วยกัน ผมว่าเป็นการสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา อย่างถูกต้อง ถามว่าเราต้องไปขึ้นศาลด้วยไหม ก็ต้องไปครับ ก็จะมีเรื่อยๆ
ส่วนผลกระทบต่อศิลปิน ผมไม่แน่ใจว่าตั้งแต่ปี 68 จนถึงปีนี้ คือผมไม่ได้บริหาร ดังนั้นในเรื่องผลกระทบของแพลนต่างๆ ถ้าเป็นช่วงแรกเราก็พอจะทราบ แต่พอหลังๆ ไม่ทราบแล้ว ดังนั้นในสิ่งที่เรารู้สึกได้ก็คือเรารู้สึกว่าเราก็เป็นห่วงว่ามันจะเป็นแบบไหน เพราะถ้าเกิดว่ามันมีการพูดคุยกันในเรื่องของแพลนต่างๆ มันก็จะทำให้เหมือนกับจะแข็งแรงมากขึ้นในการแพลนต่างๆ โปรเจกต์ต่างๆ ของน้องๆ คือผมว่ามันสำคัญ เพราะว่า ณ ตอนที่ดูแลน้อง มันก็เหมือนกับน้องๆ เขาติดลมบนแล้ว แล้วเราก็อยากจะส่งเสริมให้เขาเติบโตต่อไปในงานของเขา ดันไปให้มากที่สุดที่เราจะสามารถทำได้
ในเรื่องของบางอย่างผมคิดว่ามันเป็นมุมมองระหว่างศิลปินกับผู้บริหาร และผู้บริหารไม่ได้มีเจ้าเดียว ดันมีผู้บริหารและมีพาร์ทเนอร์ต่างๆ ผมว่ามันคือการระดมสมอซึ่งกันและกัน เพื่อที่จะให้เกิดผลงานชิ้นดีๆ ที่มีคุณภาพเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วก้าวไปสู่เท่าที่สามารถจะไปได้ หลังจากที่เราได้พูดไป ถามว่าเราได้สื่อสารกับน้องๆ ไหม เอาจริงๆ ผมไม่ได้เจอน้องเลย ได้ข่าวว่าน้องใกล้หมดสัญญาแล้วก็ได้ข่าวแบบนั้นเหมือนกันครับ
แล้วตอนนี้รู้สึกยังไงกับความประสบความสำเร็จของน้อง ที่เติบโตไปเรื่อยๆ ตามที่เราเลี้ยงเข้ามา คือผมภูมิใจนะครับ คือผมต้องบอกว่าโปรเจกต์นี้ผมทำทั้งหัวใจของผม แล้วแน่นอนว่ามันคือความฝันของผมด้วยเหมือนกัน เรามีความฝันร่วมกัน แล้วเราก็อยากจะทำให้ความฝันไปให้ถึงที่สุดที่เราจะสามารถทำได้ แล้วในวันนี้น้องๆ เป็นที่รู้จัก เป็นที่ยอมรับ และมีผลงานที่ทุกคนชื่นชอบออกมา ผมก็ยินดีและดีใจที่ได้เห็น
แต่ในบางอย่างมันก็จะมีเรื่องของการจัดการ ที่เรารู้สึกว่าถ้าเป็นเรา เราอาจจะไม่ได้ทำอะไรแบบนั้น เพราะว่ามันไม่ใช่แค่ดูแลศิลปินอย่างเดียว มันต้องดูแลทั้งในเรื่องของสิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัวของศิลปินด้วย รวมถึงในเรื่องของแฟนคลับด้วย ในเรื่องของการจัดการต่างๆ ในการวางแผนที่จะให้คำว่าวงของ พร็อกซี่ ไปได้ไกลขนาดไหน
ส่วนเรื่องนี้จะจบลงยังไง อันนี้ผมไม่แน่ใจเลย ก่อนหน้านี้ความปรารถนาของผมคือว่า เราจะต้องคุยกัน มันจะต้องเอาทุกอย่างขึ้นมาอยู่บนโต๊ะ เจรจาต่อกัน ต้องปลูกในความโปร่งใส อันนี้คือสิ่งสำคัญ โปร่งใส ซื่อสัตย์ ต่อกันในการทำงานร่วมกัน มันถึงจะไปต่อได้ครับ“