สรุปรายละเอียด ‘สินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง‘ ให้เกษตรกรกู้ 1 แสนบาท
หลังจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ มีมติเห็นชอบโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่งเพื่อลดต้นทุนการผลิต (โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่งฯ) ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ เพื่อสนับสนุนแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำให้แก่เกษตรกรในการจัดซื้อปัจจัยการผลิต และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคเกษตรไทยนั้น “ฐานเศรษฐกิจ” รวบรวมรายละเอียดโครงการไว้ ดังนี้
กู้สูงสุด 1 แสนบาท รัฐช่วยจ่ายดอกเบี้ยครึ่งหนึ่ง
โครงการนี้มีวงเงินรวม 30,000 ล้านบาท โดยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เป็นผู้ดำเนินการหลัก มีรายละเอียดเงื่อนไขการกู้ ดังนี้
- วงเงินกู้ต่อราย: สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท
- อัตราดอกเบี้ย: รวม 6% ต่อปี โดยเกษตรกรจ่ายเอง: 3% ต่อปี รัฐบาลชดเชยให้: 3% ต่อปี
- ระยะเวลาชำระคืน: ไม่เกิน 12 เดือน (นับจากวันรับเงินกู้)
- ระยะเวลาโครงการ: สิ้นสุดวันที่ 30 เมษายน 2572
เปิด 4 หลักเกณฑ์เกษตรกรผู้มีสิทธิ์เข้าร่วม
เกษตรกรที่สนใจเข้าร่วมโครงการ ไม่เพียงแต่ต้องเป็นลูกค้า ธ.ก.ส. แต่ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขเพื่อยกระดับประสิทธิภาพการผลิต ดังนี้
- ต้องผ่านการอบรม (Reskill/Upskill): เรียนรู้การบริหารจัดการต้นทุนและการใช้ปุ๋ยอย่างมีประสิทธิภาพ (เช่น การใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน)
- ใช้เงินกู้ตรงวัตถุประสงค์: ต้องซื้อปัจจัยการผลิตผ่านสถาบันเกษตรกร หรือแหล่งที่ ธ.ก.ส. กำหนดเท่านั้น
- ใช้เมล็ดพันธุ์มาตรฐาน: ต้องเป็นเมล็ดพันธุ์ที่รับรองโดยกระทรวงเกษตรฯ และจำหน่ายในราคาเป็นธรรม (ควบคุมโดยกรมการค้าภายใน)
- ระบบชำระหนี้: ต้องรับเงินค่าผลผลิตผ่านบัญชี ธ.ก.ส. และยินยอมให้หักชำระหนี้อัตโนมัติ
ปรับงบจากโครงการ "ไทยยั่งยืน" ยันไม่สร้างหนี้ใหม่
สำหรับการจัดสรรงบประมาณชดเชยจำนวน 2,970 ล้านบาท กระทรวงการคลังระบุว่า จะไม่ส่งผลให้ยอดคงค้างตามมาตรา 28 แห่ง พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังฯ เพิ่มขึ้น เนื่องจากเป็นการปรับเปลี่ยนมาจากโครงการสินเชื่อไทยยั่งยืนฯ (ระยะที่ 3) ที่เคยอนุมัติไว้ก่อนหน้านี้
โดยมีการปรับปรุงโครงการเดิม ดังนี้
- โครงการสินเชื่อไทยยั่งยืนฯ: ปรับลดวงเงินจาก 50,000 ล้านบาท เหลือ 21,700 ล้านบาท
- งบชดเชย: ปรับลดจาก 5,250 ล้านบาท เหลือ 2,278.5 ล้านบาท
การโยกงบประมาณในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อตอบโจทย์สถานการณ์ปัจจุบันที่เกษตรกรรายย่อยกำลังเผชิญกับภาวะต้นทุนการผลิตพุ่งสูงขึ้นจากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลาง โดย ครม. มอบหมายให้กระทรวงเกษตรฯ กระทรวงพาณิชย์ และ ธ.ก.ส. ร่วมกันบูรณาการเพื่อให้โครงการถึงมือเกษตรกรและเกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุด