โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อดีตผู้พิพากษาชำแหละชัดๆ เรื่องกำไล EM กับศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

ไทยโพสต์

อัพเดต 6 พฤษภาคม 2569 เวลา 13.37 น. • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

06 พ.ค.2569 - วัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ และอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ “กำไล EM, ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และ "เส้นแบ่ง" แห่งความเสมอภาค” ระบุว่า การให้สัมภาษณ์ของทนายความของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ต่อกรณีที่ “ทักษิณ” ซึ่งจะได้รับการพักการลงโทษ ต้องติด กำไลอิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (EM) โดยระบุว่า "เป็นการกระทบศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เพราะไม่มีพฤติการณ์หลบหนี" แม้จะเป็นถ้อยคำที่ดูเหมือนจะมีน้ำหนักในเชิงสิทธิมนุษยชน แต่ในขณะเดียวกัน กลับเปิดพื้นที่ให้เกิดคำถามสำคัญถึงหลัก "นิติรัฐ" และความเท่าเทียมในกระบวนการยุติธรรมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

1.ศักดิ์ศรีที่มาพร้อมหน้าที่และความรับผิดชอบ

ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ หมายถึง "คุณค่าที่มีอยู่ประจำตัวมนุษย์ทุกคนเพียงเพราะเขาเกิดมาเป็นมนุษย์" โดยไม่คำนึงถึงสถานะทางสังคม ยศถาบรรดาศักดิ์ เชื้อชาติ ศาสนา เพศ หรือแม้แต่ความประพฤติ (เช่น ต่อให้เป็นนักโทษ ก็ยังมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อยู่)

ในมิติทางกฎหมาย "ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์" ของผู้ต้องโทษยังคงได้รับการคุ้มครองเสมอ แต่ต้องไม่ลืมว่า "การพักการลงโทษ" คือการผ่อนปรนการคุมขังภายใต้เงื่อนไข มิใช่การพ้นโทษโดยสมบูรณ์

การใช้ EM จึงต้องถูกวิเคราะห์ผ่าน หลักความจำเป็นและได้สัดส่วน (Necessity and Proportionality):

• เป็นมาตรการที่เบากว่า: EM ช่วยให้ผู้ต้องโทษกลับไปใช้ชีวิตในสังคมได้แทนการถูกจำกัดอิสรภาพในเรือนจำ

• วัตถุประสงค์ชัดเจน: เพื่อป้องกันการกระทำผิดซ้ำและการกำกับดูแลตามเงื่อนไขของรัฐ

ดังนั้น การอ้างว่า EM กระทบศักดิ์ศรีมนุษย์ จึงไม่อาจหยุดอยู่แค่หลักการนามธรรม แต่ต้องพิสูจน์ให้เห็นว่ามาตรการนี้ "ไม่จำเป็น" อย่างไรในกรณีเฉพาะนั้นๆ มิเช่นนั้นคำกล่าวอ้างนี้จะกลายเป็นเพียง "วาทกรรม" มากกว่าเหตุผลทางกฎหมาย

2. "ไม่มีพฤติการณ์หลบหนี" หรือ "การเลือกจำข้อเท็จจริง"?

ข้อโต้แย้งที่ว่าบุคคล "ไม่มีพฤติการณ์หลบหนี" จำเป็นต้องพิจารณาจากฐานข้อมูลรอบด้าน:

• พฤติการณ์ในอดีต: หากเคยมีการขออนุญาตออกนอกประเทศแล้วไม่กลับมาตามกำหนดเป็นเวลานาน ข้อเท็จจริงนี้คือ "ตัวแปรสำคัญ" ในการประเมินความเสี่ยงทางกฎหมาย

• ความน่าเชื่อถือ: การมองข้ามพฤติการณ์ในอดีตแล้วสรุปว่าปัจจุบันไม่มีความเสี่ยง อาจถูกมองว่าเป็น Selective Framing หรือการเลือกใช้ข้อเท็จจริงเฉพาะส่วนเพื่อสร้างความชอบธรรมให้แก่ฝ่ายตนเอง

3.หลักความเสมอภาค: บรรทัดฐานเดียวกันสำหรับทุกคน

คำถามที่สำคัญที่สุดไม่ใช่ว่า "บุคคลใดสมควรได้รับการยกเว้น" แต่คือ "เกณฑ์นี้ถูกบังคับใช้อย่างเป็นธรรมต่อทุกคนหรือไม่?"

ภายใต้หลัก ความเสมอภาคต่อหน้ากฎหมาย (Equality before the law):

• หากเรายอมรับว่า EM ละเมิดศักดิ์ศรีมนุษย์ รัฐต้องเลิกใช้กับผู้ต้องโทษ "ทุกคน"

• แต่หาก EM เป็นเครื่องมือที่ชอบด้วยกฎหมาย มาตรการนี้ย่อมต้องใช้บังคับกับบุคคลทุกคนภายใต้เงื่อนไขเดียวกัน โดยไม่คำนึงถึงสถานะทางสังคมหรือบารมีทางการเมือง

บทสรุป

ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์คือหัวใจของประชาธิปไตย แต่มันจะมีน้ำหนักทางกฎหมายต่อเมื่อถูกใช้อย่างเป็นระบบผ่านมิติของความจำเป็นและความเสมอภาค หากเรายอมให้มีการสร้าง "ข้อยกเว้น" โดยอ้างศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เพียงเพื่อบุคคลบางกลุ่ม… นั่นอาจเป็นการทำลายศักดิ์ศรีของระบบยุติธรรมทั้งระบบลงอย่างสิ้นเชิง

การติด EM จึงไม่ใช่โซ่ตรวนที่พันธนาการร่างกาย แต่เป็น “สายใยแห่งความเชื่อมั่น” ที่ผูกโยงบุคคลเข้ากับระบบยุติธรรมอย่างเสมอภาคกัน

หมายเหตุ:

1) กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) เน้นย้ำว่าสิทธิมีอยู่จริง แต่รัฐจำกัดได้ภายใต้เงื่อนไขที่เท่าเทียม

"ตาม ICCPR ข้อ 10 ระบุว่า บุคคลทั้งปวงที่ถูกจำกัดเสรีภาพต้องได้รับการปฏิบัติด้วยความมีมนุษยธรรมและด้วยความเคารพในศักดิ์ศรีแต่กำเนิดของความเป็นมนุษย์ อย่างไรก็ตาม การจำกัดสิทธิบางประการ (เช่น การใช้ EM) สามารถทำได้หากเป็นไปตามกฎหมาย มีวัตถุประสงค์เพื่อความสงบเรียบร้อย และที่สำคัญที่สุดคือต้อง 'ไม่เลือกปฏิบัติ' ไม่ว่าด้วยสถานะทางเศรษฐกิจ สังคม หรือสถานะอื่นใด"

2) ข้อกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำแห่งสหประชาชาติว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง (หลักการเนลสัน แมนเดลา)
เน้นเรื่องมาตรฐานเดียว (Universal Standard)

"ตาม หลักการเนลสัน แมนเดลา (The Nelson Mandela Rules) ข้อกำหนดที่ 1 และ 2 ยืนยันว่าศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เป็นสิ่งที่ละเมิดมิได้ แต่การบังคับใช้กฎระเบียบต้องเป็นไปอย่างเที่ยงธรรม โดยต้อง 'ไม่มีการเลือกปฏิบัติ' และต้องไม่มีข้อยกเว้นที่เป็นสิทธิพิเศษให้แก่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง มาตรฐานสากลจึงมุ่งเน้นที่การปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกันภายใต้มาตรการควบคุมเดียวกัน เพื่อธำรงไว้ซึ่งความยุติธรรมของระบบโดยรวม"

3) ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (UDHR) เน้นเรื่องความเท่าเทียมกันต่อหน้ากฎหมาย

"UDHR ข้อ 7 บัญญัติไว้อย่างชัดเจนว่า 'ทุกคนเสมอภาคกันตามกฎหมาย และมีสิทธิที่จะได้รับความคุ้มครองเท่าเทียมกันโดยปราศจากการเลือกปฏิบัติใดๆ' ดังนั้น การอ้างศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เพื่อขอรับสิทธิพิเศษเหนือบุคคลอื่นในสถานะเดียวกัน จึงขัดต่อเจตนารมณ์พื้นฐานของสิทธิมนุษยชนที่ต้องเป็นสิทธิสำหรับทุกคน (Universal Rights) ไม่ใช่สิทธิเฉพาะราย"

"การยึดถือศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ตามแนวทางของ หลักการเนลสัน แมนเดลา จึงมิใช่การเรียกร้อง 'สิทธิพิเศษ' เพื่อยกเว้นมาตรการควบคุมให้กับใครคนใดคนหนึ่ง แต่คือการยืนยันว่า รัฐต้องปฏิบัติต่อทุกคนด้วยมาตรฐานมนุษยธรรมเดียวกัน เพราะศักดิ์ศรีที่แท้จริงจะเกิดขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อกฎหมายมีความศักดิ์สิทธิ์และมอบความเป็นธรรมให้แก่ทุกคนอย่างเท่าเทียม"

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...