หลวงพ่อหวิดวางมวยหนุ่มข้างบ้าน ฉุนไม่ยอมให้พ่วงไฟใช้นานกว่า 2 เดือน
เมื่อวันที่ 19 มี.ค. ร.ต.อ.สถาพร สวัสดี รอง สวป.สภ.เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งเหตุพระสงฆ์ก่อเหตุวุ่นวายมีปากเสียงกับชาวบ้าน ที่อาคารพาณิชย์ ริมถนนอุดร-เชียงยืน บ.เลื่อมโพธิ์ ต.บ้านเลื่อม อ.เมือง จ.อุดรธานี จึงนำกำลังสายตรวจ 191 และสายตรวจเขตงานนาคา สภ.เมืองอุดรธานี รุดไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์ พบพระประเสริฐ อายุ 67 ปี ยืนบ่นโวยวายอยู่ด้านหน้า โดยมีนายรุ่งตะวัน ยิ่งนอก อายุ 28 ปี เจ้าของร้านไดนาโม ที่เปิดร้านห่างกันไป 2 ห้อง ยืนโต้เถียงกับพระประเสริฐ เสียงดังไปทั่วบริเวณ เจ้าหน้าที่จึงเข้าห้ามทั้งสองฝ่าย
จากการสอบถามทราบว่าพระประเสริฐ ทราบว่า ไม่พอใจที่นายรุ่งตะวัน ที่ถอดปลั๊กพ่วงออกจากหน้าบ้านของตัวเอง โดยไม่บอกกล่าว ซึ่งพระประเสริฐ ได้เป็นคนไปต่อพ่วงเอาไว้ใช้ โดยบ้านหลังนี้เป็นชื่อของน้องสาว ที่ต้องมาอาศัยอยู่ที่นี่ เนื่องจากต้องมาเฝ้าข้าวของเครื่องใช้ เพราะน้องสาวตัวเองเป็นหนี้อยู่ 1.3 ล้าน จะเข้ามาขโมยเอาของไปขาย จึงต้องมานอนเฝ้า ที่ผ่านมาน้องสาวเข้ามาขโมยตู้เย็นและแอร์หลายเครื่อง มูลค่าประมาณ 3 แสน จนเป็นคดีความมาแล้ว ก็กลัวว่าน้องสาวจะมาเอาสิ่งของอื่นไปอีก ก็รับว่าผิดวินัยที่ต้องมาอยู่แบบนี้ แต่ก็จำเป็นต้องมานอนเฝ้าของ
“ที่โมโหก็เพราะถูกเจ้าบ้านหลังที่ไปต่อไฟฟ้าพ่วงมาใช้ เขามาดึงปลั๊กออก เขาน่าจะมาบอกตั้งแต่ตอนเย็น จะได้ไปหาต่อพ่วงที่บ้านอื่นแทน บวชมาแล้ว 2 พรรษา บวชที่วัดในบ้านเชียง อ.หนองหาน จ.อุดรธานี ก่อนจะย้ายไปจำพรรษาที่ จ.ร้อยเอ็ด กระทั่งเกิดเรื่อง จึงขับรถยนต์มานอนเฝ้าของที่บ้านนี้ มาถึงประมาณปลายเดือน ธ.ค. ปีที่แล้ว ตอนแรกกะจะอยู่แค่ 4 – 5 วัน แต่ก็ต้องรอทนายความพาไปแจ้งความน้องสาว จึงต้องอยู่ยาวแบบนี้ อาศัยไฟฟ้าบ้านเขาใช้ ส่วนน้ำประปาก็ไปขอจากบ้านญาติ เรื่องกินก็ไม่ได้บิณฑบาต ซื้อกินเอง ถ้าเสร็จธุระก็จะกลับวัดตามเดิม” พระประเสริฐ กล่าว
ด้านนายรุ่งตะวัน เจ้าของร้านแอร์ – ไดนาโม เล่าว่า ปลายปีที่แล้ว เจ้าของบ้านหลังนั้นที่เป็นน้องสาวของพระรูปนี้ ได้โทรฯมาบอกตนว่า ให้ช่วยดูแลท่านหน่อย ท่านจะมาขอพักชั่วคราวไม่นาน จะขอต่อไปไฟฟ้าพ่วงใช้ชั่วคราว ตั้งแต่วันนั้นมาพระก็อยู่แบบนี้มาเรื่อยๆ ตนก็บอกว่าอยู่แบบนี้ไม่ได้ ไม่เหมาะสม พระท่านก็ไม่ฟัง ซ้ำยังมาขอต่อพ่วงไฟฟ้าที่หน้าไปใช้ตลอดนานกว่า 2 เดือนแล้ว ตนก็บอกท่านว่าค่าไฟฟ้าแพงขึ้นให้ช่วยจ่ายด้วย จากจ่ายเดือนละ 400–500 บาท ขึ้นเป็น 800–900 บาท โดยพระท่านจ่ายให้เดือนละ 400 บาท
“ตนคิดว่าท่านทำไม่เหมาะสม ชาวบ้านคนอื่นมาเห็นเขาจะมองไม่ดี บอกหลายครั้งท่านก็ไม่ย้ายไปไหน แถมยังอ้างว่าเรียนพระไตรปิฎกมาไม่ต้องมาสอน และท่านก็ไม่ได้เข้าพรรษา ท่านทำแบบนี้ได้ ตนไม่รู้จะเถียงยังไง เย็นวันนี้ตนจึงถอดปลั๊กออก และกำลังจะขึ้นบ้านไปนอน ไม่นานพระก็มาทุบประตูหน้าบ้านเสียงดัง ตะโกนว่าตนต่างๆนาๆ หาว่าตนถอดปลั๊กไฟแล้วไม่บอก ตนก็ลงมาพูดคุยอีกครั้ง แต่พระท่านก็โมโห ยืนเถียงกันอยู่นาน เห็นท่าจะบานปลาย ตนจึงโทรฯแจ้งตำรวจมาตรวจสอบและให้การช่วยเหลือ” นายรุ่งตะวัน
เบื้องต้นตำรวจได้พาพระประเสริฐ ไปที่วัดสุวรรณเกสร หรือวัดบ้านเลื่อม ห่างไปประมาณ 2 กม. โดยมีพระสุวิทย์ สุจิตโต อายุ 42 ปี เจ้าอาวาสวัดสุวรรณเกสร ออกมาเปิดกุฏิเพื่อร่วมพูดคุยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยพระสุวิทย์ ได้อธิบายว่าเป็นการกระทำผิดวินัย เมื่อพระออกจากวัด ไม่ควรไปอยู่ที่บ้านคนแบบนี้ หากจำเป็นก็ไม่ควรเกิด 7 วัน พฤติกรรมนี้อาบัติแน่นอน แต่ก็ให้ประเสริฐ จำวัดไปก่อน 1 คืนภายในศาลาการเปรียญ เช้าพรุ่งนี้ค่อยไปปรึกษาเจ้าคณะตำบล ว่าจะวินิจฉัยอย่างไร หากต้องสึกก็ค่อยว่ากัน โดยพระประเสริฐ ก็ยินยอมทำตามคำแนะนำ เข้าไปกราบพระประธานและอยู่จำวัด ไม่ได้หลบหนีไปไหน.