โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แฉ "แป้ง นาโหนด" สุดแสบ สร้างเครือข่ายอิทธิพลในบางขวาง ใช้ญาติอัดเสียงไลน์ดิสเครดิตเรือนจำ

Manager Online

เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

แฉพฤติกรรม "แป้ง นาโหนด" ผู้ต้องขังคดีอุกฉกรรจ์ที่เคยหนีคุกไปอินโดนีเซีย อยู่ในคุกไม่สิ้นลาย ตั้งตนเป็นพ่อบ้าน รวมพวกนักโทษโดยเฉพาะคนใต้ สร้างอิทธิพล ยุยงปลุกปั่นก่อความไม่สงบในคุก แถมรังแกผู้ต้องขังคนอื่นหลายครั้ง ล่าสุดใช้ช่องทางเยี่ยมญาติผ่านไลน์ อัดคลิปเสียงส่งนักข่าวพัทลุง ดิสเครดิตเรือนจำอ้างถูกกลั่นแกล้ง

.

วันนี้ (24 เม.ย. 2569) จากกรณีที่นายเชาวลิต ทองด้วง หรือ แป้ง นาโหนด ผู้ต้องขังคดีอุกฉกรรจ์ ชาวจังหวัดพัทลุง ที่เคยหลบหนีออกจากคุก ขณะถูกนำเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช เมื่อปี 2566 ก่อนถูกจับกุมได้ที่ประเทศอินโดนีเซีย ปัจจุบันถูกคุมขังที่เรือนจำกลางบางขวาง จ.นนทบุรี ได้อัดคลิปเสียงส่งออกมานอกเรือนจำอย่างน้อย 3 คลิป โดยคลิปเสียงแรก ฝากถึงผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดพัทลุง อ้างว่าตนเองโดนกลั่นแกล้งทางคดี แกล้งให้ฎีกาขาดจากเรือนจำบางขวาง คำสั่งขาด จนต้องยื่นเรื่องใหม่และมีอีกหลายคดี ที่ไม่ให้ส่ง โดนแกล้งให้เสียสิทธิในการต่อสู้คดี ตอนนี้ขอย้ายไปอยู่เรือนจำอื่น อยู่เรือนจำบางขวางโดนกลั่นแกล้งจากเจ้าหน้าที่บ่อยครั้ง ขอไปอยู่เรือนจำใกล้เคียงเช่นคลองเปรม อยากวอนขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน มาตรวจสอบเจ้าหน้าที่เรือนจำบางขวาง

.

คลิปเสียงที่สอง อ้างว่า มีนักโทษคดีขาดเยอะมาก ที่โดนกลั่นแกล้งทางคดี โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบของผู้ต้องขัง คิดแต่จะให้ผู้ต้องขังอยู่มาก ไม่มีเจ้าหน้าที่คนไหนหรอกอยากอยู่เรือนจำที่ผู้ต้องหาน้อยๆ เพราะงบมากได้ค่าขายของเยอะ และคลิปเสียงที่สาม อ้างว่า เจ้าหน้าที่ในเรือนจำปล่อยให้ผู้ต้องขังเล่นคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือตามข้อห้ามของกระทรวงยุติธรรม ตามมาตรา 72 ข้อ 6 แต่เจ้าหน้าที่เรือนจำภายในแดน 10 และ แดน 1 ปล่อยให้ ใช้โทรศัพท์และคอมพิวเตอร์ ใช้ติดต่อสื่อสารเกี่ยวกับคดียาเสพติด ที่จับมาจากต่างประเทศ

.

แหล่งข่าวจากกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า หลังจากเกิดเรื่องดังกล่าว ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง เชื่อว่าคลิปเสียงดังกล่าวเป็นกรณีที่ญาติแอบลักลอบบันทึกเสียงขณะใช้บริการเยี่ยมญาติทางไกลผ่านระบบแอปพลิเคชันไลน์ กับนักโทษชาย (น.ช.) เชาวลิต หรือแป้ง ทองด้วง เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 23 เม.ย. 2569 รอบเวลา 10.30 น. ซึ่งเรือนจำกลางบางขวาง เปิดให้บริการเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ญาติ เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางของญาติ เสริมสร้างความสัมพันธ์ภายในครอบครัวเพิ่มประสิทธิภาพในการแก้ไขพัฒนาพฤตินิสัยของผู้ต้องขัง และสนองนโยบายรัฐบาลในช่วงสถานการณ์สงครามตะวันออกกลาง ซึ่งการแอบลักลอบบันทึกเสียงดังกล่าวเป็นการฝ่าฝืนข้อห้าม ตามประกาศเรือนจำกลางบางขวาง เรื่อง การเยี่ยมญาติหน้าเรือนจำและการเยี่ยมผ่าน Application Line พ.ศ. 2568 ข้อ 4.7 ห้ามบันทึกวีดีโอหรือเสียง หรือเผยแพร่ภาพ เสียง หรือเนื้อหาการสนทนาขณะทำการเยี่ยม ในช่องทางสาธารณะหรือสื่อออนไลน์ใดๆ โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากทางราชการโดยเด็ดขาด หากฝ่าฝืนจะถูกดำเนินการตามระเบียบฯ

.

ทั้งนี้ เรือนจำฯ เปิดให้บริการเยี่ยมผ่านระบบแอปพลิเคชันไลน์ รอบละ 16 เครื่อง จำนวน 10 รอบต่อวัน จะมีผู้ต้องขังได้รับการเยี่ยม 160 คนต่อวัน โดยการจองเยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ล่วงหน้า ได้ตรวจพบการกระทำความผิดระหว่างการเยี่ยมผ่านผ่านระบบแอปพลิเคชันไลน์ได้แก่ มีการใช้โทรศัพท์มือถือติดต่อสื่อสารกับบุคคลอื่นระหว่างการเยี่ยม มีการบันทึกภาพหรือเสียงระหว่างการเยี่ยม ไปเผยแพร่ในช่องทางสาธารณะ เป็นต้น ที่ผ่านมามีการกระทำผิดลักษณะดังกล่าว 33 ราย มีการตั้งคณะกรรมการสอบข้อข้อเท็จจริง ลงโทษฐานกระทำผิดวินัยผู้ต้องขัง 32 ราย และระงับสิทธิ์การเยี่ยมญาติผ่านระบบแอปพลิเคชันไลน์ของบุคคลภายนอก 1 ราย

.

อีกทั้งเมื่อสอบถามไปยังเรือนจำกลางบางขวาง ยืนยันว่าไม่มีเครื่องโทรศัพท์มือถือ หรือมีการใช้งานโทรศัพท์มือถือภายในเรือนจำแต่อย่างใด มีเพียงโทรศัพท์ไร้สาย ที่เป็นเครื่องโทรศัพท์เชื่อมต่อกับหมายเลขโทรศัพท์พื้นฐานของทางเรือนจำ (หมายเลขขึ้นต้นด้วย 02) เท่านั้น ทั้งนี้เรือนจำกลางบางขวางได้ปฏิบัติตามนโยบายของกรมราชทัณฑ์ โดยมีมาตรการการจู่โจมตรวจค้นปกติเป็นประจำทุกวัน และมีการตรวจค้นจู่โจมกรณีพิเศษร่วมกับเรือนจำประธานเขต และหน่วยงานภายนอก ปีละ 4 ครั้ง โดยเรือนจำกลางบางขวาง ได้ตรวจค้นจู่โจมกรณีพิเศษร่วมกับหน่วยงานภายนอก ได้แก่ ตำรวจภูธรเมืองนนทบุรี อาสาสมัครรักษาดินแดนจังหวัดนนทบุรี ล่าสุด เมื่อวันที่ 30 มี.ค. 2569 ไม่พบโทรศัพท์มือถือ ยาเสพติด หรือสิ่งของต้องห้ามแต่อย่างใด

.

อย่างไรก็ตาม จากการสอบถามพฤติกรรมของ น.ช.เชาวลิต พบว่า มีพฤติการณ์ดื้อด้าน ยากต่อการปกครองของเรือนจำ พยายามต่อต้านคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายของเจ้าพนักงานเรือนจำมาโดยตลอด สร้างความน่าเชื่อถือให้แก่ตนเองเพื่อให้เป็นที่ยอมรับของผู้ต้องขังอื่นว่ามีสิทธิ์ในการกระทำการต่างๆ ตามที่ตนเองต้องการ มักมีพฤติกรรมเข้าพบเจ้าพนักงานเรือนจำ เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่มิชอบด้วยกฎหมายของเจ้าพนักงานเรือนจำ โดยหยิบยกประเด็นเรื่องราวต่าง ๆ ที่ น.ช.เชาวลิต มีความเข้าใจและเชื่อว่าเจ้าพนักงานเรือนจำปฏิบัติไม่ถูกต้องตามระเบียบและแบบแผนของทางราชการเพื่อร้องเรียนโดยมีเจตนาไม่สุจริต มีเป้าหมายเพื่อนำมาใช้เป็นข้อต่อรองสำหรับเรียกร้องสิทธิต่าง ๆ เหนือผู้ต้องขังอื่น

.

อีกทั้งยังมีพฤติกรรมพยายามรวบรวมค้นหาสมัครพรรคพวก สร้างเครือข่ายกลุ่มผู้ต้องขังให้อยู่รวมกันเป็นกลุ่มบ้านใหญ่ โดยมีเป้าหมายและวัตถุประสงค์เพื่อสร้างอิทธิพลและครอบงำผู้ต้องขังภายในกลุ่มบ้านให้ทำตามคำสั่งและเอื้อประโยชน์ให้กับตนเอง และพยายามใช้ช่องว่างจากการควบคุมของเจ้าพนักงานในการติดต่อสื่อสารหรือกระทำการต่างๆ เพื่อแสวงหาประโยชน์จากผู้ต้องขังอื่น โดยไม่เกรงกลัวระบบการปกครอง อันส่งผลกระทบโดยตรงต่อความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของเรือนจำ

.

ขณะถูกคุมขัง น.ช.เชาวลิต ได้แสดงออกถึงพฤติกรรมสร้างอิทธิพลเหนือผู้ต้องขังอื่น คอยส่งเสียเลี้ยงดูผู้ต้องขังอื่นให้เป็นผู้รับใช้ โดยจะทำตัวเป็นผู้นำ (พ่อบ้าน) เลี้ยงผู้ต้องขังอื่นไว้เป็นลูกน้องหลายคน เป็นแขนขาขับเคลื่อนทำตามคำสั่งของตนเอง พยายามชักชวนผู้ต้องขังอื่นมาเป็นสมัครพรรคพวก เพื่อสร้างเครือข่ายโดยการใช้ศักยภาพทางด้านการเงินและบุคคลภายนอกที่ตนมี โดยมีกลุ่มเป้าหมายผู้ต้องขังที่มีภูมิลำเนามาจากภาคใต้ เพื่อให้ทำตามคำสั่งและเอื้อประโยชน์ให้กับตน พยายามสนับสนุนผู้ต้องขังกลุ่มที่คุกคามผู้ต้องขังอื่น ยุยงปลุกปั่นให้ผู้ต้องขังอยู่ในความไม่สงบ ต่อต้านการจัดระเบียบเรือนจำ ซึ่ง น.ช.เชาวลิต จะเป็นผู้อยู่เบื้องหลังและใช้วิธีสั่งการให้ผู้ต้องขังที่อยู่ในกลุ่มบ้านตนเองกระทำผิด โดยทำตัวเสมือนตนเองเป็นผู้ต้องขังปกติ เพื่อปกปิดพฤติกรรมไม่ให้เจ้าพนักงานเรือนจำสังเกตได้

.

อีกทั้ง น.ช.เชาวลิต ยังมีพฤติกรรมอันน่าเชื่อได้ว่าพยายามใช้ช่องว่างจากการควบคุมของเจ้าพนักงานในการติดต่อสื่อสารหรือกระทำการต่างๆ เพื่อแสวงหาประโยชน์กับผู้ต้องขังอื่น และมีผู้ต้องขังบางรายแสดงได้เจตนารมณ์อย่างชัดเจนว่าตนเองอยู่ภายใต้อิทธิพลของ น.ช.เชาวลิต โดยเมื่อวันที่ 12 มี.ค. 2569 เวลาประมาณ 06.45 น. เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากนักโทษชายรายหนึ่งว่า เมื่อคืนวันที่ 11 มี.ค. 2569 เวลาประมาณ 20.00 น. ได้ถูก น.ช.เชาวลิต ทำร้ายร่างกายโดยการตบและเตะไปที่บริเวณใบหน้าจำนวนหลายครั้ง เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดย้อนหลัง ปรากฏพบว่าได้มีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริง จึงได้บันทึกรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อผู้บังคับบัญชา ต่อมาเมื่อวันที่ 26 มี.ค. 2569 เรือนจำกลางบางขวาง ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าว โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการดำเนินการของคณะกรรมการฯ ดังกล่าว

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...