โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ปลัดเกษตรฯ นำประชุมขับเคลื่อนปุ๋ยอินทรีย์นัดแรก ดันสูตร 70:30 สู้วิกฤตปุ๋ยโลก เร่งถ่ายทอดความรู้สู่เกษตรกร

สวพ.FM91

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ปลัดเกษตรฯ นำประชุมขับเคลื่อนปุ๋ยอินทรีย์นัดแรก ดันสูตร 70:30 สู้วิกฤตปุ๋ยโลก เร่งถ่ายทอดความรู้สู่เกษตรกร

(23 เม.ย.69) นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนปุ๋ยอินทรีย์ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ครั้งที่ 1/2569 ณ ห้องประชุม 134 - 135 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผ่านระบบ Zoom Meeting โดยมีนายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดฯ เข้าร่วม เพื่อกำหนดทิศทาง บูรณาการการดำเนินงาน และเร่งผลักดันการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ว่า ตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ) ที่ให้ความสำคัญกับการดำเนินมาตรการเร่งด่วนรองรับผลกระทบจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง

โดยเฉพาะการปรับสัดส่วนการใช้ปุ๋ยและการเจรจาจัดหาปุ๋ยจากต่างประเทศนั้น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้กำหนดกรอบ 13 มาตรการ 3 ระยะ เพื่อรับมือความผันผวน ครอบคลุมทั้งการบริหารจัดการและจัดหาปุ๋ยเคมี การส่งเสริมการใช้ปุ๋ยตามแนวทาง 70:30 เพื่อลดต้นทุนการผลิต การสนับสนุนการใช้พลังงานทดแทน ตลอดจนการพัฒนางานวิจัยด้านสารปรับปรุงดินและเกษตรชีวภาพ พร้อมแต่งตั้งคณะกรรมการชุดนี้ขึ้น เพื่อทำหน้าที่กำหนดนโยบาย บูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน และติดตามผลอย่างใกล้ชิด

ปลัดเกษตรฯ ได้กล่าวเน้นย้ำในที่ประชุมถึงความสำคัญของการบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงานในระดับพื้นที่ เพื่อให้การส่งเสริมการปรับเปลี่ยนการใช้ปัจจัยการผลิตทางการเกษตร โดยเฉพาะการใช้ปุ๋ยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่ ทั้งด้านพืช ประมง และกิจกรรมการเกษตรอื่น ๆ และบริหารจัดการงบประมาณอย่างคุ้มค่า หากสามารถนำมาบูรณาการร่วมกัน จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรและเกิดผลสัมฤทธิ์ที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

ขณะเดียวกันได้ให้ความสำคัญกับการถ่ายทอดองค์ความรู้สู่เกษตรกร โดยเน้นให้เจ้าหน้าที่และเครือข่ายอาสาสมัครในพื้นที่ อาทิ เจ้าหน้าที่เกษตร หมอดินอาสา และศูนย์เรียนรู้ต่าง ๆ ต้องมีความเข้าใจที่ถูกต้อง สามารถอธิบายประโยชน์ของการใช้ปุ๋ยอย่างเหมาะสม และสร้างความเชื่อมั่นให้เกษตรกรเห็นผลลัพธ์ในระยะยาว ทั้งด้านคุณภาพผลผลิต สุขภาพของดิน และความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงาน

ทั้งนี้ ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานเร่งรวบรวมองค์ความรู้ งานวิจัย และข้อมูลเชิงพื้นที่ นำมาจัดทำเป็นระบบและถ่ายทอดสู่เกษตรกรผ่านช่องทางต่าง ๆ อย่างทั่วถึง ควบคู่กับการติดตามประเมินผลการดำเนินงานในแต่ละพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยอาศัยความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน ได้แก่ กรมวิชาการเกษตร กรมพัฒนาที่ดิน กรมส่งเสริมการเกษตร กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมการข้าว การยางแห่งประเทศไทย สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม และสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร โดยปลัดเกษตรฯ ได้ย้ำให้ติดตามและประเมินผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวเกิดผลลัพธ์ที่ชัดเจนเป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้รับทราบโครงการนำร่องปุ๋ยอินทรีย์จากน้ำนมดิบ หรือปุ๋ยอินทรีย์น้ำ (น้ำหมักอะมิโนนม) ซึ่งพัฒนาขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำนมดิบล้นตลาดจากผลกระทบของข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) และภาวะต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น โดยการยางแห่งประเทศไทยร่วมกับกรมพัฒนาที่ดินนำน้ำนมดิบส่วนเกินมาผลิตเป็นน้ำหมักชีวภาพที่มีกรดอะมิโนเป็นองค์ประกอบสำคัญ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมธาตุอาหารของพืช ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวได้ผ่านการทดสอบจากห้องปฏิบัติการของกรมพัฒนาที่ดิน และได้รับการขึ้นทะเบียนกับกรมวิชาการเกษตรเรียบร้อยแล้ว โดยมีเป้าหมายส่งเสริมให้สถาบันเกษตรกรสามารถผลิตและใช้ในระดับพื้นที่ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับน้ำนมดิบ ลดการพึ่งพาปุ๋ยเคมี และยกระดับความเข้มแข็งของภาคเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...