รมว.ยุติธรรม นำทีมลงตรวจโรงกลั่นน้ำมัน 8 จุด 4 จังหวัด ไม่พบความผิดปกติ ยันเร่งกำลังการผลิตสูงสุดแล้ว
วันที่ 21 มีนาคม 2569 พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ตามที่ได้มีคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 3/2569 เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 แต่งตั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงฯ อันเนื่องมาจากกรณีการสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง นั้น
รัฐบาลได้มีข้อสั่งการให้กระทรวงยุติธรรมโดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ บูรณาการการปฏิบัติงานกับกรมธุรกิจพลังงานในการเข้าตรวจปฏิบัติการเพื่อป้องกัน และตรวจสอบติดตามผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 เพื่อทราบข้อเท็จจริงและหาสาเหตุ รวมทั้งแก้ไขปัญหาภาวการณ์ขาดแคลนน้ำมันตามสถานีบริการต่าง ๆ โดยในวันนี้ (วันเสาร์ที่ 21 มีนาคม 2569) ได้สั่งการให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยกองคดีคุ้มครองผู้บริโภค นำโดยพันตำรวจตรี วรณัน ศรีล้ำ ผู้อำนวยการกองคดีคุ้มครองผู้บริโภค ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายดังกล่าว สนธิกำลัง โดยมีนายฉัตรชัย คุณโลหิต รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน และเจ้าหน้าที่ ร่วมกำลังปฏิบัติภารกิจดังกล่าว โดยในวันนี้มีการลงพื้นที่ตรวจคลังน้ำมันของผู้ประกอบการตามมาตรา 7 ฯ จำนวน 8 แห่ง ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดปทุมธานี และจังหวัดสมุทรสาคร
“ผมได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ ร่วมมือปฏิบัติงานอย่างจริงจังเพื่อป้องปรามและแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง และจะมีการบูรณาการปฏิบัติการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้น้ำมันเชื้อเพลิงมีจำหน่ายในสถานีบริการน้ำมันได้ตามปกติ เนื่องจากเมื่อดูจากรายงานกำลังการผลิตแล้วเห็นว่าเพียงพอต่อความต้องการภายในประเทศ ทั้งนี้ หากพบมีการกระทำความผิดที่มีการซ้ำเติมประชาชนในช่วงวิกฤติ ให้ดำเนินการตามกฎหมายโดยเฉียบขาด” พลตำรวจโท รุทธพล กล่าว
พลตำรวจโท รุทธพล กล่าวด้วยว่า วันนี้ได้ดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 8 จุด ใน 4 จังหวัด โดยตนได้เข้ามาดูที่โรงกลั่นบางจาก ส่วนจุดอื่น ๆ เป็นทีมของเจ้าหน้าที่ซึ่งได้จัดไว้ทั้งหมด 3 ทีม
ทั้งนี้ ภายหลังการตรวจสอบครบทุกจุดก็จะประชุมร่วมกันเพื่อสรุปอีกครั้งหนึ่ง โดยผู้บริหารบริษัทบางจากได้เข้ามาสรุปภาพรวมกำลังการผลิตน้ำมัน ให้กับตัวแทนของกรมธุรกิจพลังงาน และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้ทราบ ซึ่งความร่วมมือในครั้งนี้เราร่วมกันลงพื้นที่ในจุดใหญ่ก่อน เช่น โรงกลั่นและคลังน้ำมันขนาดใหญ่ อีกส่วนหนึ่งคือเจ้าหน้าที่ตำรวจและกรมการปกครอง ก็จะลงพื้นที่ตรวจสถานีบริการน้ำมัน และจุดบริการต่างๆ ในพื้นที่ต่างจังหวัด
ส่วนการใช้หลักเกณฑ์ในการตรวจสอบ ใช้เกณฑ์เดียวกัน ยืนยันว่าจะมีการตรวจสอบปริมาณน้ำมันให้สอดคล้องกับปริมาณการผลิต โดยเบื้องต้นจากการตรวจสอบยังไม่พบความผิดปกติ ซึ่งบริษัทบางจากได้ปฏิบัติตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี ทั้งเรื่องของปริมาณน้ำมันสำรอง เพื่อช่วยและแก้ไขปัญหาของประชาชนได้
ผู้สื่อข่าวถามต่อไปว่าจะสามารถนำความเชื่อมั่นประชาชนกลับมาได้อย่างไร พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ได้ตั้งทีมงานขึ้นมาดูในเรื่องนี้ ซึ่งได้ลงมาตรวจสอบข้อเท็จจริง ตั้งแต่วันที่ 19 มีนาคม โดยนายกรัฐมนตรีได้มีการประชุมมอบนโยบายให้กับคณะทำงาน พร้อมออกคำสั่งเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาน้ำมัน เราได้ลงมาในพื้นที่จริงและทำอย่างเต็มที่แล้ว ก็จะทราบว่าน้ำมันที่คงคลังอยู่ที่ปริมาณเท่าไหร่ และจำหน่ายไปเท่าไหร่ ซึ่งตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรี จะต้องสรุปและรายงานไปที่กรมธุรกิจพลังงาน โดยมีชุดของตำรวจและกรมการปกครองที่ดำเนินการตรวจสอบจากปลายทางและรายงานขึ้นมาอีกครั้ง ซึ่งรัฐบาลได้มอบนโยบายอย่างเต็มที่แล้ว และเราขอพูดถึงเรื่องของข้อมูลกันมากกว่า
สำหรับการตรวจสอบจ็อบเบอร์ที่เป็นผู้ขนส่งน้ำมัน พล.ต.ท.รุทธพล ระบุว่า ตรวจสอบอย่างแน่นอน และได้มีการพูดคุยกันในวันนี้ โดยจ็อบเบอร์ของบริษัทบางจากมีไม่มาก บริษัทจะกำชับในเรื่องนี้ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติโดยจะมีกระทรวงยุติธรรมร่วมตรวจสอบด้วย จำนวนกว่า 200 บริษัท ส่วนจะมีมาตรการอย่างไรในการกำชับกลุ่มจ็อบเบอร์ให้ปฏิบัติตามมาตรการของรัฐบาล เรื่องนี้ต้องเป็นไปตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งจะขยายวงไปเรื่อย ๆ ในเรื่องของการตรวจสอบและมีมาตรการในการดำเนินการ
ส่วนวิกฤติพลังงานในครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้วางกรอบระยะเวลาไว้หรือไม่ว่าจะจบเมื่อไหร่ พล.ต.ท.รุทธพล ตอบว่า จากการพูดคุยกัน นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ดำเนินการให้เร็วที่สุด และมีมาตรการต่าง ๆ โดยในส่วนของกระทรวงยุติธรรมตนได้ลงนามคำสั่งเมื่อช่วงเที่ยงที่ผ่านมา ให้กรมสอบสวนคดีพิเศษปฏิบัติตามมาตรการเหมือนที่เราปฏิบัติกับส่วนกลางในส่วนนี้ด้วย และพร้อมบูรณาการกับหน่วยงานทั้งหมด
เมื่อถามถึงห้วงเวลาที่นายกรัฐมนตรีระบุว่าจะสามารถแก้ปัญหาให้เข้าสู่สภาวะปกติได้ใน 1-2 สัปดาห์ พล.ต.ท.รุทธพล ตอบว่า อย่างในวันนี้ที่พูดคุยหารือกัน ทางบางจากเองก็รับปากว่าจะไปปรับปรุงแก้ไขทั้งในเรื่องของการสื่อสารและการประสานกับปั๊มต่าง ๆ ที่มีความคลาดเคลื่อนของผู้ประกอบการ และวันนี้เราได้ให้นโยบายที่ชัดเจน ทั้งเรื่องสำรองน้ำมัน และการผ่อนผันในการเดินรถ โดยทางบางจากก็ยอมรับว่าเรื่องนี้มีประโยชน์ที่จะสามารถนำน้ำมันไปสู่ประชาชนได้
เมื่อถามอีกว่ามีการรับรายงานเรื่องการกักน้ำมันในพื้นที่ จ.อ่างทอง หรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ยังไม่ได้รับรายงาน เพราะหน้างานเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นคนดำเนินการ และตอนนี้ยังไม่มีการประสานข้อมูลซึ่งกันและกัน
ด้านนายบัณฑิต หรรษาไพบูลย์ รักษาการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและการตลาด บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า วันนี้ได้รับข้อสั่งการจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมให้ดูแลผู้บริโภคให้ดีที่สุด ซึ่งบางจากก็ได้ดำเนินการอย่างเต็มที่ โดยที่ผ่านมาบางจากมีโรงกลั่นน้ำมัน 2 แห่ง คือ บางจาก และ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ซึ่งทั้ง 2 แห่งมีกำลังการผลิตน้ำมันอยู่ที่ 2.7 แสนบาร์เรลต่อวัน แต่ได้ขยับการเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 2.9 แสนบาร์เรลต่อวัน โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลที่ได้เพิ่มกำลังการผลิตอยู่ที่ 19 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งถือว่าเป็นการเพิ่มศักยภาพการผลิตน้ำมันอย่างเต็มกำลังที่สุดของบางจากแล้ว
ส่วนยอดการจำหน่ายเพิ่มสูงขึ้นมาก ซึ่งยอดจำหน่ายที่บริเวณหน้าสถานีบริการน้ำมันเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 30 และมากกว่าปริมาณน้ำมันที่บางจากสามารถผลิตได้ในแต่ละวัน ทำให้ล่าสุดสต็อกของน้ำมันคงคลังบางจากก็มีแนวโน้มลดลงด้วย แต่เนื่องด้วยนโยบายของรัฐบาลที่บางจากได้ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ ทำให้ได้รับการผ่อนปรนจากรัฐบาลใน 2 เรื่อง คือ เรื่องของการผ่อนปรนเวลาเดินรถ หรือการเพิ่มเวลาเดินรถ และกรมธุรกิจพลังงาน ผ่อนปรนเงื่อนไขการนับสำรอง ซึ่งจะช่วยให้บางจากสามารถดึงน้ำมันจากสต็อกสำรองจ่ายให้ผู้บริโภคได้เพิ่มขึ้น โดยปรับแผนส่งน้ำมันเพิ่มให้ถึงมือผู้บริโภคได้เยอะที่สุด เพื่อลดความกังวลของผู้บริโภคไม่ให้ตื่นตระหนก และคาดหวังให้สถานการณ์คลี่คลายจนกลับสู่สภาวะปกติ