กต.เตือน ประชาชน ระวังเดินทาง ต่างประเทศ เหตุตะวันออกกลางยังรุนแรง
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงข่าวศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ว่า กระทรวงการต่างประเทศ ขอให้ประชาชนที่จะเดินทางไปต่างประเทศ ระมัดระวังและตื่นตัว พร้อมแนะนำให้ดำเนินการ 3 ประการ
1.ติดหมายเลขสายด่วนของสถานเอกอัครราชทูต และสถานกงสุลใหญ่ไทยในประเทศที่จะเดินทางไป เพื่อติดต่อเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศหากเกิดกรณีฉุกเฉิน
2.ให้ติดตามข้อมูลข่าวสารจากสื่อออนไลน์ของสถานอัครราชทูต สถานกงสุลใหญ่ และหน่วยงานของประเทศที่จะเดินทางไป และปฎิบัติตามคำเตือนหรือคำแนะนำอย่างเคร่งครัด
3.ดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น Thai consular ซึ่งเป็นแอปพลิเคชั่น ที่ให้ข้อมูลด้านการบริการต่างๆ ของกรมการกงสุล หากต้องการติดต่อขอความช่วยเหลือจากสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ ในประเทศที่เดินทางไป
นายปาณิดล กล่าวถึงสำหรับสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังมีความรุนแรง โดยคู่ขัดแย้งหลักและกลุ่มฮิซบัลเลาะห์ ยังโจมตีตอบโต้อย่างต่อเนื่องเข้าสัปดาห์ที่ 4 ซึ่งอยู่ในช่วงการเฉลิมฉลองวันอีฎิลฟิตริของชาวมุสลิม และปีใหม่ของเปอร์เซีย โดยมุ่งเป้าฐานปฏิบัติการของสหรัฐฯ ในประเทศต่างๆ ยังขยายโจมตีไปที่โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของในหลายประเทศ ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจและความมั่นคงด้านพลังงานของโลกมากขึ้น โดยสหรัฐฯ ออกหนังสืออนุญาต ให้มีการขายน้ำมันของอิหร่าน ที่ตกค้างอยู่บนเรือบรรทุกน้ำมัน ซึ่งจะทำให้น้ำมันประมาณ 140 ล้านบาร์เรล เข้าสู่ตลาดโลกอย่างรวดเร็วเพื่อบรรเทาการขาดแคลนน้ำมัน
ขณะที่สถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซยังตึงเครียด แม้รมว.ต่างประเทศอิหร่าน ยืนยันว่า เรือต่างชาติสามารถเดินทางผ่านได้หากมีการแจ้งและตกลงเงื่อนไขร่วมกันกับอิหร่านล่วงหน้า แต่ล่าสุดประธานาธิบดีสหรัฐฯ เรียกร้องให้เปิดช่องฮอร์มุซ ภายใน 48 ชั่วโมง และยังมีแถลงการณ์ร่วม 22 ประเทศ อาทิ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ บาห์เรน สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส แคนาดาเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ร่วมผลักดันเรียกร้องให้เดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างปลอดภัย
”สถานการณ์ในพื้นที่ยังมีความผันแปรสูง ขอย้ำให้คนไทยพิจารณาเดินทางออกนอกพื้นที่เสี่ยงโดยเร็วที่สุด และติดตามข่าวสารช่องทางการแจ้งข้อมูล และช่องทางติดต่อกับสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ ในพื้นที่รับผิดชอบ“
สำหรับความคืบหน้าการช่วยเหลือการคนไทยในพื้นที่ในอิสราเอล ทางสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ประกาศย้ำเตือนคนไทยในอิสราเอล เพิ่มความระมัดระวังและปฏิบัติตามคำแนะนำ เพื่อความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด ขณะที่อิหร่านและตุรกี สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน และสถานทูต กรุงอังการา เร่งประสานอพยพแรงงานไทย 4 คน และนักศึกษา 7 คน เดินทางข้ามไปที่ตุรกีเพื่อกลับประเทศไทย
ทั้งนี้ มีคนไทยได้รับการช่วยเหลือออกจากภูมิภาคตะวันออกกลาง กลับประเทศไทยและในประเทศที่ 3 1,475 คน รัฐบาลยังช่วยเหลือต่อเนื่องเพื่อให้คนไทยออกมาอย่างปลอดภัย ทั้งนี้ขอย้ำให้คนไทยที่อยู่ในพื้นที่ตะวันออกกลาง ติดตามสถานการณ์และข่าวสารจากช่องทางที่เป็นทางการ เพื่อประเมินสถานการณ์และปฏิบัติตามคำแนะนำ