บีโอไอ เร่ง Thailand FastPass ปลดล็อกไฟฟ้า-ที่ดิน ดึงเม็ดเงินลงทุน 3.5 แสนล้าน
บอร์ดบีโอไอ ผนึก กกพ. ปลดล็อก ‘ไฟฟ้า-ที่ดิน’ ดึงลงทุนจริง 3.5 แสนล้าน เร่งจัดหาพลังงานสะอาดรับกลุ่ม Data Center ที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าพุ่งสูงกว่า 4.5 กิกะวัตต์ ดีดนิ้วปฏิรูปกฎหมายที่ดินสาธารณะใน 1 ปี หวังขับเคลื่อน 78 โครงการยักษ์สู่เม็ดเงินหมุนเวียนจริง อนุมัติส่งเสริมการลงทุนการบินไทยเช่าเครื่องบินใหม่ 8 ลำ มูลค่า 7.1 พันล้านบาท เสริมแกร่งโลจิสติกส์
22 มีนาคม 2569–ผลการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 ซึ่งมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน โดยที่ประชุมได้ให้ความสำคัญกับการยกระดับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจและการขจัดอุปสรรคเชิงโครงสร้าง เพื่อเร่งรัดให้เกิดการลงทุนจริงในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายผ่านระบบ Thailand FastPass
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการบีโอไอ เปิดเผยว่าระบบ Thailand FastPass ในเฟสแรกครอบคลุม 16 โครงการยุทธศาสตร์ มูลค่ารวมกว่า 1.7 แสนล้านบาท ซึ่งปัจจุบันได้รับการอนุมัติส่งเสริมการลงทุนครบถ้วนแล้ว โดยมี 7 โครงการเข้าสู่ขั้นตอนการออกบัตรส่งเสริม และ 4 โครงการได้รับใบอนุญาตจากหน่วยงานพันธมิตรเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ บีโอไอยังได้ติดตามโครงการขนาดใหญ่สะสมช่วงปี 2566-2568 จำนวน 78 โครงการ มูลค่ารวม 4.8 แสนล้านบาท ซึ่งพบว่ามี 13 โครงการ มูลค่าประมาณ 2.7 แสนล้านบาท ที่ยังติดค้างในประเด็นด้านโครงสร้างพื้นฐานและข้อจำกัดทางกฎหมาย
ที่ประชุมได้แสดงความกังวลต่อความต้องการใช้ไฟฟ้าของกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง โดยเฉพาะกิจการ Data Center ที่ได้รับการส่งเสริมไปแล้ว 55 โครงการ ซึ่งมีความต้องการใช้ไฟฟ้ารวมสูงถึง 4.5 กิกะวัตต์ บอร์ดบีโอไอจึงมีมติมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางแนวทางบริหารจัดการพลังงานที่ยั่งยืน ทั้งในด้านความมั่นคงของระบบและช่องทางการเข้าถึงพลังงานสะอาด (Clean Energy)
นอกจากนี้ บอร์ดบีโอไอได้ปรับปรุงเงื่อนไขการรับรองโครงการ โดยกำหนดให้ผู้ประกอบการ Data Center ต้องมีหนังสือยืนยันการจ่ายไฟฟ้าจาก กกพ. ก่อนยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุน เพื่อประกันความเชื่อมั่นว่าโครงการจะสามารถดำเนินการได้จริงในเชิงพาณิชย์
ในมิติด้านพื้นที่การลงทุน ที่ประชุมรับทราบความคืบหน้าการแก้ปัญหาที่ดินใน 3 แนวทางหลัก ได้แก่ การทบทวนผังเมืองเพื่อรองรับโซนอุตสาหกรรม การออกประกาศแนวทางปฏิบัติการขุดและถมดินของ กนอ. ที่คาดว่าจะเริ่มใช้ในเดือนเมษายน 2569 และการเร่งรัดเปลี่ยนแปลงสภาพที่ดินสาธารณสมบัติในนิคมอุตสาหกรรมจำนวน 25 โครงการ โดยมีเป้าหมายผลักดันให้คณะกรรมการดำเนินการปฏิรูปกฎหมายปรับปรุงข้อบังคับที่เกี่ยวข้องให้แล้วเสร็จภายในกรอบเวลา 1 ปี
เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมเป้าหมาย อาทิ เซมิคอนดักเตอร์ และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง บีโอไอได้อนุมัติผ่อนผันหลักเกณฑ์สัดส่วนการจ้างงานบุคลากรไทย โดยมีเงื่อนไขให้ผู้ประกอบการต้องจัดทำโปรแกรมฝึกอบรมบุคลากรไทยเพื่อทดแทนตำแหน่งงานต่างชาติภายในระยะเวลา 3 ปี
ขณะเดียวกัน ที่ประชุมได้มีมติอนุมัติโครงการส่งเสริมการลงทุนในกิจการขนส่งทางอากาศของ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) รวม 2 โครงการ มูลค่าการลงทุน 7,143 ล้านบาท สำหรับการเช่าเครื่องบินใหม่จำนวน 8 ลำ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันบนเส้นทางบินระหว่างประเทศ
“บีโอไอให้ความสำคัญกับการเร่งรัดให้โครงการที่ได้รับอนุมัติสามารถลงทุนจริงได้โดยเร็ว ควบคู่กับการทำงานร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร เพื่อยกระดับการอำนวยความสะดวก ลดขั้นตอนและระยะเวลาการอนุมัติ/อนุญาตแก่นักลงทุนผ่านกลไก Thailand FastPass ตลอดจนเร่งแก้ไขอุปสรรคสำคัญที่มีผลต่อการตัดสินใจลงทุน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน และผลักดันให้ประเทศไทยเป็นฐานลงทุนที่พร้อมรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันต่อการแข่งขันในเวทีโลก”
จากการประเมินเบื้องต้น บีโอไอคาดการณ์ว่าหากสามารถคลี่คลายปัญหาด้านไฟฟ้า ที่ดิน และใบอนุญาตได้ตามแผนงาน จะกระตุ้นให้เกิดเม็ดเงินลงทุนจริงในระบบเศรษฐกิจไทยเพิ่มเติมอีกประมาณ 3.5 แสนล้านบาท ภายในปี 2570 โดยบีโอไอจะดำเนินการติดตามความคืบหน้าการลงทุนจริงเป็นรายไตรมาสเพื่อประเมินสถานะและแก้ไขปัญหาอุปสรรคอย่างใกล้ชิด