รมว.ศธ. จับมือสำนักงบฯ วางกรอบงบปี 70 ย้ำขับเคลื่อน "พัฒนาทุนมนุษย์" พร้อมบริหารทรัพยากรตอบโจทย์นโยบายการศึกษา 5 ด้าน
รมว.ศธ. จับมือสำนักงบฯ วางกรอบงบปี 70 ย้ำขับเคลื่อน "พัฒนาทุนมนุษย์" พร้อมบริหารทรัพยากรตอบโจทย์นโยบายการศึกษา 5 ด้าน
(22 เมษายน 2569) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมหารือระหว่างกระทรวงศึกษาธิการกับสำนักงบประมาณ ในการจัดทำคำของบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 โดยมีนายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ผู้บริหารระดับสูงจาก ศธ. ตลอดจนผู้แทนสำนักงบประมาณ เข้าร่วม ณ ห้องประชุมราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ และผ่านระบบออนไลน์
รมว.ศธ. เปิดเผยว่า ในวันนี้เป็นการประชุมร่วมกันกับสำนักงบประมาณ เพื่อพิจารณากรอบงบประมาณของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กรอบวงเงินกว่า 450,000 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นงบลงทุนประมาณ 50,000 กว่าล้านบาท งบเงินอุดหนุน 109,000 กว่าล้านบาท งบบุคลากร 240,000 กว่าล้านบาท งบดำเนินงาน 25,000 กว่าล้านบาท และงบอื่น ๆ 22,000 กว่าล้านบาท เป็นไปตามกรอบที่สำนักงบประมาณกำหนด ให้ขอเพิ่มได้ไม่เกิน 20% จากงบประมาณที่ได้รับในปี 2569
"ศธ. ยึดนโยบายที่นายกรัฐมนตรีมอบไว้ เมื่อวันที่ 20 เมษายนที่ผ่านมา ที่เน้นในเรื่องการใช้จ่ายอย่างคุ้มค่า มีความจำเป็นอย่างมีเหตุผล นำมาบูรณาการร่วมกับนโยบายขับเคลื่อนของ ศธ. ทั้ง 5 ด้านหลัก ได้แก่ การลดภาระงานครู ที่เป็นวาระสำคัญเร่งด่วน, การลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา, การพัฒนาการเรียนรู้เชิงสมรรถนะ, การสร้างโรงเรียนปลอดภัย และการผลักดันการแก้ไข พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ ให้เหมาะกับโลกที่เปลี่ยนไปและสนับสนุนวิชาชีพครูอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งแต่ละหน่วยงานจำเป็นต้องหารือและบูรณาการร่วมกันว่าจะเพิ่มหรือลดส่วนใดได้บ้างหรือไม่" รมว.ศธ.กล่าว
รมว.ศธ. กล่าวต่อว่า ศธ. ตระหนักดีว่าในภาวะที่เศรษฐกิจได้รับผลกระทบจากวิกฤตด้านพลังงาน ทำให้งบประมาณโดยรวมของประเทศมีจำกัด แต่ภารกิจด้านการพัฒนาทุนมนุษย์ยังคงเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่อาจละเลยได้ จึงได้สั่งการให้หน่วยงานปรับแผนงาน โครงการ ให้สอดคล้องกับภารกิจมากขึ้น โดยหลังจากปรับแผนงานให้เหมาะสมแล้ว จะนัดสรุปรอบสุดท้ายในวันพุธที่ 29 เมษายน ก่อนเสนอคำของบประมาณปี 2570 อย่างเป็นทางการ ภายในวันที่ 1 พฤษภาคมนี้
ด้านนายวิศนุเวศ เศวตนันทน์ รองผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ กล่าวว่า ในปีงบประมาณ 2570 ประเทศอยู่ในช่วงที่ต้องประหยัดภาครัฐ เพื่อนำงบประมาณไปช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตพลังงานและฝุ่น PM 2.5 จึงขอให้ทุกหน่วยงานของ ศธ. จัดลำดับความสำคัญของโครงการ โดยให้เริ่มดำเนินการกับกลุ่มเป้าหมายที่เผชิญวิกฤตสูงสุดก่อน จากนั้นค่อยขยายผลในปีงบประมาณถัดไป
กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี ศธ.: รายงาน