รัฐบาลเปิด 3 เหตุผลยกเลิก MOU 44 ชี้ 25 ปีเจรจา 5 ครั้งไม่คืบ สะท้อนข้อพิพาททะเล ยันไม่ปิดทางคุยกัมพูชา
รัฐบาลเปิด 3 เหตุผล ยกเลิก MOU44 มอง 25 ปี เจรจา 5 ครั้ง ไม่เป็นผล นำไปสู่ข้อพิพาททางทะเล ลั่นไม่ปิดประตูเจรจา หาก “กัมพูชา” อยากบริหารจัดการทรัพยากรใต้ทะเลร่วมกัน ให้แสดงเจตนารมณ์-วางกรอบให้ชัด
เมื่อเวลา 13.35 น. วันที่ 23 เม.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วันนี้ ที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ครั้งที่ 2/ 2569 ได้มีมติยกเลิกเอ็มโอยู 44 ตามนโยบายรัฐบาล ด้วยเหตุผลดังนี้ 1. เอ็มโอยู 44 เป็นกรอบการเจรจาการบริหารทรัพยากรร่วมกันที่อยู่ใต้ทะเล ระหว่างไทย- กัมพูชา แต่ 20 กว่าปีที่ผ่านมา มีการเจรจากันเพียง 5 ครั้ง และไม่ได้ข้อสรุปที่เป็นประโยชน์แก่ทั้ง 2 ประเทศ ตรงกันข้ามกลับทำให้เกิดข้อพิพาทเรื่องเขตแดนทางทะเล ทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่าง 2 ประเทศ และไม่มีแนวทางที่จะทำให้เกิดการพัฒนา และบริหารทรัพยากรร่วมกันได้
2. การยกเลิกเอ็มโอยู 44 เพื่อเป็นการยุติการเจรจาตามกรอบเอ็มโอยู 44 หากฝ่ายกัมพูชา ยังคงต้องการ หรือเห็นประโยชน์จากการพัฒนา และบริหารทรัพยากรใต้ทะเลร่วมกับไทยอีก ขอให้แสดงเจตนารมณ์หรือแจ้งมาให้ทราบ เพื่อที่จะได้จัดกรอบการเจรจากันใหม่ ที่มีความเป็นไปได้ โดยไม่นำไปสู่ข้อพิพาทเรื่องเขตแดนทางทะเล เช่นที่ผ่านมา
3. ต้องยอมรับว่าสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างไทย -กัมพูชาหลายครั้ง ในช่วงเวลา 25 ปีที่ผ่านมา หลังจากมีการทำเอ็มโอยู 44 เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้การเจรจาไม่คืบหน้า และไม่บรรลุเป้าหมายของเอ็มโอยู 44 ตามที่กำหนดไว้ และหากสถานการณ์ความขัดแย้งยังคงมีอยู่เช่นปัจจุบันนี้ การเจรจาเพื่อพัฒนาและบริหารทรัพยากรใต้ทะเลร่วมกัน จึงเป็นเรื่องที่ยาก หลักการสำคัญคือต้องตกลงเขตแดนทางทะเลให้ได้ก่อน แล้วจึงหาแนวทางพัฒนาและบริหารร่วมกันบนพื้นฐานความจริงใจและแบ่งปันด้วยความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย
การมีเอ็มโอยู 44 ที่มีอายุ 25 ปี เจรจากันเพียง 5 ครั้ง ไม่สามารถดำเนินการได้ตามวัตถุประสงค์ ย่อมแสดงให้เห็นว่า เอ็มโอยูฉบับนี้ ไม่อาจนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายได้ การมีอยู่ของ เอ็มโอยู 44 นอกจากจะไม่สร้างประโยชน์แล้ว ยังก่อให้เกิดความหวาดระแวง ความขัดแย้งระหว่างสองประเทศอีกด้วย จึงเห็นควรที่ต้องยกเลิก และวางกรอบการเจรจากันใหม่ เพื่อลดความขัดแย้ง และนำทรัพยากรมาใช้เป็นประโยชน์ได้จริง
เมื่อวันที่ 9 เม.ย. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ได้แถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภา โดยกล่าวถึงนโยบายด้านการการต่างประเทศและความมั่นคงของไทย ประเด็นการส่งเสริมความมั่นคงชายแดนให้ปราศจากภัยคุกคามทุกรูปแบบและการแก้ไขปัญหาข้ามแดนร่วมกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อสร้างความสงบสุขให้กับสังคมไทย ซึ่งได้ย้ำชัดว่า มุ่งสานต่อความพยายามในการแก้ไขสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ด้วยสันติวิธีและกลไกทวิภาคีที่มีอยู่ รวมทั้งเร่งศึกษาแนวทางการยกเลิกเอ็มโอยู 44 และในวันนี้ ที่ประชุม สมช. ที่มีนายกฯ เป็นประธาน ก็มีมติเห็นชอบ สำหรับขั้นตอนหลังจาก สมช. มีมติ จะมีการเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณามีมติให้กระทรวงการต่างประเทศ ดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป