“จีน” ชื่นชม 3 ชาติแอฟริกา ปฏิเสธสิทธิการบินผ่านน่านฟ้าแก่ ปธน.ไต้หวัน
"จีน" ชื่นชม 3 ชาติแอฟริกา ปฏิเสธสิทธิการบินผ่านน่านฟ้าแก่ ปธน.ไต้หวัน ขณะที่ไต้หวันประณามเป็นแรงกดดันทางเศรษฐกิจเพื่อจำกัดพื้นที่ทางการทูต
วันที่ 22 เมษายน 2569 เวลา 13.35 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า จีนออกมาชื่นชม 3 ประเทศในแอฟริกา ได้แก่ Seychelles, Mauritius และ Madagascar ที่ปฏิเสธไม่อนุญาตให้เครื่องบินของประธานาธิบดีไต้หวันบินผ่านน่านฟ้า ส่งผลให้ ไล่ ชิงเต๋อ ต้องยกเลิกแผนการเดินทางเยือนอีสวาตินี ขณะที่ไทเปออกมาประณามการตัดสินใจดังกล่าวว่าเป็นการยอมจำนนต่อจีน
นี่ถือเป็นครั้งแรกที่ผู้นำไต้หวันต้องยกเลิกการเยือนต่างประเทศ เนื่องจากถูกปฏิเสธสิทธิการใช้น่านฟ้า ท่ามกลางความพยายามที่เข้มข้นขึ้นของจีนในการจำกัดพื้นที่ทางการทูตของไต้หวัน
ก่อนหน้านี้ ไล่ ชิงเต๋อ มีกำหนดเดินทางไปยังเอสวาตินี ซึ่งเป็นหนึ่งในเพียง 12 ประเทศที่ยังคงมีความสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวัน แต่ทางการไต้หวันเปิดเผยในคืนก่อนออกเดินทางว่า ต้องเลื่อนการเยือนออกไป หลังจาก 3 ประเทศดังกล่าวเพิกถอนอนุญาตการบินผ่านน่านฟ้า
ไล่ ชิงเต๋อ ระบุว่าจีนใช้แรงกดดันทางเศรษฐกิจ เพื่อให้ประเทศเหล่านี้ให้ความร่วมมือ อย่างไรก็ตามโฆษกสำนักงานกิจการไต้หวันของจีน Zhang Han ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว พร้อมกล่าวชื่นชมจุดยืนของทั้งสามประเทศที่ยึดมั่นในหลักจีนเดียว
เขายังอ้างคำกล่าวของนักปรัชญาจีนโบราณ Mencius ว่าเหตุผลที่ชอบธรรมย่อมได้รับการสนับสนุนอย่างกว้างขวาง ส่วนเหตุผลที่ไม่ชอบธรรมย่อมไร้ผู้สนับสนุน
จีนมองว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของตน แม้รัฐบาลไทเปจะปฏิเสธ โดยประเด็นไต้หวันถือเป็นเส้นแดงในความสัมพันธ์ทางการทูตของจีนกับประเทศอื่น ๆ ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศจีนยังระบุเพิ่มเติมว่า“โลกนี้ไม่มีสิ่งที่เรียกว่าประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐจีนอีกต่อไป” พร้อมเตือนว่าผู้ที่ใช้ตำแหน่งดังกล่าวกำลังขัดต่อประวัติศาสตร์
ด้านมาดากัสการ์และเซเชลส์ระบุว่า การตัดสินใจดังกล่าวเป็นไปตามจุดยืนที่ไม่รับรองไต้หวัน ขณะที่รัฐบาลเอสวาตินียืนยันว่า การยกเลิกการเยือนไม่กระทบต่อความสัมพันธ์อันยาวนานกับไต้หวัน โดยโฆษกรัฐบาล Thabile Mdluli ระบุว่า ประเทศยังคงดำเนินนโยบายต่างประเทศอย่างเป็นอิสระ
ไต้หวันออกมาประณามจีนอย่างรุนแรง โดยกระทรวงการต่างประเทศระบุว่า คำกล่าวของบางประเทศสะท้อนถึงการอยู่ใต้อิทธิพลของจีน และย้ำว่า Republic of China เป็นรัฐอธิปไตยที่มีสิทธิในการมีปฏิสัมพันธ์กับนานาชาติ ซึ่งไม่ควรถูกขัดขวาง
แม้ กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐยังไม่แสดงท่าทีอย่างเป็นทางการ แต่สมาชิกรัฐสภาสหรัฐบางส่วนได้แสดงความกังวล โดยคณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรด้านจีนระบุว่า นี่ไม่ใช่การทูต แต่เป็นแรงกดดันทางเศรษฐกิจเพื่อโดดเดี่ยวพันธมิตรประชาธิปไตย
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นไม่นานหลังจากจีนประกาศมาตรการจูงใจใหม่ต่อไต้หวัน เช่น การผ่อนคลายการนำเข้าอาหาร หลัง Cheng Li-wun จากพรรค Kuomintang ได้พบกับสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ในกรุงปักกิ่ง
อย่างไรก็ตาม พรรคฝ่ายค้านก๊กมินตั๋งเรียกร้องให้จีนใช้ความยับยั้งชั่งใจ และเปิดพื้นที่ทางการทูตให้ไต้หวันมากขึ้น โดย Lai Shyh-bao ระบุว่า แรงกดดันจากจีนในเวลานี้ไม่ใช่แนวทางที่ชาญฉลาด โดยเฉพาะหลังการพบกันระหว่างผู้นำทั้งสองฝ่ายล่าสุด
อ้างอิง : reuters.com