อินโดนีเซียเสนอเก็บค่าผ่าน "ช่องแคบมะละกา" ขณะที่ สหรัฐฯ ยึดเรือน้ำมันอิหร่าน 3 ลำ
อินโดนีเซียเสนอเก็บค่าผ่าน "ช่องแคบมะละกา" ขณะที่ สหรัฐฯ ยึดเรือน้ำมันอิหร่าน 3 ลำ ส่วน "เลบานอน" ประณามอิสราเอล หลังสังหารนักข่าว ชี้เป็นอาชญากรรมสงคราม
รัฐมนตรีคลังอินโดนีเซียเสนอแนวคิดเก็บค่าธรรมเนียมเรือผ่านช่องแคบมะละกาเพื่อเพิ่มรายได้จากเส้นทางเดินเรือยุทธศาสตร์โลก โดยอ้างแรงบันดาลใจจากกรณีช่องแคบฮอร์มุซ แนวคิดนี้สะท้อนความพยายามผลักดันบทบาทอินโดนีเซียจากผู้รับประโยชน์ทางภูมิศาสตร์ไปสู่ผู้กำหนดกติกาเศรษฐกิจโลกมากขึ้น อย่างไรก็ตาม สิงคโปร์คัดค้าน โดยย้ำว่าการเดินเรือผ่านช่องแคบเป็น “สิทธิการสัญจรสากล” ตามกฎหมายทะเล ไม่สามารถเก็บค่าผ่านทางได้ ขณะเดียวกันยังมีข้อจำกัดด้านอำนาจร่วมของประเทศชายฝั่งทั้งอินโดนีเซีย มาเลเซีย และสิงคโปร์ ทำให้แนวคิดนี้ยังเป็นเพียงข้อเสนอเบื้องต้นที่ต้องผ่านการเจรจาระดับภูมิภาคและประเมินผลกระทบต่อการค้าโลกก่อนดำเนินการจริง
สหรัฐฯ ยึดเรือน้ำมันอิหร่าน 3 ลำ บีบเปลี่ยนเส้นทางนอกอินเดีย–มาเลเซีย
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กองทัพสหรัฐฯ สกัดกั้นเรือบรรทุกน้ำมันอิหร่านอย่างน้อย 3 ลำในน่านน้ำเอเชีย ใกล้อินเดียและมาเลเซีย ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรทางการค้า เรือที่เกี่ยวข้องได้แก่ “Deep Sea”, “Sevin”, “Dorena” และ “Derya” ซึ่งบางลำบรรทุกน้ำมันดิบจำนวนมาก และถูกติดตามผ่านระบบดาวเทียม MarineTraffic มีรายงานว่าเรือบางส่วนอยู่ภายใต้การควบคุมของกองทัพเรือสหรัฐฯ ในมหาสมุทรอินเดีย และถูกสั่งให้เปลี่ยนเส้นทางหรือกลับเข้าฝั่ง ปฏิบัติการส่วนใหญ่เกิดในน่านน้ำเปิดเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ และมีเรือถูกสกัดแล้วรวมอย่างน้อย 29 ลำ ทั้งนี้ สหรัฐฯ ยังไม่เปิดเผยรายละเอียดทั้งหมดของปฏิบัติการและรายชื่อเรือที่ถูกควบคุมอย่างเป็นทางการ
เลบานอนประณามอิสราเอลสังหารนักข่าว ชี้เป็นอาชญากรรมสงคราม
นายกรัฐมนตรีเลบานอนกล่าวหาอิสราเอลว่าอาจก่อ “อาชญากรรมสงคราม” หลังเหตุโจมตีทางอากาศในเลบานอนตอนใต้เมื่อ 22 เม.ย. ทำให้ผู้สื่อข่าวเสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บ 1 ราย ระหว่างปฏิบัติงานภาคสนาม เลบานอนระบุว่าการโจมตีครั้งนี้กระทบทีมข่าวซ้ำซ้อน รวมถึงขัดขวางการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ ซึ่งรัฐบาลมองว่าเข้าข่ายการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ด้านอิสราเอลยอมรับว่ามีผู้สื่อข่าวได้รับบาดเจ็บ แต่ยืนยันว่าไม่ได้มุ่งเป้าไปที่สื่อ และอ้างว่าปฏิบัติการมุ่งโจมตีกลุ่มติดอาวุธฮิซบอลเลาะห์ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางการหยุดยิงที่ยังเปราะบาง และได้รับเสียงประณามจากองค์กรสื่อและสหประชาชาติ ขณะที่ตัวเลขจากองค์กรสื่อระบุว่า นักข่าวในพื้นที่ความขัดแย้งครั้งนี้ตกเป็นเป้าหรือเสียชีวิตต่อเนื่อง ทำให้เกิดความกังวลเรื่องความปลอดภัยของสื่อมวลชนมากขึ้น