หุ้นเอเชีย ร่วง หลังสหรัฐฯ สกัดเรือน้ำมันอิหร่านในน่านน้ำเอเชีย ดันราคาน้ำมันพุ่ง
หุ้นเอเชีย ร่วงสวนทางช่วงเช้าที่ทำ New High หลังข่าวสหรัฐฯ บล็อกเรือน้ำมันอิหร่านใกล้ไทย-มาเลเซีย ดันราคาน้ำมัน Brent ทะลุ 101 ดอลลาร์ จับตา Softbank รุก AI และ Samsung เผชิญวิกฤตแรงงานประท้วง
23 เม.ย. 2569 (CNBC) - ตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกปรับตัวลดลงหลังจากที่พุ่งขึ้นในช่วงเช้า โดยความเชื่อมั่นของนักลงทุนสั่นคลอนจากรายงานข่าวว่า สหรัฐฯ ได้สกัดเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่านอย่างน้อย 3 ลำในน่านน้ำเอเชีย ซึ่งเพิ่มความกังวลว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจยืดเยื้อต่อไป
ในช่วงต้นของการซื้อขายวันพฤหัสบดี ดัชนีหุ้นใน ญี่ปุ่น และ เกาหลีใต้ พุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ตามทิศทางตลาดหุ้นวอลล์สตรีทเมื่อคืนนี้ หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศขยายเวลาการหยุดยิงกับอิหร่าน ประกอบกับรายงานผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนที่แข็งแกร่ง
อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวจากภาคการขนส่งและความมั่นคงระบุเมื่อวันพุธว่า กองทัพสหรัฐฯ ได้เข้าสกัดเรือบรรทุกน้ำมันสัญชาติอิหร่านอย่างน้อย 3 ลำ และสั่งเปลี่ยนเส้นทางให้ออกห่างจากพื้นที่ใกล้ประเทศอินเดีย มาเลเซีย และศรีลังกา เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากที่กองทัพเรืออิหร่านอ้างว่าได้ยึดเรือคอนเทนเนอร์ 2 ลำในช่องแคบฮอร์มุซ
สถานการณ์ทางการเมืองและความไม่แน่นอน
ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ขยายเวลาการหยุดยิงของสหรัฐฯ ออกไปอีก 2 สัปดาห์เมื่อวันอังคาร โดยให้เหตุผลว่ารัฐบาลเตหะรานกำลังอยู่ในสภาวะ "แตกแยกอย่างรุนแรง"
“เนื่องจากข้อเท็จจริงที่ว่ารัฐบาลอิหร่านกำลังแตกแยกอย่างหนัก… และตามคำขอของจอมพล อาซิม มูเนียร์ และนายกรัฐมนตรี เชห์บาซ ชารีฟ แห่งปากีสถาน เราจึงได้รับการร้องขอให้ชะลอการโจมตีอิหร่านออกไป จนกว่าผู้นำของพวกเขาจะสามารถยื่นข้อเสนอที่เป็นเอกภาพได้” ทรัมป์ระบุผ่านโพสต์ใน Truth Social
แม้ทรัมป์จะกล่าวว่าการหยุดยิงจะมีผลต่อไปจนกว่าอิหร่านจะยื่นข้อเสนอหรือการเจรจาสิ้นสุดลง แต่กองทัพสหรัฐฯ ยังคงปิดล้อมท่าเรือของอิหร่านอย่างต่อเนื่อง ขณะที่สื่อรัฐบาลอิหร่านรายงานว่าผู้แทนเจรจาจะไม่เข้าร่วมการหารือกับสหรัฐฯ โดยมองว่าเป็นเรื่อง "เสียเวลา" ส่งผลให้รองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ ระงับการเดินทางไปร่วมเจรจาสันติภาพ
ผลกระทบต่อราคาน้ำมันและตลาดหุ้นสำคัญ
ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น :
- WTI: เพิ่มขึ้น 1.60% สู่ระดับ 92.96 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
- Brent: เพิ่มขึ้น 1.28% สู่ระดับ 101.91 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ภาวะตลาดรายประเทศ :
- ญี่ปุ่น : ดัชนี Nikkei 225 พุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 60,013.98 จุดในช่วงสั้นๆ ก่อนจะปิดลบ 1.20% จากแรงเทขายทำกำไร ขณะที่หุ้น Softbank Group บวก 3.01% หลังมีรายงานว่าบริษัทเตรียมกู้เงิน 1 หมื่นล้านดอลลาร์โดยใช้หุ้น OpenAI เป็นหลักประกันเพื่อรุกธุรกิจ AI
- เกาหลีใต้ : ดัชนี Kospi แตะระดับสูงสุดประวัติการณ์ที่ 6,538.72 จุด ก่อนจะลดลง 0.74% แม้เศรษฐกิจไตรมาสแรกจะโต 1.7% ซึ่งดีกว่าคาด ด้านหุ้น Samsung Electronics พุ่งแตะระดับสูงสุดที่ 227,000 วอนในช่วงสั้นๆ ท่ามกลางการจับตามองการประท้วงของสหภาพแรงงาน
- จีนและฮ่องกง : ดัชนี CSI300 ของจีนแผ่นดินใหญ่ลดลง 0.79% และดัชนี Hang Seng ของฮ่องกงร่วง 1.12% ก่อนการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อ
- ออสเตรเลียและอินเดีย : ดัชนี S&P/ASX 200 ลดลง 0.88% และ Nifty50 ของอินเดียลดลง 0.62%
สำหรับตลาดหุ้นสหรัฐฯ ดัชนีฟิวเจอร์สส่วนใหญ่ปรับตัวลดลง โดยดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ฟิวเจอร์สร่วงลงกว่า 173 จุด หรือ 0.4% สะท้อนถึงความกังวลต่อสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่กลับมาทวีความรุนแรงอีกครั้ง
อ้างอิง : www.cnbc.com