โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

ผู้ว่าฯ นครนายก เปิดประชุมแผนน้ำบางปะกง วางโรดแมปลุ่มน้ำยั่งยืนถึงปี 2580

สยามรัฐ

อัพเดต 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 18 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เปิดประชุมปฐมนิเทศโครงการจัดทำแผนแม่บทบริหารจัดการทรัพยากรน้ำลุ่มน้ำบางปะกง (พ.ศ. 2566–2580) มุ่งบูรณาการทุกภาคส่วน ใช้การประเมินสิ่งแวดล้อมเชิงยุทธศาสตร์ (SEA) วางแผนพัฒนาน้ำอย่างยั่งยืน สมดุลเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

วันที่ 23 เม.ย.69 เวลา 09.00 น. นายชานน วาสิกศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก เป็นประธานเปิดการประชุมปฐมนิเทศ โครงการศึกษาจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ในเขตลุ่มน้ำบางปะกง ปรับปรุงช่วงที่ 1 (พ.ศ 2566 - 2580) โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐทั้งจากส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ผู้แทนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน ตลอดจนสถาบันการศึกษา และผู้แทนภาคประชาชน เข้าร่วมการประชุมโดยพร้อมเพียงกัน ณ ห้องประชุมจันทร์ธารา ชั้น 2 โรงแรมจันทรา รีสอร์ท จังหวัดนครนายก

สืบเนื่องจากคณะกรรมการลุ่มน้ำได้จัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ครบทั้ง 22 ลุ่มน้ำ และได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติแล้ว อย่างไรก็ตาม ยังมีบางประเด็นที่จำเป็นต้องปรับปรุงให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติภาค 2 จึงได้ดำเนินการศึกษาปรับปรุงแผนแม่บทในเขตลุ่มน้ำบางปะกง เพื่อให้มีความครบถ้วนและสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันมากยิ่งขึ้น

การศึกษาในครั้งนี้ มุ่งให้ความสำคัญกับการนำกระบวนการประเมินสิ่งแวดล้อมมาใช้เป็นเครื่องมือหลักในการวิเคราะห์ โดยคำนึงถึงมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเข้ามามีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นอย่างรอบด้าน

เพื่อจัดทำรายงานการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (SEA) ของพื้นที่ลุ่มน้ำบางปะกง ควบคู่กับการจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำให้สอดคล้องกับแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี (พ.ศ. 2566 – 2580) โดยกำหนดแผนงานและโครงการออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 (พ.ศ. 2566 – 2570) ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2571 – 2575) และระยะที่ 3 (พ.ศ. 2576 – 2580)

การดำเนินงานครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของลุ่มน้ำบางปะกงให้เกิดความยั่งยืน สามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต และสร้างความสมดุลระหว่างการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...