โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สงครามตะวันออกกลางดันราคาพลังงาน-อาหารพุ่ง คนจนทั่วโลกรับกรรมหนักสุด

เดลินิวส์

อัพเดต 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 20 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ธนาคารโลกเผยรายงานวิกฤติเศรษฐกิจโลกที่กำลังเผชิญ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 28 เม.ย.ว่าธนาคารโลก ( เวิลด์แบงก์ ) เผยแพร่รายงานว่า สงครามในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกเป็นระลอก เริ่มจากราคาพลังงานที่สูงขึ้น ตามด้วยราคาอาหารที่สูงขึ้น และสุดท้ายคือภาวะเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้น

ทั้งนี้ เวิลด์แบงก์คาดการณ์ว่า ต้นทุนพลังงานจะพุ่งสูงขึ้นถึง 24% ในปีนี้ ซึ่งแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่สงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครนเปิดฉาก เมื่อปี 2565

ขณะเดียวกัน ต้นทุนปุ๋ยคาดว่าจะกระโดดขึ้นถึง 31% ในปีนี้ เนื่องจากราคาปุ๋ยยูเรียพุ่งสูงขึ้นถึง 60% ส่งผลให้ความสามารถในการซื้อปุ๋ยเลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่ปี 2565 เช่นกัน ซึ่งสิ่งนี้กำลังกัดกินรายได้ของเกษตรกรและคุกคามผลผลิตทางการเกษตร

เวิลด์แบงก์วิเคราะห์ด้วยว่า โดยรวมแล้ว ต้นทุนสินค้าโภคภัณฑ์คาดว่าจะพุ่งสูงขึ้น 16% ในปีนี้ ซึ่งได้รับแรงหนุนจากผลกระทบของสงครามและราคาโลหะ ต้นทุนของโลหะพื้นฐาน เช่น อะลูมิเนียม ทองแดง และดีบุก คาดว่าจะแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากความต้องการจากอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น ศูนย์ข้อมูล และยานยนต์ไฟฟ้า

นอกจากนี้ แม้ความขัดแย้งจะสิ้นสุดในเดือนพ.ค. และการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเป็นปกติภายในปลายปีนี้ แต่คาดการณ์ว่าราคาน้ำมันดิบเบรนท์จะเฉลี่ยอยู่ที่ 86 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในปีนี้ ( ราว 2,796.72 บาท ) เพิ่มขึ้นจาก 69 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ( ราว 2,243.88 บาท ) เมื่อปี 2568

เวิลด์แบงก์ทิ้งท้ายในรายงานว่า ผู้ที่ยากจนที่สุด ซึ่งต้องใช้สัดส่วนรายได้ส่วนใหญ่ไปกับอาหารและเชื้อเพลิง จะได้รับผลกระทบหนักที่สุด เช่นเดียวกับประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งกำลังดิ้นรนอยู่ภายใต้ภาระหนี้สินมหาศาล.

เครดิตภาพ : AFP

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...